ฟอร์ด บอกว่า ความไม่แน่นอน คือ ความแน่นอน

จำนวนประชากรที่เป็นผู้ใหญ่กว่า 60 เปอร์เซ็นต์ทั่วโลกจะรู้สึกว่ามีการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เกิดขึ้นรอบตัวมากมาย รายงานแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคของฟอร์ด “Looking Further with Ford” ไม่เพียงแค่วิเคราะห์ปัญหา แต่ยังมองหาแนวทางในการรับมือปัญหาเหล่านี้ด้วย

ในขณะที่สังคมกำลังหาทางจัดการกับการพัฒนาสู่ความเป็นเมือง  ที่เพิ่มสูงขึ้น การทำลายสภาพแวดล้อมและความไม่เสถียรทางเศรษฐกิจ ฟอร์ดในฐานะบริษัทผู้นำด้านการสัญจรได้เดินหน้าพัฒนาแนวทางสำหรับการสัญจรอัจฉริยะสำหรับทุกคน ท่ามกลางช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนที่เพิ่มสูงขึ้นและความวิตกกังวลว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อาจก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี ฟอร์ดยังคงเชื่อมั่นในแนวคิดที่ว่า อิสระทางการเคลื่อนไหวจะช่วยขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนา

นอกจากนี้ ฟอร์ดยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรมที่มีความหมายและยั่งยืนเพื่อช่วยให้ความเป็นอยู่ของผู้คนในสังคมดีขึ้น ในแต่ละปี ฟอร์ดพุ่งความสนใจไปที่กระแสต่างๆ ของโลกเพื่อที่จะเข้าใจว่าผู้บริโภคมีความเปลี่ยนแปลงอย่างไรและบริษัทควรจะตอบสนองอย่างไรบ้าง ข้อมูลเชิงลึกที่ได้จากรายงานประจำปีครั้งที่ 6 ของฟอร์ด มีดังนี้

1.ประมาณ 39 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใหญ่กล่าวว่า พวกเขายินดีที่จะให้ข้อมูลส่วนตัวของพวกเขากับบริษัทต่างๆ  อย่างไรก็ดี อีก 60 เปอร์เซ็นต์กล่าวว่า พวกเขารู้สึกหงุดหงิดรำคาญใจเมื่อพบว่าข้อมูลส่วนตัวจำนวนมากสามารถเข้าถึงได้โดยสาธารณะ

2.ประมาณ 76 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใหญ่ทั่วโลกกล่าวว่า พวกเขาคิดว่าการที่บริษัทต่างๆ รู้ข้อมูลส่วนตัวมากเกินไปทำให้พวกเขารู้สึกแปลก

3.ประมาณ 52 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใหญ่กล่าวว่า พวกเขาเชื่อว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์จะส่งผลเสียมากกว่าผลดี แต่ 61 เปอร์เซ็นต์กล่าวว่า พวกเขารู้สึกมีความหวังกับอนาคตของรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ

4.ประมาณ 68 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใหญ่กล่าวว่า พวกเขารู้สึกว่าความทุกข์ยากในโลกนี้มีมากเกินไปในปัจจุบัน และ 51 เปอร์เซ็นต์กล่าวว่า พวกเขารู้สึกผิดที่ไม่ได้ช่วยทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้น

5.ประมาณ 81 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใหญ่กล่าวว่า พวกเขารู้สึกกังวลเกี่ยวกับช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจนที่เพิ่มขึ้น

6.ประมาณ 73 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใหญ่กล่าวว่า พวกเขาควรจะดูแลสภาพจิตใจของตนเองให้ดีกว่านี้

7.ประมาณ 54 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใหญ่ทั่วโลกกล่าวว่า พวกเขารู้สึกเครียดมากกว่าปีที่ผ่านมา และในบรรดากลุ่มคนอายุระหว่าง 18 ถึง 29 ปี อัตราความเครียดนั้นเพิ่มสูงขึ้นเป็น 65 เปอร์เซ็นต์

รายงานแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคฉบับนี้ทำหน้าที่เป็นเสมือนแผนที่จะช่วยให้เราเข้าใจกระแสหลักในสังคมที่คาดการณ์ว่าจะมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมผู้บริโภค และการดำเนินธุรกิจของแบรนด์ต่างๆ ในปี 2018 และปีต่อๆ ไป โดยฟอร์ดได้ค้นพบและสรุปกระแสหลักออกมาได้ 10 ประการ ดังต่อไปนี้

1.ยุคของการใช้เหตุผล

2.การตื่นตัวของนักเคลื่อนไหว

3.ใส่ใจในความไม่เสมอภาค

4.ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น

5.ความสำคัญของสุขภาพจิต

6.วัตถุนิยมบำบัด

7.ข้อมูลถูกเปิดเผยอย่างช่วยไม่ได้

8.จุดเปลี่ยนของเทคโนโลยี

9.โสดอย่างเป็นสุข

10.การเตรียมการที่ยิ่งใหญ่สำหรับมหานครต่างๆ ภายในปี 2050

ผู้ที่สนใจสามารถอ่านรายงานแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคของฟอร์ดประจำปี 2018 ฉบับเต็มได้ที่ www.fordtrends.com

 

Related posts

Visit Us On FacebookVisit Us On TwitterVisit Us On YoutubeCheck Our Feed