ฮอนด้าเริ่มทยอยส่งมอบทันที หลังเปิดตัวแบบเซอร์ไพรส์จนกลายเป็นทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ ในงานบางกอกมอเตอร์โชว์ครั้งที่ผ่านมา ล่าสุด ฮอนด้าได้ส่งมอบ All New Honda X-ADV750 ล็อตแรกให้กับลูกค้าที่จองรถเป็นกลุ่มแรกเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเหล่าไบค์เกอร์ที่ได้รับรถต่างพร้อมใจถ่ายรูปและวีดีโอ เพื่อรีวิวผ่านช่องทางต่างๆ บนสื่อออนไลน์กันอย่างคึกคัก โดยส่วนใหญ่เน้นไปที่รูปลักษณ์ที่โดดเด่นของตัวรถ ที่มีดีไซน์โฉบเฉี่ยว ดุดัน ภายใต้คอนเซปต์ “Let Your Instinct Lead The Way” เท่ในทุกมิติไม่ว่าจะถ่ายจากมุมไหนก็ตาม พร้อมกันนี้ เจ้าของ SUV Bike รุ่นใหม่ล่าสุดของโลก ยังให้ความสนใจและสนุกไปกับเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน รวมถึงฟังก์ชันการใช้งานที่ให้ความอเนกประสงค์รอบคัน อาทิ ระบบเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนกับตัวรถ Honda Smartphone Voice Control System (HSVCs) หรือระบบสั่งงานด้วยเสียงผ่านแอปพลิเคชันของฮอนด้า, ระบบคันเร่งไฟฟ้า (Throttle by Wire) มาพร้อมการปรับตั้งค่าการขับขี่ได้ถึง 5 โหมด ได้แก่ Sport, Gravel, Standard, Rain และ User และหน้าจอแสดงผล TFT ขนาด 5นิ้ว ครบทุกฟังก์ชันการใช้งาน สีพื้นหลังปรับอัตโนมัติ เวลากลางวัน สีขาว และกลางคืน สีดำ สามารถเลือกรูปแบบการแสดงข้อมูลต่างๆ ได้ถึง 4 แบบ เป็นต้น All New Honda X-ADV750 วางจำหน่ายด้วยราคา 425,000 บาท ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการ ฮอนด้า บิ๊กวิง ทั่วประเทศ หรือช่องทางออนไลน์ที่ …
Category: What New
What New
The new Mercedes-Benz S-Class
The new S-Class คือที่สุดแห่งยนตรกรรมในตระกูลเอสคลาสของเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่พร้อมมอบประสบการณ์ความหรูหราและความปลอดภัย ด้วยนวัตกรรมสุดล้ำหน้าที่ให้ความสำคัญกับผู้ใช้ ทั้งในเรื่องของการมอบความสะดวกสบายในการขับขี่ การปกป้องผู้โดยสารในทุกเบาะที่นั่ง ตลอดจนการมอบประสบการณ์การใช้งานแบบอินเทอร์แอคทีฟ ที่ตอบทุกความต้องการของผู้ขับขี่และผู้โดยสารผ่านระบบดิจิทัลในทุกรายละเอียด The new S-Class มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลแบบ 6 สูบเรียง ขนาด 2,925 ซีซี พร้อมเทอร์โบชาร์จเจอร์แบบ 2-stage มอบพละกำลังสูงสุดถึง 286 แรงม้าและแรงบิดสูงสุดถึง 600 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 6.4 วินาที โดยขับเคลื่อนผ่านระบบส่งกำลังแบบ 9G-TRONIC เครื่องยนต์ชุดนี้นับเป็นเครื่องยนต์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นและเป็นเครื่องยนต์ดีเซลที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น การออกแบบภายนอกของ The new S-Class มาพร้อมคอนเซ็ปต์ Sensual Purity ในภาษาดีไซน์ที่ได้รับการยกระดับขึ้นในทุก ๆ ส่วน ภายใต้การตีความใหม่ให้ดูโมเดิร์นยิ่งกว่าที่เคย ตั้งแต่ไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED ดีไซน์ใหม่ที่ช่วยเพิ่มวิสัยทัศน์ในการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น ล้อแบบ AMGขนาดใหญ่สูงสุด 20 นิ้ว กับระยะฐานล้อที่ยาวขึ้นกว่ารุ่นเดิมมากถึง 51 มิลลิเมตร เส้นโค้งหลังคา Catwalk line ที่กดองศาของหลังคาให้ต่ำลง ทำให้รถยนต์คันนี้ดูสปอร์ตขึ้น ทว่าพื้นที่ห้องโดยสารไม่ลดลงแต่กลับเพิ่มพื้นที่มากขึ้น นอกจากนี้ การออกแบบให้มือจับประตูเป็นแบบไร้รอยต่อยังช่วยเพิ่มความกลมกลืนของเส้นสายทางด้านข้าง และช่วยให้การล็อกและปลดล็อกประตูทำได้อย่างสะดวกสบายเพียงใช้มือสัมผัสที่มือจับประตู ดีไซน์ภายในห้องโดยสารถูกออกแบบมาเพื่อสร้างบรรยากาศอบอุ่นที่มอบทั้งความหรูหรา คุณภาพระดับสูง และวิสัยทัศน์ในการขับขี่ที่ดีที่สุด ผ่านประสบการณ์ดิจิทัลที่ตอบรับความต้องการของผู้โดยสารในทุกที่นั่ง ตั้งแต่เบาะที่นั่งตอนหน้าเรื่อยไปจนถึงตอนหลัง เริ่มตั้งแต่การออกแบบคอนโซลหน้าด้วยรูปลักษณ์ใหม่ที่ดูโมเดิร์นขึ้นและตอบรับกับสรีระของผู้ใช้มากขึ้น พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบสปอร์ตหุ้มด้วยหนัง Nappa leather และหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ความละเอียดสูงแบบ Digital Instrument clusters ขนาด 12.3 นิ้ว นอกจากนี้ The new S-Class ยังนำทุกปุ่มควบคุมตรงคอนโซลส่วนกลางให้เข้ามาอยู่บนหน้าจอMBUX7 แบบทัชสกรีนขนาด 12.8 นิ้วทั้งหมด โดยใช้หน้าจอแบบ OLED ที่มอบพื้นที่การใช้งาน (active area) บนหน้าจอที่เพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิมกว่า 64% ภายใต้การออกแบบในลักษณะฟรีฟอร์มดูบางเบาทว่าตอบสนองฉับไว ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมทุกฟังก์ชันการทำงานของรถยนต์และฟังก์ชันต่าง ๆ ภายในห้องโดยสารได้อย่างใจเพียงปลายนิ้วสัมผัส โดยผสานการทำงานร่วมกับระบบเซ็นเซอร์ลายนิ้วมือที่จะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ขับขี่แต่ละคนเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะบุคคลตลอดการขับขี่ได้อย่างตรงใจ แถมเบาะที่นั่งตอนหลังยังมาพร้อม Rear Seat Comfort Package ที่พร้อมมอบความสะดวกสบายในการโดยสารสูงสุด ทั้งการเป็นเบาะไฟฟ้าที่สามารถปรับตำแหน่งที่นั่งได้ และฟังก์ชันการนวดที่สามารถเลือกโปรแกรมการนวดได้สูงสุด 6 โปรแกรม ระบบมัลติมีเดีย MBUX7 (Mercedes-Benz User Experience) เจเนอเรชันใหม่จะช่วยยกระดับประสบการณ์การขับขี่ขึ้นอีกขั้น…
BMW R 1250 GS Adventure Edition 40 Years
บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย เฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปีแห่งตำนาน GS เผยโฉม บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS Adventure Edition 40 Years GS มอเตอร์ไซค์รุ่นพิเศษที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของจิตวิญญาณสายลุยพันธุ์แท้ เพื่อรำลึกถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานของตระกูล GS พร้อมหลอมรวมสมรรถนะและความทรงพลังที่ล้ำสมัยของมอเตอร์ไซค์ในยุคปัจจุบันเข้าไว้ได้อย่างลงตัว BMW R 1250 GS Adventure Edition 40 Years โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่มาในสีเหลืองตัดกับสีดำ พาย้อนเวลากลับสู่รุ่น R 100 GS ในตำนาน เสริมประสิทธิภาพด้วยเครื่องยนต์บ็อกเซอร์สองสูบพร้อมเทคโนโลยี ShiftCam ใหม่และโหมดการขับขี่แบบ Pro เพื่อปลดล็อคความเพลิดเพลินในทุกสภาวะการขับขี่ BMW R 1250 GS Adventure Edition 40 Years GS ผลิตมาในจำนวนจำกัดเพียง 34 คัน และพร้อมให้นักบิดไทยเตรียมผจญบนทุกเส้นทางไปพร้อมกับมอเตอร์ไซค์คู่ใจคันใหม่สุดพิเศษแล้ววันนี้ที่ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดทั่วประเทศ มร.มิเกล ญาเบรส-โปห์ล ผู้อำนวยการ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และผู้นำเข้าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “จิตวิญญาณแห่ง GS ที่เรารู้จักกันทุกวันนี้ ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี 1980 กับการเปิดตัวมอเตอร์ไซค์ R 80 G/S ซึ่งนับเป็นรถdual-sport รุ่นบุกเบิกที่พร้อมออกผจญภัยทั้งออนโรดและออฟโรด และจวบจนวันนี้ กว่า 40 ปีให้หลัง มอเตอร์ไซค์ในตระกูล GS ได้กลายมาเป็นตำนานสำหรับแฟน ๆ ทั่วโลก และเราก็ยังคงสร้างความสำเร็จครั้งใหม่อย่างต่อเนื่องในเซกเมนต์นี้ ในวันนี้ “เราได้เปิดตัวบีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS Adventure Edition 40 Years GS ซึ่งมาในลุคสีเหลืองดำแบบผึ้งบัมเบิลบีอันเป็นเอกลักษณ์ของรุ่น R 100 GS ในตำนาน โดยเราได้เติมความล้ำสมัยทั้งในด้านพละกำลังและการควบคุมเพื่อสร้างความสนุกสนานให้แก่ผู้ขับขี่ในทุกสถานการณ์ นอกจากรุ่นพิเศษใน R Series ที่เราเปิดตัวในวันนี้แล้ว เรายังมีมอเตอร์ไซค์ในตระกูล GS อีกมากมายเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของนักบิดชาวไทย ไม่ว่าจะเป็นรุ่นเริ่มต้นอย่าง G 310 GS ตลอดไปจนถึง F Series ยอดฮิตอย่าง F 750 GS, F 850 GS และ F 850 GS Adventure รวมทั้งบีเอ็มดับเบิลยู R 1250…
นิสสัน นาวารา ซิงเกิ้ลแค็บ 5.19 แสนบาท
โฉมใหม่ นิสสัน นาวารา ซิงเกิ้ลแค็บ สิ้นสุดการรอคอย เติมเต็มทุกรูปแบบการใช้งานรถกระบะที่กล้า…ท้าทายทุกงานหนักยืนหนึ่งด้วยการบรรทุกหนัก และความแข็งแกร่งทนทาน คู่หูความสำเร็จของหลากหลายธุรกิจ พร้อมโปรโมชั่น จัดเต็มสำหรับลูกค้าทุกกลุ่ม นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย เปิดตัวรถกระบะ นิสสัน นาวารา รุ่น ซิงเกิ้ลแค็บ ใหม่ ที่โดดเด่นด้านการบรรทุกหนัก และความแข็งแกร่งทนทาน คู่หูความสำเร็จของหลากหลายธุรกิจที่มีมาอย่างยาวนาน พร้อมโปรโมชันส่งเสริมการขายเพื่อช่วยลดภาระของผู้ประกอบการ มร.อิซาโอะ เซคิกุจิ ประธาน นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า “หลังจากได้เปิดตัว นิสสัน นาวารา ใหม่ ในรุ่นตัวถัง 4 ประตู ดับเบิ้ลแคป และ 2 ประตู คิงส์แคป ไปเมื่อไม่นานมานี้ โดยได้รับความสนใจและการตอบรับเป็นอย่างดี เพื่อให้ลูกค้าในภาคธุรกิจและผู้ประกอบการที่ต้องการใช้รถกระบะที่พร้อมด้วยสมรรถนะและความทนทาน พร้อมสนับสนุนทุกความสำเร็จของธุรกิจ รวมถึงมีตัวเลือกเพื่อครอบคลุมการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น นิสสันจึงได้เพิ่ม นาวารา ใหม่ ในรุ่นตัวถัง 2 ประตูแบบซิงเกิ้ลแค็บ ที่มีทั้งรุ่นขับเคลื่อนสองล้อ และขับเคลื่อนสี่ล้อ รวมถึงตัวถังแบบแชสซีส์แคป เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในการบรรทุกหนัก จากโครงสร้างตัวถังที่แข็งแกร่งและมีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานของนิสสัน” นิสสัน นาวารา ซิงเกิ้ลแค็บ ใหม่ ถ่ายทอดดีไซน์ภายใต้แนวคิด “Unbreakable Design” ที่สื่อถึงอารมณ์และการใช้งานจริง กระจังหน้าแบบ Interlock ขนาดใหญ่เสริมความดุดัน บึกบึน มาพร้อมไฟหน้ามัลติรีเฟลกเตอร์ดีไซน์ใหม่ พร้อมพื้นที่ท้ายกระบะที่กว้างขวาง สามารถรองรับน้ำหนักได้ถึง 1,090 กิโลกรัม ไม่ว่าหนักแค่ไหนก็เอาอยู่ รวมถึงที่เหยียบขึ้นกระบะด้านข้างซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่ได้รับการติดตั้งจากโรงงาน ช่วยเพิ่มความสะดวกในการขนของบรรทุกสัมภาระต่างๆ ขึ้นลง เพิ่มอรรถประโยชน์ของใช้งานมากยิ่งขึ้น ภายในห้องโดยสารยังคงกว้างขวางสะดวกสบายพร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นเอกสาร หรือเครื่องมือ ก็สามารถจัดเก็บได้อย่างลงตัวกับช่องเก็บสัมภาระสำหรับผู้โดยสารตอนหน้า…
New Yamaha NMAX Connected
Live to the MAX ออโตเมติกพรีเมียมอัจฉริยะใหม่ ออปชันจัดเต็มครบสุดในคลาส 150 cc โดย บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่แห่งยนตกรรม ด้วยการส่ง New Yamaha NMAX Connected ออโตเมติกพรีเมียมอัจฉริยะใหม่ ออปชันจัดเต็มครบสุดในคลาส 150 cc ความเหนือชั้นตามแบบฉบับ MAX Series ดีไซน์พรีเมียมสปอร์ตหรูดุดัน สีสันใหม่เร้าใจ ฟังก์ชันใหม่ตอบสนองทุกการใช้งานด้วย Y-Connect และ Traction Control ผสานสมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจด้วยระบบ VVA และมั่นใจด้วยระบบเบรกแบบ ABS Dual Channel เพียงหนึ่งเดียวในคลาส เพื่อความสมบูรณ์แบบของชีวิตที่สุดแม็กซ์ และคุ้มค่ากว่าด้วยการรับประกันมากกว่า ถึง 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร New YAMAHA NMAX Connected MAX POWER แรงกว่า…สุดแม็กซ์ หล่อ แกร่ง ตั้งแต่เกิด ออปชันเต็มแม็กซ์ แรงเกิน 155 ซีซี ขนาด 1 ลูกสูบ 4 วาล์ว ลูกสูบแบบ Forged แข็งแกร่ง ทนทาน น้ำหนักเบา ที่เป็นเอกลักษณ์ของเทคโนโลยี Blue Core อัตราเร่งดีกว่า… สุดแม็กซ์ด้วยระบบวาล์วแปรผัน VVA (Variable Valve Actuation) เทคโนโลยีแห่งความแรงของยามาฮ่าที่ถูกถ่ายทอดสู่ New YAMAHA NMAX Connected แรงทะลุมิติ ทำให้รถมีแรงบิดและกำลังของเครื่องยนต์ดีทุกย่านความเร็ว New YAMAHA NMAX Connected MAX PERFORMANCE เหนือกว่า…สุดแม็กซ์ ด้วยระบบเบรก ABS Dual Channel พร้อมดิสก์เบรกหน้า-หลัง ควบคุมแรงดันเบรกอัตโนมัติป้องกันล้อล็อกทั้ง 2 ล้อ สามารถคอนโทรลรถได้อย่างมั่นใจให้ความปลอดภัยระดับแม็กซ์ มั่นใจกว่า…สุดแม็กซ์ ด้วยระบบ Traction Control ป้องกันล้อสะบัด (เฉพาะรุ่น NMAX Connected เท่านั้น) ปรับสมดุลความเร็วล้อหน้า-หลังให้สัมพันธ์กัน ทุกสถานการณ์การขับขี่ …
New Wave125i สีเทาใหม่ Metallic Matte Gray
ฮอนด้าเปิดตัว New Wave125i สีเทาใหม่ Metallic Matte Gray ดุดันยิ่งขึ้น ตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำรถครอบครัวระดับพรีเมียมในไทย ฮอนด้า ผู้นำแห่งวงการรถจักรยานยนต์ไทย เผยโฉม New Wave125i ที่ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด “ให้คำว่าผู้นำ เป็น…ได้มากกว่าที่เคย” โดดเด่นด้วยสีเทาใหม่ Metallic Matte Gray สุดโฉบเฉี่ยว พร้อมเอมเบลมเรียบหรู เส้นสายตัวรถได้รับการออกแบบให้มีความปราดเปรียว สง่างาม ทันสมัยทุกมุมมอง มาพร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานที่คุ้มค่า New Wave125i มาพร้อมระบบไฟหน้า LED Headlight หรูหรา เฉียบคม ส่องสว่างทันทีเมื่อสตาร์ท เรือนวัดความเร็ว Premium Amber Meter ดีไซน์เรียบหรู ให้ข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ครบครันชัดเจน มั่นใจด้วยระบบกุญแจนิรภัย มาพร้อมม่านปิดช่องกุญแจ ให้ความสะดวก ปลอดภัย ใช้งานง่าย เพียงกดกุญแจก็เปิดกล่องใต้เบาะได้ทันที ส่วนพื้นที่ใต้เบาะใช้งานได้อย่างเอนกประสงค์ ด้วยขนาดไซส์ XL ความจุถึง 17 ลิตร พร้อมถังน้ำมันขนาดใหญ่ 5.4 ลิตร New Wave125i ให้สมรรถนะการขับขี่ที่รวดเร็วทันใจ ด้วยเครื่องยนต์ 125 ซีซี 4 จังหวะ ระบบหัวฉีด PGM-FI ให้อัตราเร่งดีเยี่ยม ตอบสนองการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างคุ้มค่า โดยมีอัตราประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 71.4 กม./ลิตร ผ่านการทดสอบภายใต้มาตรฐานไอเสียระดับ 7 โดยสถาบันยานยนต์ และมั่นใจทุกครั้งที่ขับขี่ด้วยดิสก์เบรกหน้า ฮอนด้า พร้อมวางจำหน่าย New Wave125i สีเทาใหม่ Metallic Matte Gray พร้อมกับอีก 3 เฉดสีเดิมที่เพิ่มความโดดเด่นด้วยสีสันแบบสปอร์ตทูโทน ในรุ่นล้อแม็ก ได้แก่ สีน้ำเงิน-แดง, สีดำ-แดง และสีขาวแดง ราคาแนะนำ 56,000 บาท และในรุ่นล้อซี่ลวด สีดำ, สีแดง-ดำ และสีน้ำเงิน-ดำ ราคาแนะนำ 53,800 บาท…
New Honda CB1300 SUPER FOUR/ SUPER BOLD’OR
New CB1300 SUPER FOUR หรือรถซูเปอร์โฟร์ในตำนาน กลับมาอีกครั้งพร้อมคู่แฝดอย่าง New CB1300 SUPER BOLD’OR รถที่ถูกสร้างด้วยแรงบันดาลใจจากการแข่งขัน The Bol d’Or 24-Hour Endurance Race โดยทั้งคู่พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “The Ultimate Legacy ที่สุดของตำนาน บนทุกเส้นทาง” สำหรับเรื่องราวความเป็นมาของโปรเจกต์ BIG-1 (บิ๊กวัน) หรือต้นกำเนิดตำนานซูเปอร์ เริ่มต้นขึ้นในปี 1992 ภายใต้รหัสโมเดลเลื่องชื่อ CB1000 SUPER FOUR โดยเป็นรถจักรยานยนต์ที่ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด 3 ประการ ประกอบด้วย 1.ขุมพลังเครื่องยนต์ 4 จังหวะ DOHC 4สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ 2.Design Sexy & Wild (Design CB Series ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน) 3.สามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้ขับขี่ สมรรถนะการขับเคลื่อนทรงพลังด้วยเครื่องยนต์ 1,300 ซีซี 4 สูบเรียง DOHC 16 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ มาพร้อมระบบ Assist Slipper Clutch และ Riding Modes ให้เลือกถึง 3 รูปแบบ ได้แก่ Standard, Sport และ Rain ขับขี่สะดวกสบายด้วยระบบควบคุมความเร็ว Cruise Control มั่นใจในประสิทธิภาพของระบบช่วงล่าง หน้า-หลัง จาก SHOWA ที่ปรับตั้งค่าได้อย่างละเอียด ทั้งค่าความแข็งสปริง ความหนืด และแรงต้านการยุบตัว พร้อมขับขี่ในทุกเส้นทาง ในด้านการออกแบบโดดเด่นด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ ไฟหน้าทรงกลมขนาดใหญ่ในโฉม SUPER…
LEXUS LF-Z
เลกซัสเดินหน้าสู่อนาคตรถยนต์ไฟฟ้าด้วยการเปิดตัวคอนเซปต์คาร์ LF-Z ครั้งแรกของโลกกับการเปิดตัว “LF-Z Electrified” คอนเซปต์คาร์ BEV ที่จะกำหนดทิศทางให้กับเลกซัสเจเนอเรชั่นถัดไป เลกซัสเร่งพัฒนารถยนต์เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายรวมถึงไลฟ์สไตล์ของลูกค้าทั่วโลกเปิดตัว “LF-Z Electrified” คอนเซปต์คาร์ BEV นำเสนอภาพลักษณ์ใหม่ ๆ ของรถไฟฟ้าที่ใช้งานได้จริง ภายในปี 2025 เลกซัสจะเปิดตัวรถยนต์ใหม่กว่า 20 รุ่น ทั้ง BEV / PHEV / HEV และรถยนต์พลังงานทางเลือกอื่นๆ จัดตั้งศูนย์ธุรกิจและเทคโนโลยีใหม่ที่รวมแผนกการพัฒนา การออกแบบเทคโนโลยีการผลิต และการวางแผน เพื่อส่งเสริมการพัฒนายานยนต์นวัตกรรมใหม่ ด้วยจิตวิญญาณแห่งนวัตกรรมที่ไม่หยุดนิ่งและการตอบรับจากลูกค้าทั่วโลก เลกซัสยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในฐานะแบรนด์ไลฟ์สไตล์หรู เลกซัสได้มอบผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ที่น่าทึ่งด้วยเทคโนโลยีและค่านิยมใหม่ ๆ ตั้งแต่ปี 1989 โดยปัจจุบันอุตสาหกรรมยานยนต์ได้ก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการปฏิรูปในรอบศตวรรษ นอกเหนือจากภารกิจเพื่อสังคมในการหยุดปล่อยก๊าซคาร์บอน และการปฏิบัติตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (SDGs) ไลฟ์สไตล์ รวมถึงค่านิยมของลูกค้าได้มีการเปลี่ยนแปลงและเพิ่มความหลากหลายมากขึ้นอย่างรวดเร็วเหนือจินตนาการ สภาพแวดล้อมทางสังคม ความต้องการในการเดินทาง และไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ถือเป็นส่วนหนึ่งของตลาดรถยนต์หรูที่กำลังเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าไป ภายใต้สถานการณ์ทั้งหมดนี้ เลกซัสได้สร้างนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อประโยชน์ของสังคมโดยรวม รวมถึงลูกค้าของเราอีกด้วย เลกซัสพร้อมที่จะตอบสนองอย่างรอบคอบ และรวดเร็วต่อความต้องการของลูกค้าที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป และมุ่งมั่นในการเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นแบรนด์ที่เหนือความคาดหมายของลูกค้า ตั้งแต่มีการเปิดตัว RX 400h รถยนต์หรูพลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกของโลกในปี 2005 จนถึงปัจจุบัน รถยนต์ไฮบริดจากเลกซัส ได้จำหน่ายไปแล้วกว่าสองล้านคันทั่วโลก โดยปัจจุบันเลกซัส มีรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด (HEVs) และรถยนต์แบตเตอรี่ไฟฟ้า (BEVs) ทั้งหมด 9 รุ่น ที่ทำตลาดใน 90 ประเทศตามภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก เลกซัสยังคงมุ่งพัฒนาภายใต้วิสัยทัศน์“Lexus Electrified” ที่ได้ประกาศในปี 2019 ด้วยเป้าหมายที่จะกำหนดบรรทัดฐานใหม่ด้วยการนำเทคโนโลยีไฟฟ้ามาใช้งานจริง พร้อมมอบความสุขและความพึงพอใจในการใช้งานรถยนต์อย่างต่อเนื่อง ในวันนี้เลกซัสจัดการเปิดตัวเป็นครั้งแรกของโลกสำหรับ “LF-Z Electrified” คอนเซปต์คาร์ BEV ที่รวมเอาสมรรถนะการขับขี่ สไตล์ และเทคโนโลยีไว้ด้วยกัน โดยวางยุทธศาสตร์ให้เป็นจริงได้ภายในปี 2025 รถยนต์รุ่นนี้มาพร้อมกับความสมดุลในการขับขี่ที่เกิดจากการจัดวางแบตเตอรี่ และมอเตอร์ไฟฟ้าอย่างเหมาะสมที่สุด นอกจากนี้ยังใช้เทคโนโลยีควบคุมพลังขับเคลื่อนสี่ล้อแบบใหม่ที่เรียกว่า “DIRECT4” ที่จะสร้างสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้นและยืดหยุ่นอย่างมาก ทำให้ LF-Z Electrified มีความแตกต่างจากรถยนต์ในรูปแบบเดิม ๆ นอกจากนี้ในอนาคตอันใกล้ เลกซัสยังวางแผนที่จะนำเทคโนโลยีและฟังก์ชันอินโฟเทนเมนต์ชั้นสูงเข้ามาใช้งาน ซึ่งจะทำให้ประสบการณ์การเดินทางของลูกค้าของเราสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ภายในปี 2025 เลกซัสมีแผนจะเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่และรุ่นปรับปรุงโฉมจำนวน 20 รุ่น รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้ากว่า 10 รุ่นอย่างเช่นรถยนต์ BEV รถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) รถยนต์ไฮบริด (HEV)…
TOYOTA PLAY
โตโยต้า ขับเคลื่อนประสบการณ์รูปแบบใหม่ ภายใต้แนวคิด “องค์กรแห่งการขับเคลื่อน” “Mobility Company” ถือโอกาสในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42โตโยต้า ได้เผยโฉม PLAY รุ่นพิเศษ กับอิโคคาร์ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เข้าร่วมจัดแสดงรถยนต์รุ่นล่าสุด ภายใต้แนวคิด “องค์กรแห่งการขับเคลื่อน” (Mobility Company) เดินหน้าส่งมอบความสุขและอิสรภาพในการเดินทาง ที่เพียบพร้อมด้วยความปลอดภัยให้กับทุกคน ตามปรัชญาของโตโยต้า ที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์ “ยนตรกรรมที่ดียิ่งกว่า” (Ever Better Car) ในครั้งนี้โตโยต้าได้นำเสนอการสัมผัสและเลือกซื้อรถยนต์ในรูปแบบวิถีใหม่หรือ New Normal ที่พร้อมส่งมอบความสุข ความสนุก รวมถึงข้อเสนอที่ดีที่สุด พร้อมแคมเปญสุดพิเศษ “Toyota Drive Me Easy ซื้อง่ายได้ลุ้นล้าน” ที่โตโยต้าตั้งใจมอบให้กับลูกค้าที่จองรถยนต์โตโยต้าทุกรุ่น สัมผัสอย่างใกล้ชิด เลือกเป็นเจ้าของรถยนต์ โตโยต้า ที่ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ ด้วย อีโคคาร์แฮทช์แบ็ค YARIS และ อีโคคาร์ซีดานยอดนิยม ATIV รุ่นพิเศษ PLAY (Limited Edition) ที่ได้รับการพัฒนาให้ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง ด้วยดีไซน์ใหม่ทั้งภายนอกและภายใน โดดเด่นด้วยกระจังหน้าด้านบนสีดำเงา และล้ออัลลอยปัดเงาสีทูโทน “Dark Mulberry” ลายใหม่ เพิ่มลูกเล่นการตกแต่งภายในห้องโดยสารให้มีความเป็นเอกลักษณ์ ด้วยโทนสีใหม่ “Dark Mulberry” และเบาะหนัง สีทูโทนขาว-ดำ ที่ตกแต่งด้วยด้ายสี “Dark Mulberry” ครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ไม่ว่าจะเป็น ระบบปรับอากาศพร้อมแผ่นกรองอากาศ PM 2.5 กระจกหน้า “Acoustic Glass” แบบช่วยดูดซับพลังงานความร้อน (High Solar Energy Absorption) สะดวกยิ่งกว่าด้วย “Trunk Organizer” ที่จัดเก็บสัมภาระท้ายรถ และกล้องมองรอบคัน “Panoramic View Monitor” มุมมอง 360 องศา แสดงภาพแบบเรียลไทม์ เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีที่เชื่อมต่อผู้ขับและรถให้สนุกกับไลฟ์สไตล์ด้วยแอปพลิเคชัน“PLAY CONNECT Car Telematics” เพิ่มความมั่นใจในทุกเส้นทาง ตอบโจทย์ทุกรูปแบบการใช้ชีวิต TOYOTA…
The New Audi e-tron GT
AUDI เปิดตัว 3 รุ่น เจ้าแรกในเอเชีย The New Audi e-tron GT ตอกย้ำทิศทางของโลกยนตรกรรมในอนาคต มั่นใจตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าพร้อมจองแล้ววันนี้ ในราคาเริ่มต้นเพียง 6,390,000 บาท ขณะที่ทั่วโลกกำลังพูดถึง The New Audi e-tron GT ยนตรกรรมสปอร์ตคูเป้ 4 ประตู ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ว่าเป็นยนตรกรรมที่น่าตื่นเต้นที่สุด ฮอตที่สุด หลังจากการเปิดตัวผ่าน Online World Premier ของ AUDI AG เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อาวดี้ ประเทศไทย ก็ใช้เวลาเพียง 1 เดือน ในการสร้างปรากฏการณ์ปลุกผู้รอคอยการมาของยนตรกรรมพลังไฟฟ้ารุ่นนี้ ให้สั่นไหวและเขย่าอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศให้ร้อนแรงขึ้นไปอีก ด้วยการเผยโฉมและเปิดตัว The New Audi e-tron GT ต่อสื่อมวลชนไทยเป็นประเทศแรกในเอเชีย มั่นใจตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ผู้นำ ผู้บริหาร นักธุรกิจ และองค์กร ที่ให้ความสำคัญและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมรับจองทันที อาวดี้ ประเทศไทย นำ The New Audi e-tron GT เข้ามาให้ลูกค้าชาวไทยได้เลือกเฟี้ยวสุดๆ พร้อมกันถึง 3 รุ่น ถือเป็นก้าวสำคัญของ Audi ในการปรับเปลี่ยนทิศทางของโลกยนตรกรรมในอนาคต (Shaping the future of mobility) โดย The New Audi e-tron GT เป็นยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นที่ 3 ที่ทาง อาวดี้ ประเทศไทย นำเข้ามาจำหน่าย พร้อมข้อเสนอราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 6,390,000 บาท สำหรับรุ่น e-tron GT quattro ส่วน e-tron GT…
