New 500 Series จาก HONDA

ฮอนด้าบิ๊กไบค์สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญสนั่นวงการรถจักรยานยนต์ไทย ด้วยการเปิดตัวบิ๊กไบค์โมเดลใหม่ล่าสุดในตระกูล 500 Series 3 รุ่นรวด ได้แก่ New CBR500R, New CB500F และ New CB500X ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่ ทั้งสปอร์ต เน็กเก็ต และแอดเวนเจอร์ มาพร้อมการยกระดับออปชันที่ดีที่สุดในคลาส เสริมสมรรถนะขั้นสุดด้วยโช้กอัพหน้าหัวกลับ และดิสก์เบรกคู่ พร้อมวางจำหน่ายตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป มร.ทาคาโนริ มารุยามะ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในประเทศไทย เปิดเผยว่า “บิ๊กไบค์ฮอนด้าในตระกูล 500 Series ถือเป็นโมเดลที่มีความสำคัญ และเป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นของกระแสการขับขี่บิ๊กไบค์ในเมืองไทย ด้วยคุณภาพมาตรฐานการผลิตระดับโลก และเทคโนโลยีที่ผู้ขับขี่ให้การยอมรับมากที่สุด ได้ส่งผลให้ 500 Series ขึ้นแท่นเป็นบิ๊กไบค์ที่มียอดจำหน่ายมากที่สุดทันทีที่เปิดตัวในไทย ตั้งแต่ปี 2012 เป็นต้นมา New 500 Series ได้รับการพัฒนาเพื่อส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับกลุ่มลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง และในปี 2021 เราได้ทำการยกระดับ 500 Series ให้เทียบเท่าซูเปอร์ไบค์ระดับท็อปคลาส เพื่อสร้างความตื่นเต้นและตอบโจทย์นักบิดตัวจริง ด้วยการติดตั้งเทคโนโลยีชั้นสูงเข้าไป เพื่อให้เป็นคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับคนที่ต้องการเข้าสู่โลกของบิ๊กไบค์” ฮอนด้าบิ๊กไบค์ New 500 Series มาพร้อมคอนเซปต์ “For The Real One” ถ่ายทอดความเร้าใจสู่สาวกบิ๊กไบค์ตัวจริง ตื่นตาตื่นใจด้วยดีไซน์ที่ดูบึกบึนโฉบเฉี่ยว แรงด้วยเครื่องยนต์ที่ทรงพลัง และออปชันที่ดีที่สุดในคลาส ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่ด้วย 3 โมเดลที่แตกต่างตามความต้องการของคนรุ่นใหม่ ประกอบด้วย New CBR500R สำหรับนักบิดสายสปอร์ตเต็มขั้น, New CB500F เน็กเก็ตไบค์ที่ออกแบบมาเพื่อสายสตรีทโดยเฉพาะ และ New CB500X แอดเวนเจอร์ไบค์สำหรับผู้รักการผจญภัย ฮอนด้าบิ๊กไบค์ New 500 Series ทั้ง…

 
Read More

New Honda CBR500R จัดเต็มฟีเจอร์ระดับท็อปคลาส

มาดเท่ บาดใจสายสปอร์ตตัวจริง เพราะหากพูดถึงรถบิ๊กไบค์สายสปอร์ตที่เป็นจุดเริ่มต้นของกระแสการขับขี่บิ๊กไบค์ในเมืองไทย คงหนีไม่พ้นสปอร์ตไบค์สุดเท่อย่างฮอนด้า CBR500R จากตระกูล 500 Series ที่เปิดตัวครั้งแรกในโลกเมื่อปี 2013 เป็นรถสปอร์ตพิกัดกลาง ที่ขับขี่สนุกควบคุมง่ายเหมาะสำหรับผู้ที่อยากจะเริ่มต้นก้าวเข้าสู่โลกของบิ๊กไบค์ หลังจากนั้นมา CBR500R ก็ได้รับการปรับโฉมพร้อมกับเพิ่มเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้าไปอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นรถที่โดนใจไบค์เกอร์ทั้งในเมืองไทย และทั่วโลกเป็นอย่างมาก ล่าสุดในปี 2021 ทางฮอนด้าบิ๊กไบค์ได้สร้างความสั่นสะเทือนให้กับวงการอีกครั้งด้วยการเปิดตัว New CBR500R  ที่ถ่ายทอดเทคโนโลยีจากสนามแข่งมาสู่รถรุ่นนี้แบบเต็มพิกัดอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยการติดตั้งโช้กอัพหน้าแบบหัวกลับขนาด 41 มม. และดิสก์เบรกหน้าคู่ ถือเป็นครั้งแรกของบิ๊กไบค์ในคลาสนี้ ที่มาพร้อมสเปคระดับเดียวกับรถซูเปอร์ไบค์ เมื่อรวมกับลวดลายกราฟิกที่ออกแบบใหม่ล่าสุด ยิ่งทำให้ New CBR500R ดูมีความดุดันในทุกมุม และยังมีสมรรถนะในการขับขี่ที่ดีขึ้นไปสู่อีกระดับ ที่สำคัญ แม้จะมีอุปกรณ์ใหม่ๆ เข้ามา แต่น้ำหนักกลับไม่ได้เพิ่มขึ้นเลย เพราะฮอนด้าได้มีการออกแบบ สวิงอาร์ม และล้อแม็ก ให้มีน้ำหนักเบากว่าเดิมเพื่อให้สมดุล กับน้ำหนักโดยรวม ของรถ แต่ไม่สูญเสีย ความแข็งแรงแต่อย่างใด รักษาจุดเด่นในเรื่องการเป็นรถที่ควบคุมง่ายได้เหมือนเดิม New CBR500R ยังได้รับการอัพเกรดในส่วนของไฟหน้าคู่แบบ LED ที่มีการปรับความสว่าง ให้มากขึ้นกว่าเดิมถึง 25% ทำให้การขับขี่ในเวลากลางคืนมีความปลอดภัยมากขึ้น และยังติดตั้ง Assist Slipper Clutch ที่ช่วยลดแรงกระชากของล้อหลังขณะเปลี่ยนเกียร์ เพื่อความนุ่มนวล และความต่อเนื่องของการขับขี่  ในด้านของสมรรถนะ New CBR500R ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังของเครื่องยนต์ 2 สูบ แบบ Parallel Twin DOHC ขนาด 500 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ส่งกำลังด้วยชุดเกียร์ 6 สปีด ให้แรงบิดที่ดีตั้งแต่ออกตัว ในขณะที่ดิสก์หน้าคู่ที่ติดตั้งเข้ามาใหม่จะทำงานร่วมกับ คาลิปเปอร์แบบ Radial Mount 4 Pots และระบบเบรกแบบ ABS  อีกจุดหนึ่งที่ทำให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสอารมณ์ของความเป็นซูเปอร์สปอร์ตตัวจริง ก็คือตำแหน่งท่านั่ง ด้วยเบาะนั่งที่ไม่สูงมาก…

 
Read More

ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์

อีซูซุเดินหน้าลุยตลาดรถช่วงปลายปี โชว์ศักยภาพ “ใหม่! พลานุภาพ…ไร้ขีดจำกัด” เผยโฉมรถรุ่นใหม่ครบทุกรุ่นเข้มขึ้น ดุขึ้น นำโดย “ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์” ตอกย้ำตัวตนใหม่ภายใต้แนวคิด “MY NEW ID..MY NEW ISUZU D-MAX” ขับเคลื่อนความสมบูรณ์แบบในทุกองศา มาพร้อมเอกลักษณ์ สีเทาโอเพคใหม่! (Islay Gray Opaque) เทรนด์สีใหม่ของวงการยานยนต์โลก “ใหม่! อีซูซุเอ็กซ์-ซีรี่ส์” แรงทะลุไมล์…เร้าใจสไตล์เอ็กซ์ ปรับเพิ่มลุคสปอร์ตยิ่งขึ้น และรถอเนกประสงค์สุดหรู “ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์” ที่เติมเต็มฟังก์ชั่นความปลอดภัยใหม่ในระบบ ADAS โดย “ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์” และ “ใหม่! อีซูซุเอ็กซ์-ซีรี่ส์” มีกำหนดเปิดตัวตนใหม่ครั้งแรกตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคมศกนี้ และ “ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์” ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคมศกนี้ เป็นต้นไป ณ โชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ กลุ่มตรีเพชร โดย มร.โทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ  บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า  “รถใหม่ในปลายปีนี้ของอีซูซุเป็นรุ่นไมเนอร์เชนจ์ที่มีการปรับโฉมใหม่ให้เข้มขึ้น ดุขึ้น  เริ่มจากอีซูซุดีแมคซ์ ยอดยนตรกรรมปิกอัพระดับ Top Class ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากมายทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เนื่องจากเป็นรถที่มีการพัฒนาแบบไร้ขีดจำกัด สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นในทุกครั้งที่มีการแนะนำรถรุ่นใหม่ และยังคงกระแส “ดีแมคซ์ฟีเวอร์” นับตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรกในโลกที่เมืองไทย ต่อเนื่องถึงการเปิดตัว “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ พลานุภาพ…พลิกโลก” เมื่อปลายปี พ.ศ. 2562 หรือแม้แต่ปัจจุบันที่ตลาดรถยนต์หดตัวลงจากสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 ส่งผลให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อรถยากขึ้น อีซูซุดีแมคซ์ก็ยังคงเป็นที่ต้องการของผู้ใช้รถในเมืองไทยเนื่องจากความโดดเด่นในเรื่องของสมรรถนะ     ความคุ้มค่าเงินสูงสุดและภาพลักษณ์ใหม่ซึ่งดูทันสมัย สำหรับรถปิกอัพรุ่นล่าสุด “ใหม่!  อีซูซุดีแมคซ์ พลานุภาพ…ไร้ขีดจำกัด” สร้างสรรค์ภายใต้แนวคิด “MY NEW ID..MY NEW ISUZU D-MAX” ตัวตนใหม่ที่เป็นคุณ ด้วยการเลือกรถคู่ใจที่ช่วยค้นหาตัวตนใหม่ที่ไร้ขีดจำกัด พร้อมสนุกไปกับการใช้ชีวิตที่มีความหลากหลายควบคู่ไปกับการใช้งานได้อเนกประสงค์ โดยมาพร้อมสีเทาโอเพคใหม่! (Islay Gray Opaque) เทรนด์สีใหม่ของวงการยานยนต์โลก ที่มีคุณสมบัติพิเศษให้มุมมองสีหลากหลายมิติ ไล่ระดับจากเทาประกายมุกจรดเทาเข้ม แตกต่างตามมุมตกกระทบของแสง  น่าค้นหา  ท้าทายทุกสายตา ซึ่งสีพิเศษนี้มีให้เลือกใน  “ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์” ทุกรุ่น นอกจากนี้ยังมี “ใหม่! อีซูซุเอ็กซ์–ซีรี่ส์”  ปิกอัพสไตล์สปอร์ตเท่ที่มาพร้อมชุดแต่งจัดเต็ม ซึ่งครั้งนี้ได้เพิ่มความสปอร์ตให้โดดเด่นยิ่งขึ้นอีก ทั้งในรุ่น SPEED ให้อารมณ์เรซซิ่งสุดร้อนแรง และรุ่น HI-LANDER สปอร์ตพรีเมี่ยม แฝงเรซซิ่งสปิริตภายใต้ความเรียบหรู สะดวกสบาย และ “ออลนิว อีซูซุมิว–เอ็กซ์” ที่เปิดตัวเมื่อปลายปีที่แล้ว โดยมาพร้อมระบบความปลอดภัยที่เหนือชั้น ตลอดจนระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS (Advanced Driver Assistance Systems)  โดยเพิ่มเติมฟังก์ชั่นความปลอดภัย ใหม่! Turn Assist with AEB ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อมีรถสวนทางขณะเลี้ยวขวา อีกขั้นของความมั่นใจในทุกการเดินทาง โดยรถแต่ละรุ่นจะเปิดตัวต่อเนื่องตลอดเดือนตุลาคม”  “ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ พลานุภาพ…ไร้ขีดจำกัด”  ได้รับการปรับแต่งให้มีเอกลักษณ์โดดเด่นและแตกต่างกันในแต่ละรุ่น  สะท้อนภาพลักษณ์ใหม่แห่งความสปอร์ตหรู  ยกระดับความพรีเมี่ยม สู่มาตรฐานใหม่ของรถปิกอัพระดับ TOP CLASS สีเทาโอเพคใหม่! (Islay Gray Opaque) เทรนด์สีใหม่ของวงการยานยนต์โลก นอกจากนี้ยังมีจุดปรับเปลี่ยนพิเศษในแต่ละรุ่น ได้แก่   รถธงรุ่นล่าสุด ใหม่! อีซูซุวี-ครอส 4×4 (NEW! ISUZU V-CROSS 4×4)       พรีเมี่ยมสปอร์ตออฟโรดที่มาพร้อมความแรงจัด ขับสนุกเร้าใจของเครื่องยนต์ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์  เติมเต็มความเข้มดุสไตล์สปอร์ตทรงพลังในทุกมิติของรถด้วย ใหม่! กระจังหน้าแบบ Double Dimensions ดีไซน์แบบทูโทน สีเทาดำ และ Black Chrome  พร้อมไฟท้าย ดีไซน์โทนสีเข้ม ใหม่! Front Bumper Guard สีทูโทน พร้อมชุดแต่งสีเทาดำรอบคันที่กระจกมองข้าง ราวหลังคา มือจับประตู บันไดข้าง Fender Lip, Robust Extender เพิ่มความดุดัน ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ดีไซน์ใหม่! แบบ Robust Radius สี Matte Black ห้องโดยสารอารมณ์ใหม่ ผสานความเท่ สปอร์ต และหรูหรา  ด้วยดีไซน์ High-Class & Sporty เน้นสีแบบทูโทน ดำ-น้ำตาลคอนโซลหน้าสีดำ เบาะคู่หน้าดีไซน์ใหม่ เดินด้ายสีน้ำตาลอย่างพิถีพิถัน และพวงมาลัยสัมผัสใหม่ สีทูโทน พร้อมออกแบบให้มิติห้องโดยสารกว้างขวาง โอ่อ่า แบบ Sharp Horizontal Layers คมเข้ม เล่นระดับกับแผงข้างประตู ที่เติมเต็มอารมณ์ด้วยวัสดุตกแต่งพรีเมี่ยม สี Brown Cafe และ Satin Silver เพิ่มความสปอร์ตหรู  เหนือระดับไปอีกขั้น  และจัดวางสิ่งอำนวยสะดวกสบายตามหลัก Usability Design เน้นการใช้งานที่หลากหลาย พร้อมระบบความบันเทิงสมบูรณ์แบบของ ISUZU Ultimate Entertainment ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์  (NEW! ISUZU D-MAX) รุ่น CAB 4, HI-LANDER และ   SPACECAB เอกลักษณ์แห่งดีไซน์ที่หรูหรา สะดวกสบาย ตอบรับทุกเป้าหมาย ทุกการใช้งานในทุกด้านของการใช้ชีวิต  เท่ เต็มอารมณ์สปอร์ต  ด้วย ใหม่! กระจังหน้าแบบ Double Dimensions  ดีไซน์แบบทูโทน สี Chrome และ Dark…

 
Read More

BMW รุ่นพิเศษ R nineT Urban G/S “40 Years GS Edition”

หลังจากเปิดตัวตระกูลบีเอ็มดับเบิลยู R nineT ใหม่ไปได้ไม่นาน บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย เอาใจแฟน ๆ บิ๊กไบค์ในไทย เพื่อร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปีของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ในตระกูล GS กับตำนานแห่งการทัวร์ริ่งในแบบเอ็นดูโร ด้วยการเผยโฉมบีเอ็มดับเบิลยู R nineT Urban G/S รุ่น “40 Years GS Edition” มอเตอร์ไซค์รุ่นพิเศษในดีไซน์เฉพาะที่ผสานสีดำและสีเหลืองได้อย่างโดดเด่น ซึ่งนำมาสู่ตลาดไทยเพียง 9 คันเท่านั้นพร้อมให้จับจองได้แล้วที่ผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ มร.มิเกล ญาเบรส-โปห์ล ผู้อำนวยการ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และผู้นำเข้าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “มอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ตระกูล GS เป็นรุ่นที่สร้างชื่อเสียงไปทั่วโลก จากแอฟริกาสู่เอเชียกลาง ในฐานะผู้บุกเบิกรถมอเตอร์ไซค์แบบดูอัลสปอร์ต ทั้งยังเปี่ยมด้วยความแข็งแกร่ง รูปลักษณ์อันทรงพลังและโดดเด่น เหมาะกับการขับขี่ในทุกเส้นทางไม่ว่าจะเป็นออฟโรดและบนท้องถนน ตลอดระยะเวลา 40 ปีที่ผ่านมา บีเอ็มดับเบิลยูตระกูล GS เป็นที่รู้จักในฐานะมอเตอร์ไซค์ที่ให้ประสบการณ์แห่งความท้าทายและค้นหาการผจญภัยครั้งใหม่ ๆถือเป็นมอเตอร์ไซค์สำหรับนักแสวงหาตัวจริง และยังครองใจนักบิดชาวไทยสายแอดเวนเจอร์อีกด้วย เพื่อเฉลิมฉลองการผจญภัยตลอดสี่ทศวรรษซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เราได้ชื่นชมกับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของบีเอ็มดับเบิลยูตระกูล GS ที่นำไปสู่การเดินทางอันน่าจดจำ และสร้างแรงบันดาลใจในการผจญภัยอย่างต่อเนื่อง จนขับเคลื่อนสู่การขับขี่ที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรม   บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย จึงนำตำนานแห่ง GS กลับมาอีกครั้งด้วยรุ่นพิเศษ บีเอ็มดับเบิลยู R nineT Urban G/S รุ่น “40 Years GS Edition” กับโฉม “Bumblebee” ของบีเอ็มดับเบิลรุ่น R 100 GS พร้อมยกระดับขุมพลังและเสริมการขับขี่ที่สนุกสนานยิ่งขึ้น ”  บีเอ็มดับเบิลยู R nineT G/S รุ่น “40 Years GS Edition” ยังคงการออกแบบอันเป็นตำนานไว้ด้วยชุดแต่ง Option 719 ทั้งฝาครอบกระบอกสูบ เบาะหนังสีดำและเหลือง แฮนด์การ์ดสีเหลือง และท่อร่วมชุบโครเมียม สะท้อนถึงความใส่ใจในรายละเอียด พร้อมด้วยสมรรถนะของการเป็นมอเตอร์ไซค์ออฟโรดที่สมบูรณ์ทั้งรูปลักษณ์และการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นล้อซี่ลวดลาย Cross Spoke II ยางออฟโรด และท่อไอเสียยกสูงในแบบScrambler เติมเต็มรูปลักษณ์และสื่อถึงความเป็นมาของ GS ตลอด 40 ปีที่ผ่านมา บีเอ็มดับเบิลยู R nineT G/S “40 Years GS Edition” สืบทอดเอกลักษณ์ในตระกูล GS ด้วยเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ระบายความร้อนด้วยอากาศ/น้ำมัน ที่ได้รับการพัฒนาให้มีคุณสมบัติที่สอดคล้องตามมาตรฐานมลพิษ EU-5 ส่งพละกำลังสูงสุด 80 กิโลวัตต์ (109 แรงม้า) ที่ 7,250 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 116 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบต่อนาที หัวฉีดแบบใหม่ทำงานเข้าจังหวะกับระบบระบายความร้อนยิ่งขึ้น วาล์วปีกผีเสื้อและฝาครอบหัวฉีดได้รับการออกแบบใหม่ ปรับโฉมให้โดดเด่นกว่าเดิม บีเอ็มดับเบิลยู R nineT G/S “40 Years GS Edition” ยกระดับความสมดุลแห่งการขับขี่ด้วยโหมด Pro ซึ่งติดตั้งมาเป็นมาตรฐานใน R nineT Urban G/S ทุกรุ่น นอกจากนี้ โหมด Dirt ยังช่วยให้ผู้ขับขี่ใช้ระบบควบคุมการยึดเกาะถนน(Dynamic Traction Control) และระบบป้องกันการลื่นไถลของล้อหลัง (MSR) ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น มอบประสบการณ์การขับขี่แบบสปอร์ตในทุกสภาวะพื้นถนน เช่นเดียวกับใน R nineT รุ่นใหม่ ๆ นอกจากเครื่องยนต์จะถูกปรับแต่งมาให้ตอบสนองได้ฉับไวเต็มพิกัดแล้ว ระบบ DTC จะทำงานร่วมกับเบรก ABS Pro เพื่อให้สามารถเร่งความเร็วบนท้องถนนได้อย่างมั่นใจ ด้วยแรงเสียดทานที่เพิ่มการยึดเกาะถนน ส่วนจังหวะที่เบรกพร้อมกับลดเกียร์ บีเอ็มดับเบิลยู R nineT G/S “40 Years GS Edition” ก็ยังเสริมความปลอดภัยด้วยระบบป้องกันการลื่นไถลของล้อหลัง (MSR) ซึ่งทำงานด้วยการควบคุมแรงบิดของเครื่องยนต์ ส่วนระบบกันสะเทือนใหม่ มาพร้อมกับสปริงที่มีอัตราการยุบตัวแตกต่างกันไปตามแรงกดที่ได้รับ (WAD) จึงทำให้ทรงตัวได้มั่นคงและเพิ่มความสบายในการขับขี่ไปพร้อมกัน นอกจากนี้ ตัวรถยังรองรับการตั้งค่าสปริงด้วยตัวเองอย่างง่ายดายด้วยปุ่มหมุนที่เพิ่มเข้ามา เพื่อลุคที่ทันสมัยยิ่งขึ้น R nineT Urban G/S “40 Years GS” ยังเติมความโฉบเฉี่ยวด้วยไฟเลี้ยวที่กลมกลืนไปกับตัวรถ จะมองเห็นเฉพาะเมื่อเปิดไฟเท่านั้น ขณะที่ชุดไฟหน้า LED มาพร้อมไฟส่องสว่างตอนกลางวันและไฟเลี้ยวสีขาวในตัว พร้อมเพิ่มความสะดวกสบายขณะเดินทางด้วยช่องเสียบสายชาร์จ USB ที่ติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน บีเอ็มดับเบิลยู R nineT G/S “40 Years GS Edition” พร้อมให้เป็นเจ้าของแล้วในราคา 899,000 บาท สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.bmw-motorrad.co.th หรือติดต่อผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ทั่วประเทศ    

 
Read More

YAMAHA R7 เติมเต็ม “Racing Series”

บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำตลาดรถจักรยานยนต์ เดินหน้าเสริมทัพด้วย YAMAHA YZF-R7 เติมเต็มไลน์อัพสปอร์ตไบค์ สานต่อความสำเร็จ Racing Seriesโดดเด่นด้วยรูปโฉมที่โฉบเฉี่ยว ถ่ายทอด Racing DNA อันเป็นเอกลักษณ์ของค่ายยามาฮ่าในพิกัดเครื่องยนต์ 700 ซีซี เปิดจองผ่านช่องทางออนไลน์ภายใต้ราคา 339,000 บาท พร้อมโปรโมชั่นและสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า 50 ท่านแรก รถจักรยานยนต์ยามาฮ่าในตระกูล Racing Series หรือ R-Series ได้รับความนิยมจากลูกค้ายามาฮ่าทั่วโลก นับตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรกในปี 1998 ถ่ายทอดดีเอ็นเอสายพันธุ์สปอร์ตจากรถแข่ง YAMAHA YZR-M1 ที่รู้จักกันเป็นอย่างดีบนเวที World GP รวมถึงในตลาดประเทศไทยซึ่งมาพร้อมการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค หลังจากที่ได้เพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าด้วย YZF-R1, YZF-R6, YZF-R3และ YZF-R15 ล่าสุด บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด พร้อมสานต่อความสำเร็จเติมเต็มไลน์อัพ R-Series ด้วย YAMAHA YZF-R7 โดย คุณพงศธร เอื้อมงคลชัย รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “ในปีที่ 66 ของยามาฮ่า เราภูมิใจที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในความสำเร็จจากคำมั่นสัญญาที่ยามาฮ่าให้ไว้ว่าจะต้องสร้างสรรค์สิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าและสังคมตลอดเวลา ในวันนี้ YAMAHA YZF-R7 จะเข้ามาตอบโจทย์สำหรับผู้ที่คลั่งไคล้การขับขี่ในสนามแข่ง และผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่รถในระยะทางไกลๆ หลังจากที่กลางปีที่ผ่านมา เราได้นำเสนอรถรุ่นนี้ในทวีปอเมริกาและยุโรป ซึ่งได้ผลตอบรับที่ดีมาก ทำให้เราเชื่อว่าความสำเร็จนี้จะเกิดขึ้นในประเทศไทยด้วยเช่นกัน” YAMAHA YZF-R7 เปิดจองผ่านช่องทางออนไลน์ที่ https://forms.gle/dVdQgzGyEfM11G3F6 พร้อมลุ้นรับสิทธิพิเศษดาวน์เพียง 7,900 บาท พร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษ และฟรีประกันภัยชั้น 1 สำหรับลูกค้า 200 ท่านแรก และพิเศษสุดสำหรับลูกค้า 50 ท่านแรกที่จองเข้ามาในระบบออนไลน์ จะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรม Yamaha Racing Practice หรือ BRIC trackday ฟรี จำนวน 4 ครั้ง บนแทร็คระดับโลกอย่าง สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ นอกจากนี้ยังมีโอกาสได้เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ อาทิ -Yamaha Big…

 
Read More

CBR150R จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญสู่โลกความเร็ว

รถในตระกูล CBR Series ต้องบอกว่าทุกรุ่น หลังจากการเปิด ล้วนประสบความสำเร็จทั้งสิ้น ทั้งนี้ เจ้าตัวรถสปอร์ตรุ่นใหม่ล่าสุด All New CBR150R นี้ ยังได้สร้างกระแสความคึกคักให้กับตลาดรถสปอร์ตในเมืองไทยเป็นอย่างมาก เพราะนี่คือการเติมเต็มไลน์อัพครั้งสำคัญให้กับรถสปอร์ตในตระกูล CBR Series ให้มีความสมบูรณ์แบบมากที่สุด ซึ่งพร้อมตอบโจทย์ความต้องการนักบิดครบทุกพิกัดความแรง ตั้งแต่ระดับ 150-1,000 ซีซี เรียกได้ว่าการเปิดตัว All New CBR150R เปรียบเสมือนจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ ที่ใช้เป็นกุญแจเพื่อเริ่มต้นเปิดประสบการณ์การขับขี่และสัมผัสความสนุกเร้าใจของรถสปอร์ตในตระกูล CBR Series ก็ว่าได้ ด้วยเอกลักษณ์ความโดดเด่นของการถ่ายทอด DNA จากรถแข่งโมโตจีพีของฮอนด้าที่สร้างเกียรติประวัติคว้าแชมป์ในรายการมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกมาแล้วอย่างมากมาย ทั้งในด้านการออกแบบและเทคโนโลยีล้ำสมัย เหนืออื่นใด ในกลุ่มรถสปอร์ตด้วยกันเองยังมีความพิเศษยิ่งขึ้น ด้วยตัวเลือกลวดลาย Tri-Color ที่คัดสรรเฉพาะโมเดลระดับแฟลกชิปของฮอนด้าเท่านั้น ปัจจุบันรถสปอร์ตของฮอนด้าที่มีสีสันในสไตล์ Tri-Color มีให้เลือกเฉพาะในรหัส RR หรือ Racing Replica จำนวน 2 รุ่น ได้แก่ สปอร์ตไบค์เรือธงรุ่นใหญ่ CBR1000RR-R และซูเปอร์สปอร์ตไซส์กลาง CBR600RR ซึ่งล่าสุด ฮอนด้าได้ถ่ายทอดเอกลักษณ์ความพิเศษให้กับสปอร์ตน้องใหม่อย่าง All New CBR150R ที่มีตัวเลือกสี Tri-Color ด้วยเช่นกัน All New CBR150R รุ่น ABS สีแดง Tri-color มาพร้อมการยกระดับเทคโนโลยีใหม่ทั้งคัน โครงสร้างตัวรถออกแบบตามหลัก Aero Dynamics ตำแหน่งท่านั่งให้สัมผัสความเป็นซูเปอร์สปอร์ตเต็มตัว ขับเคลื่อนความแรงด้วยเครื่องยนต์ ขนาด 150 ซีซี DOHC 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ เกียร์ 6 สปีด มาพร้อมระบบ Assist Slipper Clutch เทคโนโลยีจากสนามแข่ง ช่วยลดแรงกระชากของล้อหลังขณะเปลี่ยนเกียร์ โช้กหน้าแบบหัวกลับ (Upside-down Shock Absorber) จากแบรนด์ SHOWA ดิสก์เบรกหน้า-หลัง พร้อมระบบเบรกแบบ ABS และระบบไฟฉุกเฉิน ESS แสดงสัญญาณไฟกระพริบเมื่อใช้เบรกอย่างกะทันหัน ราคาแนะนำ 99,900 บาท นอกจากนี้ All…

 
Read More

CUB House เปิดตำนานความสนุก

CUB House by Honda ส่งมอบความสนุกจากของเล่นในวัยเด็ก สู่รถคันจริงให้คนไทยได้สัมผัสด้วยการเปิดตัว Monkey x Hot Wheels Limited Edition หรือ Monkey รุ่นพิเศษที่เกิดจากความร่วมมือกันเป็นครั้งแรกของแบรนด์ดังระดับโลกอย่าง Monkey และ Hot Wheels เพื่อเติมเต็มความฝันในวัยเด็ก ที่อยากลองขี่รถในฝันสักครั้งในชีวิต ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 150 คันเท่านั้น มร.ทาคาโนริ มารุยามะ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ผู้นำวงการรถจักรยานยนต์ไทยเปิดเผยว่า “Monkey มีจุดเริ่มต้นในปี 1961 จากความคิดสนุกๆ ของวิศวกรฮอนด้า ที่นำชิ้นส่วนต่างๆ มาประกอบกันเป็นมอเตอร์ไซค์ขนาดเล็กไว้ขี่ในโรงงาน แต่หลังจากนั้นความสนุกดังกล่าวก็ได้รับความนิยมไปทั่วโลกจนกลายเป็นตำนานจนถึงปัจจุบัน สำหรับในเมืองไทย เราวางคอนเซปต์ Monkey ให้เป็นรถที่สามารถส่งมอบประสบการณ์ให้กับแฟนๆ ที่อยากขับขี่รถในฝันหรือที่เราเรียกว่า “Ride Your Dream Bike” ผ่านคาแรกเตอร์ที่หลากหลายในรูปแบบ Special Limited Edition เริ่มจาก Dragon Ball Limited Edition มาจนถึง Gundam Limited Edition ซึ่งเราได้พบกับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามมาโดยตลอด และครั้งนี้เราขอส่งมอบความสนุกครั้งใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพราะเป็นครั้งแรกของการ Collab ระหว่าง Monkey และ Hot Wheels ซึ่งเป็นแบรนด์ของเล่นที่เป็นที่ชื่นชอบของนักสะสมทั่วโลก กลายเป็น Monkey x Hot Wheels Limited Edition การร่วมมือกันของทั้งสองแบรนด์ในครั้งนี้ เราได้ถ่ายทอด DNA ของ Monkey และ Hot Wheels เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัวมากที่สุด โดยนำเอาเอกลักษณ์ของ Treasure Hunts ซึ่งเป็นรถที่หายากที่สุดของ Hot Wheels มาถ่ายทอดผ่าน Monkey x Hot Wheels Limited Edition กลายเป็นไอเทมใหม่ที่สามารถขับขี่ได้จริงอีกด้วย โดยรถรุ่นนี้ได้รับการออกแบบโดยทีมดีไซเนอร์จากสำนักแต่ง H2C ของฮอนด้า ที่มีความหลงใน Monkey และมีความเข้าใจในแบรนด์ Hot…

 
Read More

All New YAMAHA EXCITER155

เรามาเจาะลึก 7 จุดเด่นใหม่ Design The Next Level ใน All New YAMAHA EXCITER155 กันดีกว่า ว่ามีอะไรที่โดดเด่นกันบ้าง เริ่มต้นจาก… 1.ใหม่หมดจดด้วยรูปโฉมได้รับการออกแบบและถ่ายทอด DNA จากรถสปอร์ตในตระกูล R-Series 2.ระบบไฟหน้าดีไซน์ใหม่ Super Sport Full LED แยกโคมไฟสูง และไฟต่ำ พร้อม Day Time Running Light สว่างชัดเจนทุกการเคลื่อนไหว 3.โดดเด่น ทันสมัย หน้าจอเรือนไมล์ LCD ดิจิทัลเต็มระบบ แสดงครบทุกฟังก์ชันการใช้งาน 4.สปอร์ต โฉบเฉี่ยวด้วยไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่ ถอดแบบรุ่นใหญ่ ในตระกูล R-Series สว่างชัดและปลอดภัย 5.เครื่องยนต์ 155 ซีซี  ระบายความร้อนด้วยน้ำบล็อกใหม่ แรงเร้าใจด้วยระบบวาล์วแปรผัน VVA เกียร์ 6 สปีด พร้อมระบบ Assist & Slipper Clutch เพิ่มความปลอดภัยมั่นใจกว่าเดิม 6.เฟรมดีไซน์ใหม่รูปตัว Y น้ำหนักเบา เพิ่มประสิทธิภาพในการทรงตัวที่ดีขึ้นกว่าเดิม เสริมด้วยความแข็งแรงที่เพิ่มขึ้น 7.เพิ่มความจุของถังน้ำมัน เสริมประสิทธิภาพการใช้งาน เดินทางได้ไกลขึ้นกว่าเดิม ด้วยความจุ 5.4 ลิตร พบกับความเร้าใจครั้งใหม่ของ All New YAMAHA EXCITER 155 Design The Next Level ได้แล้ววันนี้ที่ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าทั่วประเทศ #YAMAHA #EXCITER #155  

 
Read More

ซานี่ ไทยยนต์

การเดินหน้าสู้เคียงข้างก่อสร้างไทยโดย ซานี่ ไทยยนต์ แจกโชค 4 ชั้น มูลค่ากว่า 12 ล้านบาท พร้อมกับรถขุดรุ่นยอดนิยมราคาสุดพิเศษ สถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องนานนับปี และมีการปิดแคมป์งานก่อสร้างตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี ตั้งแต่เดือนกันยายน 2564 เป็นต้นมา ทางภาครัฐเริ่มผ่อนคลายมาตรการ Lockdown เพื่อให้ธุรกิจต่างๆกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทาง บริษัท ซานี่ไทยยนต์ จำกัด ขอเป็นส่วนหนึ่งเพื่อสร้างกำลังใจให้กับผู้ดำเนินธุรกิจก่อสร้างไทย ในการต่อสู้กับโควิด จึงได้ออกแคมเปญ “มหกรรมจองรถขุด SANY EP. ซานี่ไทยยนต์ สู้เคียงข้างก่อสร้างไทย” โดยจัดโปรโมชั่นพิเศษสุด กับรถขุดรุ่นยอดนิยม SY135C และ SY200C รุ่นพิเศษ เพียงรุ่นละ 99 คัน นอกจากนี้ ทางซานี่ยังแจกโชค 4 ชั้นมูลค่ารวมกว่า 12 ล้านบาท เพียงลูกค้าที่ซื้อและรับมอบรถขุด SANY (รุ่น 13 ตันขึ้นไป) ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ธันวาคม 2564 จะได้รับสิทธิ์ลุ้นรับของรางวัล (1 สิทธิ์ต่อการซื้อรถ 1 คัน)          ลุ้นโชค โชคชั้นที่ 1  รับทันทีส่วนลดเงินดาวน์มูลค่า 100,000 บาท *เมื่อซื้อคันที่ 2* โชคชั้นที่ 2  ลุ้นรับ Gift Voucher อะไหล่ SANY มูลค่ารางวัลละ 50,000 บาท จำนวน 10 รางวัลทุกเดือน โชคชั้นที่ 3  ลุ้นรับรถกระบะ Toyota Revo มูลค่ารางวัลละ 584,000 บาท จำนวน 1 คันทุกเดือน โชคชั้นที่ 4  ลุ้นรับ Mercedes Benz E300e Avantgarde มูลค่ารางวัลละ 3,190,000 บาท จำนวน 3 รางวัล ร่วมลุ้นโชคได้ตั้งแต่วันนี้ -31 ธันวาคม 2564          การจับรางวัล จับรางวัลครั้งที่ 1 วันที่ 15 ตุลาคม 2564 live จับรางวัลผ่านเพจ SANY THAIYONT จับรางวัลครั้งที่ 2 วันที่ 15 พฤษจิกายน 2564 live จับรางวัลผ่านเพจ SANY THAIYONT จับรางวัลครั้งที่ 3 วันที่ 15 ธันวาคม 2564 live จับรางวัลผ่านเพจ SANY THAIYONT จับรางวัลครั้งที่ 4 วันที่ 14 มกราคม 2565 live จับรางวัลผ่านเพจ SANY THAIYONT นอกจากนี้ ทางซานี่ไทยยนต์ ขอเรียนเชิญลูกค้าให้เข้าร่วมกิจกรรม Facebook Live จับรางวัล ผ่านทาง Facebook SANYThaiYont ทุกเดือน เพื่อลุ้นรับของพรีเมี่ยมสุดพิเศษ ที่ซานี่เตรียมมอบให้กับแฟนพันธุ์แท้รถขุดซานี่ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 061-636-3588 หรือ FB Page:SANY Thaiyont หรือ LINE@: SANY Thaiyont  และ Website : www.sanythaiyont.com  

 
Read More

TOYOTA แนะนำ YARIS และ ATIV รุ่นปรับปรุงใหม่

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำอีโคคาร์ยอดนิยมรุ่นปรับปรุงใหม่   แฮทช์แบ็ค YARIS และซีดาน ATIV เติมความโฉบเฉี่ยวด้วยดีไซน์ใหม่ มาmujกสดหกสด พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและฟังก์ชันความปลอดภัยที่ครบครัน คุ้มค่าตอบโจทย์ในทุกไลฟ์สไตล์การใช้งานได้อย่างลงตัว พร้อมแนะนำชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ โดดเด่น สะดุดตา บ่งบอกตัวตนความเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีสไตล์เฉพาะตัว YARIS อีโคคาร์แฮทช์แบ็คยอดนิยม เครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร ทำการเปิดตัวครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคม      ปี 2556 เพื่อตอบสนองความต้องการรถเครื่องยนต์ขนาดเล็กในประเทศไทย และในเดือนสิงหาคมปี 2560 เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของรถในเซ็กเมนท์อีโคคาร์ โตโยต้าจึงได้เปิดตัว ATIV รถอีโคคาร์ซีดาน ที่โดดเด่นด้วยสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวกว้างขวาง สะดวกสบาย พร้อมสมรรถนะการขับขี่คล่องตัว ให้ความรู้สึกสนุกสนานในทุกการขับขี่ “Fun-To-Drive” พร้อมฟังก์ชันสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและประหยัดน้ำมันสูงสุด พร้อมด้วยการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ  5 ดาว จากอาเซียน เอ็นแคป (ASEAN NCAP) และในเดือนสิงหาคมปี 2563 ที่ผ่านมา ได้มีการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้น โดยมีการปรับดีไซน์ภายนอก และเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลกของรถยนต์โตโยต้า “Toyota Safety Sense” ที่เหนือกว่ารถยนต์ระดับเดียวกัน ทำให้ครองใจลูกค้าชาวไทยด้วยดีตลอดมา โดย YARIS สามารถสร้างยอดขายสูงสุดในตลาดอีโคคาร์แฮทช์แบ็ค ด้วยยอดขายสะสมมากกว่า285,700 คัน และ ATIV มียอดขายสะสมในตลาดรถยนต์อีโคคาร์ซีดานของประเทศไทยมากกว่า 113,900 คัน คุณสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ เปิดเผยว่า “บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด มีความยินดีแนะนำ YARIS และ ATIV รุ่นปรับปรุงใหม่ ที่ได้รับการพัฒนาในด้านดีไซน์ให้มีความสปอร์ต พรีเมียม ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกมาพร้อมกับกระจังหน้าด้านบนสีดำเงา วัสดุตกแต่งไฟตัดหมอก สเกิร์ตด้านข้าง และด้านหลัง สปอยเลอร์หลังตลอดจนล้ออัลลอยปัดเงาสีดำตกแต่งด้วยขอบสีเงินขนาด 15 นิ้ว และภายในได้ปรับพวงมาลัยแบบ Soft Touch หุ้มหนังชนิดนุ่มพิเศษ สามารถตอบรับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่หลากหลาย พร้อมด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่สนุกสนาน “Fun-To-Drive” เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ด้วยระบบความปลอดภัยที่เหนือกว่ารถในระดับเดียวกัน ที่สำคัญประหยัดน้ำมันสูงสุดในราคาที่สมเหตุสมผล มีความคุ้มค่าและง่ายต่อการเป็นเจ้าของ โดย YARIS และ ATIV มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นมาตรฐานและเพิ่มรุ่นภายในตกแต่งพิเศษสีทูโทน Terra Rossa และสีดำอีก 2 รุ่น ควบคู่ไปกับชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ X-URBAN เพื่อให้ YARIS โดดเด่นยิ่งขึ้นไปกับสไตล์ที่แตกต่าง เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกเป็นเจ้าของตามสไตล์ที่ชื่นชอบอีกด้วย ทั้งนี้ชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ X-URBAN โดยบริษัท ทีซีดี เอเชีย เซลส์ จำกัด ออกแบบภายใต้แนวคิด Modern & Cool โดดเด่นสะท้อนความเป็นเอกลักษณ์ พร้อมกับเพิ่มทัศนวิสัยให้ผู้ขับขี่ ด้วยชุดอุปกรณ์ตกแต่งสไตล์สปอร์ตครอสโอเวอร์รอบคันล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว พร้อมโช๊คอัพและสปริงแบบยกสูงทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เพื่อเอาใจ Urbanista ที่ชอบความโดดเด่น ไม่ซ้ำใครโดยเฉพาะ ทั้งนี้ลูกค้าที่ชื่นชอบ YARIS ในชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ X-URBAN สามารถติดต่อได้ที่ผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศนอกจากนี้ผมขอแนะนำอีกหนึ่งทางเลือกให้กับลูกค้าผู้ชื่นชอบดีไซน์สปอร์ตด้วยชุดตกแต่งพิเศษ FLASH II PACKAGE ที่เสริมความโฉบเฉี่ยวและดูโดดเด่นสะดุดตาให้กับ YARIS และ ATIV มากยิ่งขึ้น และที่สำคัญยังมีกล่องควบคุมคันเร่งไฟฟ้า ACTIVE SPEED เติมความสปอร์ต ตอบสนองรวดเร็วในขณะออกตัว เพิ่มความสนุกสนานในการขับขี่ โดยลูกค้าจ่ายเพิ่มเพียงเดือนละ 228 บาทต่อเดือนในยอดการผ่อนชำระรายเดือนเท่านั้น (คำนวณจากโปรแกรมเช่าซื้อปกติ ATIV รุ่น ENTRY ดาวน์ 25% ระยะเวลา 84 เดือน ผ่านบริษัท      โตโยต้า ลีซซิ่ง“ ที่สำคัญเพื่อให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของ YARIS และ ATIV ได้ง่ายยิ่งขึ้น ทางโตโยต้าขอนำเสนอ      ประสบการณ์การซื้อรูปแบบใหม่เพื่อเป็นทางเลือกที่เหมาะสมให้แก่ลูกค้า ได้แก่ โปรแกรม Easy To Buy กับข้อเสนอ 0% เงินดาวน์ หรือ รับฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care มูลค่า 25,000 บาทพร้อมโปรแกรมช่วยผ่อนเดือนละ 2,000 บาท นาน 12 เดือน โปรแกรม CAL (Connected Auto Loan) เพื่อให้การอนุมัติสินเชื่อรถยนต์ของลูกค้าเป็นไปได้ง่ายขึ้น และยังสามารถเลือกใช้โปรแกรมประกันภัย PAYD (Pay As You Drive) ที่ช่วยลดภาระค่าเบี้ยประกันให้กับลูกค้า (ขึ้นอยู่กับระยะทางการขับขี่)  โปรแกรม KINTO อิสรภาพใหม่ของการใช้รถจากโตโยต้า กับข้อเสนอใหม่ที่ให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถได้ง่ายขึ้นเมื่อครบสัญญา เลือกผ่อนต่อเป็นเจ้าของ หรือ เลือกรถคันใหม่* (*เมื่อครบสัญญา ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของได้ โดยมีค่าผ่อนชำระใกล้เคียงเดิม) ไม่ต้องมีคนค้ำ ไม่ต้องดาวน์”  YARIS และ ATIV รุ่นปรับปรุงใหม่…ดีไซน์สปอร์ตพรีเมียม ฟังก์ชันครบครัน คุ้มค่าทุกการใช้งาน        ดีไซน์ภายนอก…ใหม่        กระจังหน้าด้านบนสีดำเงา…สไตล์โดดเด่นแบบมีเอกลักษณ์        วัสดุตกแต่งไฟตัดหมอก…เท่ห์ทันสมัย        สเกิร์ตด้านข้างซ้าย–ขวา (เฉพาะ ATIV รุ่น Sport Premium / Sport)         สเกิร์ตด้านหลัง (เฉพาะ YARIS และ ATIV รุ่น Sport Premium / Sport)         สปอยเลอร์หลัง (เฉพาะ ATIV รุ่น Sport Premium / Sport)         ล้ออัลลอยปัดเงาสีดำตกแต่งด้วยขอบสีเงิน ขนาด 15 นิ้ว (เฉพาะ YARIS และ ATIV รุ่น Sport Premium)        ดีไซน์ภายใน…ใหม่        พวงมาลัยหุ้มหนังนุ่มพิเศษตกแต่งด้วยด้ายสีเทา (เฉพาะ ATIV รุ่น Sport Premium / Sport)         พวงมาลัยหุ้มหนังนุ่มพิเศษตกแต่งด้วยด้ายสีฟ้า (เฉพาะ YARIS รุ่น Sport Premium / Sport)  YARIS รุ่นพิเศษ Sport Premium X และ Sport X ที่เหมาะกับการติดตั้งชุดตกแต่งพิเศษ X-URBAN โดดเด่น สไตล์ครอสโอเวอร์…

 
Read More
Visit Us On FacebookVisit Us On TwitterVisit Us On YoutubeCheck Our Feed