แพลตฟอร์มใหม่ผ่าน Facebook เสริมแกร่งกลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว รุกตลาดออนไลน์ มัดใจผู้ซื้อจาก ธนชาต ธนชาต DRIVE โดยทีเอ็มบี | ธนชาต รุกช่วยลูกค้ากลุ่มผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว (ดีลเลอร์เต็นท์รถมือสอง) พัฒนาการตลาดผ่านทาง Facebook ภายใต้แพลตฟอร์ม “DRIVE Connect Platform” มิติใหม่ของการทำตลาดออนไลน์ ที่มัดใจลูกค้าเพียงคลิกเดียว ทำให้การโฆษณาขายรถง่ายขึ้นและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้จริง ช่วยผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้วเพิ่มยอดขาย หวังกระตุ้นการซื้อขายของเต็นท์รถ เพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจของลูกค้าเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน คุณป้อมเพชร รสานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านสินเชื่อรถยนต์ ทีเอ็มบี หรือ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) และรองกรรมการผู้จัดการ ธุรกิจสินเชื่อรถยนต์ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ปัจจุบันกลุ่มลูกค้ากลุ่มผู้จำหน่ายรถยนต์ใช้แล้วหันมาให้ความสำคัญกับการตลาดออนไลน์ผ่าน Facebook มากขึ้น เพราะสามารถวัดประสิทธิภาพและผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน ประกอบกับพฤติกรรมคนซื้อรถยนต์มือสองเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ต้องการเข้าถึงดีลเลอร์เต็นท์รถที่เหมาะสม เพื่อให้ได้รถที่ตอบโจทย์ที่สุด โดยเป้าหมายของธนชาตDRIVE มุ่งมั่นเป็นพลังขับเคลื่อนไปกับคู่ค้า เพราะเราเป็นมากกว่าสินเชื่อรถ…ให้ชีวิตคู่ค้าดีขึ้น (DRIVE your life to the next step of financial well-being) ธนชาตDRIVE จึงพัฒนา “DRIVE Connect Platform” เครื่องมือการตลาดที่มีประสิทธิภาพสูงร่วมกับ Facebook ประเทศไทย เพื่อนำเสนอมิติใหม่แห่งการทำตลาดออนไลน์ที่จะมัดใจลูกค้าได้ง่ายขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ที่มีการใช้รูปแบบบัญชีโฆษณาหรือจัดการแคมเปญออนไลน์ผ่าน Facebook Ads ได้ง่ายๆ เพียงคลิกเดียว” คุณชัชฤทธิ์ ตั้งเถกิงเกียรติ์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารผลิตภัณฑ์ธุรกิจสินเชื่อรถยนต์ ทีเอ็มบี หรือ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) และผู้อำนวยการอาวุโส ผลิตภัณฑ์ธุรกิจสินเชื่อรถยนต์…
Category: Social
8 เรื่องรถจากนิสสัน
รถยนต์เป็นหนึ่งในทรัพย์สินชิ้นใหญ่ และสำคัญที่เราสามารถเป็นเจ้าของได้ ช่วงเทศกาลตรุษจีน รถยนต์ก็สามารถช่วยดึงดูดโชคลาภ และความเจริญรุ่งเรืองได้เช่นกัน หลายคนตัดสินใจซื้อรถใหม่ในสีรถตามวันเกิด และปฏิบัติตามเคล็ดลับมงคลเพื่อเสริมดวง นิสสันขอนำเสนอแปดเคล็ดลับเรื่องรถต้อนรับปีวัว เพื่อให้โชคดีอยู่กับคุณ และรถคันโปรดตลอดปี 2564 นี้ 1.ทำความสะอาดภายใน และภายนอกรถของคุณ ก่อน วันตรุษจีนจากความเชื่อดั้งเดิมที่ว่าผู้คนควรทำความสะอาดบ้านก่อนวันตรุษจีน การทำความสะอาดภายนอกและภายในรถของคุณมีผลเช่นเดียวกันกับการบอกลาสิ่งเก่า ๆ รวมถึงโชคร้ายและพลังงานลบ แต่อย่าลืมว่าควรทำความสะอาดรถก่อนวันปีใหม่จีน เนื่องจากการทำความสะอาดในวันขึ้นปีใหม่อาจเป็นการปัดกวาดโชคลาภออกไป 2.เลือกสีที่เป็นมงคลการตัดสินใจเลือกซื้อรถใหม่อาจเป็นวิธีอันทรงพลังในการเสริมดวง และสีรถก็มีส่วนสำคัญอย่างมาก รถยนต์ถือเป็นหนึ่งในสินค้าชิ้นใหญ่ที่สุดที่คนเราสามารถเป็นเจ้าของได้ ดังนั้นจึงเชื่อกันว่าสีของรถจะช่วยดึงดูดโชคลาภได้มากกว่าของชิ้นอื่น ๆในประเพณีจีน สีแดงเป็นสีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเนื่องจากเป็นสัญลักษณ์ของธาตุไฟในฮวงจุ้ยซึ่งเป็นสีนำโชคและความเจริญรุ่งเรือง ในขณะเดียวกันก็ช่วยขับไล่วิญญาณร้าย จึงเชื่อกันว่ารถสีแดงให้ผลลัพธ์ในแบบเดียวกันอีกหนึ่งตัวเลือกคือ สีเหลือง ซึ่งหมายถึงธาตุดินในความเชื่อของชาวจีน เป็นสัญลักษณ์ของพลัง ความเจริญรุ่งเรื่อง และโชคลาภ และเพื่อฉลองรับโชคที่มากับสองสีมงคลในช่วงตรุษจีนนี้ นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์มีจำหน่ายแล้ว ในสีแดง เรเดียนท์ เรด และสีเหลือง ซันไลท์ เพื่อเพิ่มความปังให้กับปี 2564! 3.วางส้มไว้ในรถในวัฒนธรรมจีน ส้มถือเป็นสัญลักษณ์ของความเจริญรุ่งเรือง ซึ่งเป็นความหมายเดียวกับวันตรุษจีน หลายคนจึงใช้ส้มเป็นของประดับบ้านช่วงเทศกาลนี้เนื่องจากสีส้มเป็นสัญลักษณ์ของความร่ำรวย และโชคลาภ อีกทั้งในภาษาจีนคำว่า ส้ม นั้นมีเสียงคล้ายกับคำว่า โชคดี เพียงแค่คุณนำส้มสองลูกวางบนแผงหน้าปัดรถของคุณในช่วงวันปีใหม่จีนก็จะช่วยดึงดูดสิ่งดี ๆ ให้เข้าหาคุณและรถของคุณได้ และหากอยากเพิ่มระดับความเฮง นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ก็มีสีส้ม โมนาร์ชให้คุณได้เลือกใช้ เพื่อให้โชคลาภอยู่กับคุณไปตลอด 4.หลีกเลี่ยงของมีคมในความเชื่อโบราณดั้งเดิมของชาวจีน ของมีคมอาจ “ตัด” พลังงานบวกและโชคดีทิ้งไป ดังนั้นควรเก็บของมีคมให้พ้นสายตาทั้งในบ้านและในรถ และหลีกเลี่ยงการใช้งานในวันแรกของปี 5.นำรถเข้ารับบริการหากรถของคุณไม่ได้เข้าศูนย์บริการมาระยะหนึ่งแล้ว ควรนัดหมายนำรถเข้าตรวจเช็คก่อนวันตรุษจีนเพื่อลดความกังวลในการขับขี่ในช่วงเทศกาล และเพื่อเป็นการเสริมความเฮง…
Bridgestone ได้รับเลือกจาก Lamborghini ให้เป็นยางติดรถซุปเปอร์คาร์
ลัมโบร์กินี (Lamborghini) เลือก บริดจสโตน (Bridgestone) ให้เป็นผู้ติดตั้งยางใน Lamborghini Huracán STO ซึ่งเป็นรถซุปเปอร์คาร์รุ่นใหม่ที่มีกำหนดจะเปิดตัวในปี ค.ศ. 2021 นี้ Bridgestone ได้พัฒนายาง Potenza ขึ้นโดยเฉพาะสำหรับรถซุปเปอร์คาร์ Huracán STO ด้วยคุณสมบัติคุณภาพสูงของยาง Potenza ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดให้การยึดเกาะถนน การควบคุมการขับขี่ และสมรรถนะโดยรวมของรถซุปเปอร์คาร์ Huracán STO การผสานกันระหว่างเทคโนโลยีและการออกแบบอย่างลงตัวยาง Bridgestone Potenza ได้พัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะสำหรับรถซุปเปอร์คาร์ Huracán STO ของ Lamborghini ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่าง 2 บริษัทผู้นำในวงการรถ และยาง Bridgestone Potenza ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นนี้เป็นการผสานกันระหว่างเทคโนโลยีและการออกแบบอย่างลงตัวเช่นเดียวกับรถซุปเปอร์คาร์ Huracán STO ของ Lamborghini โดยกุญแจสู่ความสำเร็จของยางในการเพิ่มสมรรถนะสูงสุดให้รถซุปเปอร์คาร์ Huracán STO คือ การผสานกันระหว่างการออกแบบลายดอกยางและการใช้เทคโนโลยีล่าสุด โดยยาง Potenza มีลายดอกยางแบบไม่สมมาตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตอบสนองพวงมาลัยและเสถียรภาพในการเข้าโค้ง และโครงสร้างภายในเนื้อยางที่สามารถกระจายแรงกดเมื่อสัมผัสกับพื้นถนนไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางโค้ง ด้วยการผสานคุณสมบัติดังกล่าวกับเนื้อยางสูตรใหม่ที่พัฒนามาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะจะช่วยรีดสมรรถนะสูงสุดของยางเทียบเท่ากับยางที่ใช้ในสนามแข่ง โครงการใหม่ด้วยการร่วมมือกับ Lamborghini และใช้เทคโนโลยีการพัฒนายางอย่างยั่งยืนของ Bridgestone จึงสามารถพัฒนายางเพื่อให้ได้สมรรถนะสูงสุดในช่วงการระบาดของโควิด-19ความสามารถในการพัฒนายางอย่างยั่งยืนของ Bridgestone ได้พิสูจน์ถึงสมรรถนะของยาง Potenza ด้วยความสามารถของ Bridgestone ที่ทดสอบยางด้วยรูปแบบผสมผสานในสภาพแวดล้อมเสมือนจริง และผนวกรวมการตอบสนองของยางในระบบยานยนต์เพื่อค้นหาความลงตัวที่สมบูรณ์แบบ เพื่อสำหรับ Lamborghini ในโปรแกรมจำลองการขับขี่เสมือนจริง โดยผลที่ได้คือกระบวนการที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงขั้นตอนสุดท้าย พร้อมทั้งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย รถซุปเปอร์คาร์ Lamborghini Huracán STO จะเริ่มผลิตในช่วงต้นปี ค.ศ. 2021 เพราะ Bridgestoneไม่เพียงส่งมอบยาง Potenza ที่พัฒนาขึ้นโดยเฉพาะสำหรับลูกค้าและมุ่งเน้นสมรรถนะในการขับขี่บนถนนเท่านั้น แต่ยังส่งมอบยางในเวอร์ชั่นที่รองรับทุกเส้นทางและเป็นหนึ่งเดียวกับถนน โดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใน “สนามแข่ง” เพื่อให้ได้สมรรถนะสูงสุดบนเส้นทางโดยเฉพาะบนถนนแห้งอีกด้วย
MG เติบโตขึ้น 7%
บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย รายงานผลการดำเนินงานปีที่ผ่านมามียอดขายรวม 28,316 คัน เติบโตขึ้น 7% โดยเป็นผู้นำในกลุ่มรถยนต์ SUV ของตลาดเมืองไทย ด้วยยอดขายที่สูงถึง 17,819 คัน และมีส่วนแบ่งทางการตลาดในกลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้าสูงเกือบ 90% พร้อมตั้งเป้าเปิดตัวรถรุ่นใหม่เพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ย้ำแผนเดินการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายให้ครอบคลุมทั่วประเทศกว่า 170 แห่ง ภายในปีนี้ ในปี 2563 เอ็มจีมียอดขายรวม 28,316 คัน เติบโตขึ้นถึง 7% เมื่อเทียบกับปี 2562 ซึ่งมียอดขายอยู่ที่ 26,516 คัน โดยแบ่งเป็นยอดขาย MG ZS สูงถึง 11,013 คัน ตามมาด้วย MG HS (รวม MG HS PHEV) จำนวน 6,008 คัน MG Extender 5,387 คัน MG3 จำนวน 4,856 คัน MG ZS EV และ MG EP จำนวน 826 คัน และรุ่นอื่นๆ…
ยอดจำหน่ายรถยนต์ปี 2563
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แถลงสถิติการจำหน่ายรถยนต์ปี 2563 พร้อมคาดการณ์ตลาดรถยนต์ไทยปี 2564 วันที่ 25 มกราคม 2564 ผ่านช่องทางออนไลน์ มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามาตรการจากทางภาครัฐประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดีในการจัดการสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อพวกเราทุกคน ทำให้เราเชื่อมั่นว่าสถานการณ์กำลังจะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น และคาดว่าอนาคตอันสดใสกำลังจะเริ่มขึ้นนับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ถึงแม้ว่าสถานการณ์การระบาดจะกลับมาอีกครั้งก็ตาม ทั้งนี้บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัดจะอยู่เคียงข้างคนไทยเสมอ พร้อมต่อสู้ไปด้วยกันจนกว่าสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ครั้งนี้จะสิ้นสุดลง และหวังว่าคนไทยทุกคนจะปลอดภัยและรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ สำหรับยอดขายรถยนต์รวมในประเทศไทยปี 2563 ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศได้รับผลกระทบอย่างมากจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้ยอดขายลดลง 21.4% โดยมียอดขายอยู่ที่ 792,146 คัน ในปีนี้จะเป็นปีที่ท้าทายอีกครั้งสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทย เนื่องจากยังคงต้องเผชิญกับหลายปัจจัย จากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 การพัฒนาวัคซีนและการเข้าถึงวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 รวมถึงแนวโน้มสภาวะเศรษฐกิจทั่วโลก และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ ทั้งหมดนี้จะส่งผลต่อทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ นอกจากนี้ ความเคลื่อนไหวต่างๆ ในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ เช่น การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ กิจกรรมทางการตลาด และกิจกรรมส่งเสริมการขายต่างๆ จะมีบทบาทสำคัญต่อการกระตุ้นยอดขายรถยนต์ ดังนั้น เมื่อพิจารณาปัจจัยต่างๆ เหล่านี้แล้ว จึงคาดการณ์ว่ายอดขายรถยนต์ในปี2564 จะอยู่ที่ประมาณ 850,000 – 900,000 คัน เพิ่มขึ้น 7-14% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สำหรับยอดขายโตโยต้าในปี 2563 ยอดขายรวมของโตโยต้าลดลง 26.5% หรือคิดเป็นจำนวน 244,316 คัน อย่างไรก็ตาม แม้ว่าบริษัทฯ จะเผชิญกับความยากลำบากมากมายในปีที่ผ่านมาแต่ยังมีส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับ 1 หรือเท่ากับ 30.8% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมด เนื่องจากมีการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ๆ อย่าง โคโรลล่า ครอส ยาริส เอทีฟ ฟอร์จูนเนอร์ เลเจนเดอร์ ไฮลักซ์ รีโว่ และอินโนว่า คริสต้า ทั้งหมดนี้ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า และส่งผลให้โตโยต้าสามารถรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดได้สำหรับเป้าหมายของโตโยต้าในปี 2564 โตโยต้ามีเป้าหมายการขายอยู่ระหว่าง 280,000-300,000 คัน หรือคิดเป็นยอดขายที่เพิ่มขึ้น 15–20% จากปีที่ผ่านมา คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดที่ 33.3%”…
กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย
ฮอนด้า ร่วมต้านภัยโควิด-19 ระลอกใหม่ ผลิตและบริจาคนวัตกรรมหน้ากากแรงดันลบและบวก 1,000 ชิ้น เพื่อประโยชน์ในการป้องกันบุคลากรทางการแพทย์และให้การรักษาแก่ผู้ป่วย พร้อมบริจาคเครื่องพ่นยาฆ่าเชื้อ 100 ตัว รวมมูลค่า 40 ล้านบาท มอบแก่ 77 จังหวัดทั่วประเทศ ในช่วงปลายปี 2563 บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนชาวไทยต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดระลอกใหม่ของเชื้อไวรัสโควิด-19 อีกครั้ง และเหตุการณ์ยังคงต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ภายใต้มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย ผนึกกำลังร่วมกับกลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทยเดินหน้าพัฒนาและผลิต หน้ากากแรงดันลบและบวก ซึ่งเป็นหน้ากากที่ใช้สวมใส่เพื่อช่วยป้องกันการติดเชื้อและแพร่เชื้อโควิด-19 ที่มีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา พกพาได้สะดวก ซึ่งสามารถปรับใช้ได้2 รูปแบบ ทั้งสำหรับผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องดูแลผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ซึ่งได้พัฒนาต่อยอดจากเตียงเคลื่อนย้ายผู้ป่วยแบบแรงดันลบ ที่ทางกองทุนฮอนด้าฯ ได้ผลิตและส่งมอบไปยัง96 โรงพยาบาลทั่วประเทศไปเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2563 โดยครั้งนี้ กองทุนฮอนด้าฯจะทำการผลิตและบริจาคหน้ากากแรงดันลบและบวก จำนวน1,000 ชิ้น พร้อมเครื่องพ่นยาฆ่าเชื้อ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเครื่องยนต์อเนกประสงค์ของฮอนด้า จำนวน 100 ตัว รวมมูลค่ากว่า 40 ล้านบาท โดยจะเตรียมส่งมอบให้แก่ 77 จังหวัดทั่วประเทศ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ทั้งนี้ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ภายใต้มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย ร่วมกับกลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย รวมทั้งเครือข่ายผู้จำหน่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ ได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคมไทย ต้านภัยโควิด-19 โดยได้ดำเนินการผลิตและส่งมอบเตียงเคลื่อนย้ายผู้ป่วยแบบแรงดันลบ (Negative Pressure Mobile Bed) จำนวน 100 เตียง และได้ส่งมอบร่วมกับอุปกรณ์ทางการแพทย์อื่นๆ ให้แก่โรงพยาบาล 96 แห่งทั่วประเทศ รวมมูลค่า 40 ล้านบาท ผ่านเครือข่ายผู้จำหน่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศไปแล้วนั้น และเมื่อผนวกรวมกับครั้งนี้ หน้ากากแรงดันลบและบวกป้องกันโควิด-19 จำนวน 1,000 ชิ้น จะถูกผลิตและนำไปบริจาคพร้อมกับเครื่องพ่นยาฆ่าเชื้อ 100ตัว รวมมูลค่ากว่า 40 ล้านบาท ที่จะส่งมอบในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 เมื่อรวมความช่วยเหลือที่ทางกองทุนฮอนด้าฯ ได้มอบให้แก่สังคมไทยเพื่อร่วมต้านภัยโควิด-19 รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 80 ล้านบาทโดยลูกค้าผู้ซื้อผลิตภัณฑ์ของฮอนด้า ทั้งรถจักรยานยนต์ รถยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ ล้วนเป็นผู้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคมในครั้งนี้ ผ่านการสมทบทุนจากการซื้อผลิตภัณฑ์ ทางกองทุนฮอนด้าฯ พร้อมอยู่เคียงข้างคนไทยและให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ เพื่อให้สังคมไทยผ่านพ้นวิกฤติโควิด-19 ไปได้ด้วยดีอีกครั้ง และจะไม่หยุดการพัฒนาที่มอบประโยชน์สุขให้กับคนไทย ดังเจตนารมณ์ของฮอนด้าในการสร้างสรรค์คุณค่าเพื่อเป็นองค์กรที่สังคมไทยต้องการให้ดำรงอยู่ตลอดไป
โตโยต้า ไดฮัทสุ สนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคม
บริษัท โตโยต้า ไดฮัทสุ เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง (Toyota Daihatsu Engineering & Manufacturing: TDEM) สำนักงานระดับภูมิภาคของโตโยต้าในเอเชีย ซึ่งรับผิดชอบงานด้านวิศวกรรม การผลิต และส่วนงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้เปิดตัว “ศูนย์ โตโยต้าเพื่อสนับสนุนกิจกรรมทางสังคม” (Toyota Social Support Center : TSSC) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างประโยชน์ต่อชุมชนและสังคมโดยรอบ ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้ของ “ระบบการผลิตแบบโตโยต้า” (Toyota Production System: TPS) อันเป็นจุดแข็งหลักที่เป็นเอกลักษณ์ของโตโยต้าและได้รับการยอมรับทั่วโลก อนึ่ง “ระบบการผลิตแบบโตโยต้า” (Toyota Production System: TPS) เป็นหลักการพื้นฐานของโตโยต้าที่ใช้ในการบริหารจัดการ เกิดขึ้นจากระบบควบคุมการผลิตขององค์กร ซึ่งมุ่งกำจัดความสูญเปล่า โดยมีเป้าหมายในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพให้ถึงมือลูกค้าได้อย่างรวดเร็วที่สุดตามคำสั่งซื้อรากฐานของแนวคิดระบบ TPS มีต้นกำเนิดมาจากเครื่องทอผ้าแบบอัตโนมัติ ซึ่ง มร.ซากิจิ โตโยดะ บิดาของผู้ก่อตั้งบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชัน ได้คิดค้นขึ้น นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ระบบนี้ก็มีวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่องบนพื้นฐานของการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง และยังนำไปประยุกต์ใช้กับงานในแขนงอื่นๆ นอกเหนือจากด้านการผลิตและการขนส่ง ปัจจุบันยังใช้ในส่วนงานการวางแผน การขาย และการบริหารจัดการงานต่างๆ อย่างกว้างขวาง โตโยต้าเชื่อว่าระบบ TPS มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาความสามารถขององค์กร เพื่อยกระดับศักยภาพด้านการแข่งขันอย่างไม่หยุดยั้งสู่การเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน ตลอดจนทำตามคำมั่นสัญญาของโตโยต้าในการนำเสนอคำตอบด้านการขับเคลื่อน (Mobility Solutions) ที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่อุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการปฏิรูปครั้งสำคัญในรอบศตวรรษนี้ (ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ TPS คลิกที่นี่ https://global.toyota/en/company/vision-and-philosophy/production-system/) ศูนย์โตโยต้าเพื่อสนับสนุนกิจกรรมทางสังคม (Toyota Social Support Center: TSSC) ไม่เพียงแต่จะให้ความสำคัญด้านการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงานและการบริหารจัดการเท่านั้น แต่ยังมุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับองค์กรที่โตโยต้าเข้าไปช่วยเหลือด้วยการถ่ายทอดองค์ความรู้ของระบบ TPS เพื่อให้องค์กรนั้นๆ…
SUZUKI CELERIO แจ้งราคามาตรฐานใหม่
SUZUKI ตอกย้ำความเป็นอีโคคาร์สุดคุ้มค่า มุ่งหวังให้ผู้บริโภคเข้าถึงง่าย ได้รถมีคุณภาพ โดยแจ้งราคามาตรฐานใหม่ คุณวัลลภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากได้มีการจัดแคมเปญ “ซูซูกิเฉลิมฉลอง 100 ปี” ในการก่อตั้งบริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ด้วยการวางราคาจำหน่าย SUZUKI CELERIO สุดพิเศษ เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าชาวไทยที่ให้การตอบรับและสนับสนุนซูซูกิด้วยดีเสมอมา นับได้ว่าเป็นแคมเปญที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยส่งผลให้ SUZUKI CELERIO ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค จนสามารถสร้างยอดขายให้เติบโตเพิ่มขึ้นได้สูงถึง 274.94% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาโดยมียอดขายรวมล่าสุดอยู่ที่ 3,665 คัน(เดือนมกราคม-พฤศจิกายน 2563) ส่วนในช่วงงานมอเตอร์ เอ็กซ์โปร์ 2020 ที่ผ่านมา มียอดจองอยู่ที่ 362 คัน ล่าสุดแคมเปญ“ซูซูกิเฉลิมฉลอง 100 ปี” ได้สิ้นสุดลงเรียบร้อยแล้ว แต่ความนิยมและความต้องการที่มีต่อ SUZUKI CELERIO ยังคงมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ จึงได้ตัดสินใจที่จะวางราคาจำหน่ายมาตรฐานใหม่ให้กับคอมแพ็คอีโคคาร์รุ่นนี้อีกครั้งในราคาเริ่มต้นที่เหลือเพียง328,000 บาทเท่านั้น เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าชาวไทยที่ให้การตอบรับและสนับสนุนซูซูกิด้วยดีเสมอมา อีกทั้งยังเป็นการตอบแทนความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าเพื่อให้เข้าถึงผลิตภัณฑ์ของซูซูกิโดยการเป็นเจ้าของรถยนต์ซูซูกิได้ง่ายขึ้น การกำหนดราคาจำหน่ายมาตรฐานใหม่ของ SUZUKI CELERIO ในครั้งนี้ยังคงเป็นราคาพิเศษที่ถูกกว่าราคามาตรฐานเดิม โดยมีสีให้เลือก คือ สีขาว สีแดง สีเทาและสีดำ ส่วนรุ่นและราคาจำหน่าย ประกอบด้วยดังนี้ รายละเอียดรุ่น / เกียร์ ราคามาตรฐานเดิม (บาท) ราคามาตรฐานใหม่ (บาท) เซเลริโอ (CELERIO) GA M/T 363,000 328,000 เซเลริโอ (CELERIO) GL CVT 443,000 408,000 เซเลริโอ (CELERIO) GX CVT …
LAMBORGHINI NIGHT
รวมพลเหล่าสาวกกระทิงดุร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปีเรียกว่าอัดแน่นด้วยกิจกรรมแบบเอ็กซ์คลูซีฟตลอดทั้งปี เพราะนอกจากเหล่าสาวกกระทิงดุจะเพลิดเพลินกับไลฟ์สไตล์การขับขี่เหนือระดับอย่างปลอดภัยแล้ว ยังได้ร่วมเป็นหนึ่งในประสบการณ์ใหม่ๆ มากมาย รวมไปถึงกิจกรรมแบ่งปันความสุขเพื่อสังคมอีกด้วย เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณและตอบแทนความไว้วางใจให้กับลูกค้าคนสำคัญ ภานุเมศ จงกลรัตนาภรณ์ ประธาน Lamborghini Club Thailand (ลัมโบร์กินีคลับไทยแลนด์) พร้อมด้วย อภิชาติ ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการ บริษัท เรนาสโซ มอเตอร์ จำกัด ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ลัมโบร์กินีอย่างเป็นทางการรายเดียวในประเทศไทย ร่วมจัดกิจกรรมพิเศษส่งท้ายปีเชิญชวนเหล่าแฟนพันธุ์แท้กระทิงดุร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขในงาน “LAMBORGHINI NIGHT” ภายใต้คอนเซปต์ Disco Dance Party ที่เต็มไปด้วยสีสันและความโดดเด่นแบบระยิบระยับ พร้อมชมมินิคอนเสิร์ตจาก เจ เจตริน ที่มาร่วมเสิร์ฟความสนุกส่งท้ายอีกด้วย โดยมีเหล่าเซเลบริตี้และสมาชิกคลับร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ วชิรา จิตศักดานนท์, เดิมพัน – เมลนีย์ อยู่วิทยา, นที มาเสถียรวงศ์, ณัฐเศรษฐ์ พูนทรัพย์มณี, ภัคคณวัฒน์ เหมะธนานันท์, พลอยนภัส เชษฐกุลรัตน์, ศุภชล – สุนันท์ษา นิธิวาสิน, ทวี – นรรจาพร จงควินิต, บพิธ ธุระชน, ดีเจเพชรจ้า วิเชียร กุศลมโนมัย เป็นต้น ณ ห้องบอลรูม โรงแรม พาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ ร่วมสัมผัสความหรูหราโฉบเฉี่ยวของซูเปอร์สปอร์ตคาร์รุ่นใหม่ ได้ที่ “ลัมโบร์กินี กรุงเทพฯ” โชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจรขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียแปซิฟิก ถนนวิภาวดีรังสิต สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-512-5111
Product of the Year 2020
ISUZU ได้รับรางวัลจากนิตยสาร Business+ โดย คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ กรรมการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด รับมอบรางวัล “Business+ Product of the Year 2020” โดย “ออลนิวอีซูซุดีแมคซ์ พลานุภาพ…พลิกโลก!” ได้รับคะแนนสูงสุดในประเภทกลุ่มรถปิกอัพ ซึ่งเป็นผลจากการวิจัยตลาดในขั้นต้นจากทีมบรรณาธิการและผู้ทรงคุณวุฒิจากวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล และเข้าสู่ขั้นตอนการให้คะแนนโดยการโหวตจากประชาชนทั่วประเทศผ่านช่องทางออนไลน์ โดยนิตยสาร Business+ ณโรงแรม เรดิสัน บลู พลาซ่า บางกอก ถนนสุขุมวิท กรุงเทพมหานคร
