ด้วยความมุ่งมั่นยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยและสังคมไทยอย่างไม่หยุดยั้งมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จัดกิจกรรมพบปะสื่อมวลชนในโอกาสการดำเนินธุรกิจครบ 60 ปีในประเทศไทย ในการแถลงขอบคุณลูกค้าในประเทศไทยสำหรับการสนับสนุนมาตลอด 6 ทศวรรษ พร้อมเปิดตัวรถยนต์โมเดลรุ่นพิเศษ ‘Special Edition’และสีพิเศษ ภายใต้ ‘Passion Red Edition’ โดยนำรายได้ส่วนหนึ่งตอบแทนแก่ชุมชน ยืนยันความมุ่งมั่นพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยและมอบความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ ผู้ขับขี่ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับนำเสนอแผนการลงทุน และสร้างการเติบโตอย่างไม่หยุดยั้งในอนาคต มร.โมะริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวในงาน “60 ปี มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในประเทศไทย และความมุ่งมั่นเพื่อสังคมไทย” ว่า “มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เริ่มต้นการผลิตรถยนต์ ในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี พ.ศ. 2460 จวบจนปัจจุบันเป็นเวลา 104 ปี หลังจากนั้น ได้เข้ามาเริ่มต้นธุรกิจในประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2504 โดยวางรากฐานให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์มิตซูบิชิ เพื่อจำหน่ายภายในประเทศและส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก ตลอดระยะเวลา 60 ปี ที่ผ่านมา มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยผลักดัน ให้เกิดการพัฒนาในด้านต่างๆ ให้กับประเทศ ผ่าน 7 แกนหลักสำคัญ ได้แก่ การจ้างงาน การพัฒนาด้านทรัพยากรมนุษย์ การลงทุน การถ่ายทอดเทคโนโลยี การส่งออก การช่วยเหลือสังคม และสิ่งแวดล้อม และ ในปี พ.ศ. 2507 เราเริ่มผลิตรถยนต์ในประเทศไทย ต่อมาในปี พ.ศ. 2535เราเริ่มการผลิตรถยนต์ที่โรงงาน 1 แหลมฉบัง ปัจจุบัน มีกำลังการผลิตสูงสุดถึง 424,000คันต่อปี ถือเป็นศูนย์การผลิตที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาศูนย์การผลิตของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ทั่วโลก” และยิ่งไปกว่านั้น…
Category: Social
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย มอบทุนการศึกษาแก่นักศึกษาอาชีวะ
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย มอบทุนการศึกษาแก่นักศึกษาอาชีวะจากวิทยาลัยเทคนิคดอนบอสโก 11 คน จากรุ่นที่ 8 และ 9 ในโครงการ BMW Service Apprentice Program ณ ศูนย์ฝึกอบรมของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี มุ่งสนับสนุนโอกาสทางการเรียนรู้ให้แก่นักศึกษาอาชีวะทั้งในด้านทฤษฎีและปฏิบัติ เตรียมเดินหน้าสู่หนึ่งทศวรรษแห่งการขับเคลื่อนอาชีวศึกษาไทยสู่แรงงานทักษะขั้นสูงผ่านโครงการ BMW Service Apprentice Program พร้อมยกระดับศักยภาพภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอย่างต่อเนื่อง โครงการ BMW Service Apprentice Program เริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ. 2555 เป็นส่วนหนึ่งของโครงการการศึกษาระบบทวิภาคีเยอรมัน-ไทย (German-Thai Dual Excellence Education program – GTDEE) ซึ่งบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้ร่วมกับหอการค้าเยอรมัน-ไทย และผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยูอย่างเป็นทางการ ในการมอบทุนการศึกษาเต็มจำนวนและเบี้ยเลี้ยงตลอดระยะเวลาสองปีในโครงการ พร้อมอบรมความรู้และฝึกฝนทักษะในสายงานด้านช่างเทคนิคให้แก่นักศึกษา ณ ศูนย์ฝึกอบรมของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย โดยนักศึกษาที่ผ่านการทดลองปฏิบัติงานในระหว่างที่เข้าร่วมโครงการ จะได้รับโอกาสร่วมปฏิบัติงานกับช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญจากผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยูอย่างเป็นทางการ และบรรจุเข้าทำงานกับผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยูอย่างเป็นทางการ สำหรับวิทยาลัยเทคโนโลยีดอนบอสโก ได้เข้าร่วมเป็นวิทยาลัยในความร่วมมือกับบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ. 2559 โดยตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา มีนักศึกษาจากวิทยาลัยเทคโนโลยีดอนบอสโกสำเร็จหลักสูตรจากโครงการ BMW Service…
บริดจสโตนฉลองครบรอบ 90 ปี
บริษัท บริดจสโตน คอร์ปอเรชั่น ฉลองครบรอบ 90 ปี ของการก่อตั้งบริษัท ในวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2564 มร.ชู อิชิบาชิ ประธานกรรมการบริหารสูงสุดของ บริษัท บริดจสโตน คอร์ปอเรชั่น กล่าวเนื่องในโอกาสครบรอบ 90 ปี ว่า “บริดจสโตนมุ่งมั่นในการก้าวข้ามความท้าทายมากมายที่เราต้องเผชิญ แม้แต่ในสถานการณ์ความไม่แน่นอนและสถานการณ์ที่สร้างความวุ่นวาย ซึ่งเราได้รับประสบการณ์, การเรียนรู้ ตลอดจนการเติบโตจนสู่การเป็นบริษัทที่แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นจนถึงปัจจุบัน ผมขอขอบคุณลูกค้า, พันธมิตรทางธุรกิจ, ผู้คนในชุมชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัททุกภาคส่วนที่ให้การสนับสนุนบริดจสโตนมาตลอดการดำเนินธุรกิจที่ยาวนานของเรา เราจะมุ่งยึดหลักความยั่งยืนเป็นพื้นฐานของการบริหารงานของเราอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกับก้าวผ่านมาจนถึงโอกาสครบรอบ 90 ปี และมุ่งมั่นเพื่อที่จะเติบโตสู่การเป็นบริษัทที่ยั่งยืนร่วมกับสังคมและลูกค้า” กลุ่มบริษัทในเครือบริดจสโตนได้กำหนดให้ในโอกาสฉลองครบรอบ 90 ปี ของการก่อตั้งบริษัทเป็นก้าวสำคัญเพื่อก้าวไปสู่การครบรอบปีที่ 100 และปีต่อๆ ไปนับจากนั้น เพื่อเป็นการระลึกถึงเหตุการณ์ครั้งสำคัญนี้ เราจะใช้โอกาสนี้เพื่อสื่อสารข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับประวัติของกลุ่มบริษัทของเรา, DNA ที่เป็นตัวตนขององค์กรที่เรายึดมั่นมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท และการริเริ่มสร้างสรรค์ที่จะนำมาใช้ในการดำเนินธุรกิจเพื่อมุ่งสู่การครบรอบปีที่ 100 และปีต่อๆ ไป โดยกิจกรรมต่างๆ สำหรับใช้เพื่อการสื่อสารจะอยู่ภายใต้แนวคิด “90th and beyond (ก้าวสู่ปีที่ 90 และปีต่อๆ ไป)” ความมุ่งมั่นเหล่านี้เกิดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกันของเพื่อนพนักงานเพื่อบรรลุเป้าหมายตามวิสัยทัศน์ “การส่งมอบคุณค่าให้แก่สังคมและลูกค้าในฐานะบริษัทผู้ส่งมอบความยั่งยืนต่อไปจนถึงปี พ.ศ. 2593” ในขณะที่เราจะร่วมกันก้าวไปสู่การฉลองครบรอบปีที่ 100 และปีต่อๆ ไป การริเริ่มเพื่อโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 90 ปี ของการก่อตั้งบริษัทฯ 1.จัดทำโลโก้เพื่อเป็นที่ระลึกเนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 90 ปี บริดจสโตนได้จัดทำโลโก้เพื่อเป็นที่ระลึกเนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 90 ปี ของการก่อตั้งบริษัท ซึ่งโลโก้นี้มุ่งเน้นถึงการเดินทางครบรอบ 90 ปี และก้าวสู่อนาคตต่อไปนับจากนี้ นอกจากนี้ยังแสดงถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมและความก้าวหน้า ในขณะเดียวกันยังรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัททุกภาคส่วน 2.การจัดทำหน้าโฮมเพจเนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 90 ปี หน้าโฮมเพจเนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 90 ปี ได้จัดทำขึ้นมาบนเว็บไซต์ของบริดจสโตนเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องราวที่เป็นตัวตน, ประวัติ, และวิสัยทัศน์ของบริษัทโอกาสฉลองรอบ 90 ปี: https://www.bridgestone.com/corporate/history/90th_anniversary/ บริดจสโตน เรามุ่งมั่นในการเติบโตเป็นบริษัทที่ยั่งยืนร่วมกับสังคมและลูกค้า เรากำหนดให้ความยั่งยืนเป็นพื้นฐานหลักของการบริหารงานของเรา และเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าวเราจะสร้างคุณค่าให้สังคมและลูกค้า ตลอดจนสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันผ่านการนำเสนอโซลูชั่นที่สร้างความแตกต่างด้วยการยกระดับจากจุดแข็งในธุรกิจผลิตยางรถยนต์ของเรา
เบนซ์ ไพรม์มัส เดินเกมรุกตลาด Q1
เบนซ์ไพรม์มัส” มั่นใจตลาดรถกระเตื้อง เปิดเกมรุกตลาดสร้างยอดไตรมาส 1 ชูกลยุทธ์บุกออนไลน์ ควบออฟไลน์ ขานรับนโยบาย บ.แม่ ประเดิมจัดงานหรู สุดกระหึ่ม! เปิดตัว The new E-Class ใหม่ 3 ชม. กวาดยอดจองกว่า 50 ล้านบาท คุณจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด กล่าวว่า “สำหรับการจัดงานเปิดตัวยานยนต์อัจฉริยะMercedes-Benz The new E-Class ในครั้งนี้ ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ด้วยรูปลักษณ์ที่ความโฉบเฉี่ยวและสปอร์ตมากขึ้น ผนวกกับประสิทธิภาพ และราคาจำหน่ายที่จูงใจ ทำให้รถยนต์รุ่นดังกล่าวได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี โดยสามารถทำยอดจองได้มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ การจัดงานครั้งนี้ ถือเป็นการฉลองการเปิดตัว “The new E-Class” โดยเชิญแขกผู้ทรงเกียรติในธุรกิจแขนงต่าง ๆ ที่ให้ความสนใจและต้องการสัมผัสยนตรกรรมรุ่นดังกล่าวเป็นครั้งแรกก่อนใครภายในงาน ได้เนรมิตบรรยากาศห้องจัดแสดงรถยนต์ภายในโชว์รูม เป็นงานเลี้ยงดินเนอร์สุดอลังการ พร้อมเพิ่มความสุนทรีย์ด้วยบทเพลงที่แสนคลาสสิค และอาหารสุดเอ็กซ์คลูซีพของโรงแรมระดับ 5 ดาว จาก “สยาม เคมปินสกี้ กรุงเทพ” นอกจากนี้ ได้ร่วมชมและสัมผัสความยิ่งใหญ่ของโชว์รูมแห่งนี้ ที่ได้รับเลือกจาก “เมอร์เซเดส-เบนซ์” ให้เป็น 1 ใน 15 โชว์รูมต้นแบบในโลก จากแนวคิด MAR2020 ภายใต้โปรแกรม Choice of Oversea ที่เกิดจากความมุ่งมั่นในการใช้ประโยชน์สูงสุดของพื้นที่ภายในโชว์รูม เพื่อเชื่อมโยงความสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมต่อแบรนด์และผลิตภัณฑ์ของลูกค้า ผ่านเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ที่สร้างความสะดวกสบายและความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าคนสำคัญ จากนั้นเข้าสู่ช่วงเวลาที่รอคอย กับการนำเสนอตำนานความยิ่งใหญ่ของ The E-Class ตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน ผ่าน VDO Presentation ก่อนสู่ช่วงไฮไลท์สำคัญของการเปิดตัว The new E-Class อย่างเป็นทางการ โดย “ณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ” ให้เกียรตินำยนตรกรรมรุ่นดังกล่าวอวดโฉมให้แขกผู้ทรงเกียรติให้ชมเป็นครั้งแรก พร้อมกล่าวต้อนรับ และแนะนำความพิเศษของThe new E-Class ให้แขกผู้ทรงเกียรติได้รับทราบ ก่อนที่จะได้สัมผัสตัวจริงอย่างใกล้ชิด…
นับถอยหลังงาน MOTOR SHOW วันที่ 24 มีนาคม ครั้งที่ 42
The 42nd Bangkok International Motor Show หรืองาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจ 34 ค่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ยกทัพร่วมงาน-วางมาตรการเข้มป้องกันโควิด-19 บริษัทกรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ประกาศความพร้อมการจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 ระหว่างวันที่ 24 มีนาคม-4 เมษายน 2564 ที่ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมีค่ายรถยนต์-รถจักรยานยนต์ชั้นนำเข้าร่วมงานมากกว่า 34 แบรนด์บนพื้นที่กว่า 170,960 ตารางเมตร พร้อมนำเสนอโซนพิเศษ Smart EV City ตอบสนองไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตคน ยุคใหม่ และจัดเตรียมมาตรการด้านสุขอนามัยตามข้อกำหนดของหน่วยงานรัฐอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “วิถีชีวิตใหม่ ใจเป็นสุข” หรือ “Shaping the Next Chapter” จากการที่วิกฤตการณ์โรคระบาดที่ส่งผลต่อไลฟ์สไตล์ ความเป็นอยู่ และบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบต่างๆ ต่อสังคมอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เกิดการพัฒนานวัตกรรม และเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อนำมาปรับใช้กับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันรวมถึงแนวคิด วิสัยทัศน์ การจัดการรักษา และฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศ พัฒนา ปรับปรุง เรียนรู้ที่จะอยู่อย่างปลอดภัย และใช้ชีวิตอย่างเป็นสุข…
บริดจสโตน เผยกลยุทธ์ธุรกิจปี 2564
บริษัท ไทยบริดจสโตน จํากัด แถลงแผนธุรกิจประจำปี พ.ศ. 2564ตอกย้ำความเป็นผู้นำของตลาดยางรถยนต์ในประเทศไทย มุ่งมั่นส่งมอบคุณค่าให้แก่ลูกค้าและสังคมไทยของทุกจุดหมายที่แตกต่างอย่างยั่งยืน ผ่านโซลูชั่นที่พัฒนาการเดินทางเพื่อความปลอดภัย ความมั่นใจ และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ พร้อมเปิดตัวแท็กไลน์ใหม่ครั้งแรกในประเทศไทย“Solutions for your journey” ณ โรงภาพยนตร์ที่ 3 ลิโด้ คอนเน็คท์ สยามสแควร์ กรุงเทพฯ ใน ปี พ.ศ. 2564 นับเป็นก้าวสำคัญของบริดจสโตนในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ บริดจสโตน 3.0 ชูวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นส่งมอบคุณค่าให้แก่สังคม และลูกค้าในฐานะองค์กรผู้ส่งมอบโซลูชั่นอย่างยั่งยืนสู่ปี พ.ศ. 2593 ด้วยการใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรมผสมผสานกับความเชี่ยวชาญในด้านผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์ และการเดินทาง พัฒนาผลิตภัณฑ์ การบริการ และโซลูชั่น เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน และการเติบโตของธุรกิจในตลาดอย่างมีเสถียรภาพ และยั่งยืน สำหรับประเทศไทย บริดจสโตนมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจโดยให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลางสำคัญ (Customer Centric) รับฟังความต้องการตลอดจนศึกษาพฤติกรรมและข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภค ด้วยการนำเสนอโซลูชั่นผ่านนวัตกรรมที่มีส่วนช่วยในการแก้ไขปัญหา ตอบโจทย์ความต้องการให้ตรงกับความพึงพอใจของลูกค้าในประเทศไทยโดยเฉพาะ ด้วยการนำกลยุทธ์ “Volume to Value” (จากปริมาณสู่คุณค่า) หรือ การสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านผลิตภัณฑ์ การบริการ และโซลูชั่นที่มาพร้อมกับความปลอดภัยและความมั่นใจในทุกการเดินทางให้ลูกค้า พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจและช่วยสร้างผลกำไรให้พันธมิตรทางธุรกิจ มร.เคอิจิ ชูมะ กรรมการผู้จัดการบริษัท ไทยบริดจสโตน จํากัด กล่าวว่า “โซลูชั่น หมายถึง การแก้ไขปัญหา ดังนั้นเราต้องรับฟังปัญหาของลูกค้าเพื่อนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริการด้วยการใช้ความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการยาง และเทคโนโลยีของเราเข้าด้วยกัน โดยเฉพาะในช่วงเวลานี้ เวลาที่เรากำลังเผชิญอยู่กับปัญหา และสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ไม่สามารถคาดการณ์และควบคุมได้ การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทั้งภายนอกและภายในองค์กร การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ส่งผลกระทบให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสังคม ธุรกิจ รวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างรวดเร็ว…
“ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ใหม่” พบกันในงานมอเตอร์โชว์นี้แน่
บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เผยความนิยม ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ใหม่ ยนตรกรรม Full Hybrid รุ่นแรกของเซกเมนต์ซิตี้คาร์ในประเทศไทย ภายใต้ “เดอะ ซิตี้ ซีรีส์” ซึ่งเป็นซิตี้คาร์ไฮบริดรุ่นแรกของเซกเมนต์ ที่มาพร้อมความคุ้มค่าที่เกินคาดและเกินคลาสในทุกด้าน ด้วยเทคโนโลยีที่เชื่อมต่อไปสู่การขับเคลื่อนแห่งอนาคต ระบบขับเคลื่อนไฮบริด Sport Hybrid i-MMD มั่นใจในทุกการขับขี่กับเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) เทคโนโลยีที่มีอยู่ในรถยนต์ระดับพรีเมียม ซึ่งหลังจากเปิดตัวและส่งมอบไปเรียบร้อยแล้ว เรามาฟังเสียงจากลูกค้า ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ตัวจริง ที่มายืนยันประสบการณ์ “ความเกินคาด” ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้า ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ใหม่ ว่าตลอดอายุการใช้งานนั้นฮอนด้าพร้อมดูแลเป็นพิเศษ ด้วยการมอบการรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ถึง10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ5 ปี แบบไม่จำกัดระยะทาง พร้อมด้วยโปรแกรมการให้บริการพิเศษด้านคุณภาพรถยนต์ ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ (Honda Ultimate Care) ด้วยการขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่โดยเพิ่มระยะเวลาอีก 2 ปี หรือระยะทาง 40,000 กิโลเมตร สูงสุด 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) พร้อมด้วยบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง (Honda 24hr Roadside Assistance) อีกทั้งฟรีค่าแรงในการเช็กระยะเป็นเวลา5 ปี หรือ 100,000กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) ซึ่งเมื่อพิจารณาในภาพรวมแล้ว จะช่วยให้ลูกค้าประหยัดค่าใช้จ่าย การบำรุงรักษาได้เป็นอย่างมาก โดยลูกค้าสามารถดูรายละเอียดเพื่อประเมินค่าบำรุงรักษาก่อนเข้าเช็กระยะ หรือสามารถนัดหมายก่อนเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการฮอนด้าได้ที่ web.honda.co.th/service สัมผัสตัวจริงของ ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ใหม่ และยนตรกรรมฮอนด้ารุ่นอื่นๆ ที่มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ ได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าประเทศ รวมถึงที่บูทฮอนด้า (A9) ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 24 มีนาคม – 4เมษายน 2564 ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์…
กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ภายใต้มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย
ในวันนี้ กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ภายใต้มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย และกลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย พร้อมแล้วที่จะส่งมอบความช่วยเหลือเพื่อเคียงข้างคนไทยในการก้าวผ่านสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 โดยได้ผนึกกำลังเครือข่ายผู้จำหน่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ เริ่มดำเนินการกระจายการส่งมอบนวัตกรรมหน้ากากแรงดันลบและแรงดันบวก จำนวน 1,000 ชิ้น พร้อมทั้งเครื่องพ่นยาฆ่าเชื้อ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเครื่องยนต์อเนกประสงค์ของฮอนด้า จำนวน 100 ชิ้น รวมมูลค่า 40 ล้านบาท ให้แก่กรมการแพทย์และสาธารณสุขจังหวัดทั้ง 77 จังหวัด เพื่อนำไปจัดสรรและใช้งานทางการแพทย์ในโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ ตามความต้องการของแต่ละจังหวัดต่อไป โดยเริ่มดำเนินการส่งมอบตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมีนาคม และจะเสร็จสิ้นในเดือนเมษายน 2564 คุณพิทักษ์ พฤทธิสาริกร กรรมการผู้จัดการกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย กล่าวว่า “ในฐานะตัวแทนกองทุนฮอนด้าฯ ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ช่วยผลักดันให้นวัตกรรมหน้ากากแรงดันลบและบวกผลิตได้สำเร็จและสามารถนำมาใช้งานจริง เพื่อประโยชน์ในการป้องกันการติดเชื้อแก่บุคลากรทางการแพทย์และให้การรักษาแก่ผู้ป่วย ทั้งวิทยาลัยพัฒนาชุมชนเมือง มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ซึ่งเป็นต้นแบบในการสร้างสรรค์หน้ากากฯ กรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ที่ร่วมทดสอบและรับรองการรั่วซึม คณะแพทยศาสตร์ วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ที่ร่วมทดสอบและรับรองการใช้งาน และที่สำคัญคือ ลูกค้าฮอนด้าทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคมผ่านการซื้อรถจักรยานยนต์ รถยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ ในครั้งนี้เครือข่ายผู้จำหน่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ ได้ร่วมผนึกกำลัง ดำเนินการส่งมอบไปยังจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ โดยหวังว่านวัตกรรมนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถช่วยป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ได้” อนึ่ง นวัตกรรมหน้ากากแรงดันลบและแรงดันบวก ของกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือตัวหน้ากาก ท่อแรงดันอากาศ และเครื่องผลิตแรงดันอากาศ โดยมีหลักการทำงานและประโยชน์ ดังนี้ · เมื่อปรับระบบให้เป็นฟังก์ชันแรงดันบวก จะเปลี่ยนเป็น “หน้ากากแรงดันบวก” ให้บุคลากรทางการแพทย์สวมใส่ เพื่อลดความเสี่ยงในการทำงานกับผู้ติดเชื้อโควิด-19โดยระบบจะทำการกรองอากาศที่ปนเปื้อนจากภายนอกเข้ามาภายในหน้ากาก · เมื่อปรับระบบให้เป็นฟังก์ชันแรงดันลบ จะเปลี่ยนเป็น “หน้ากากแรงดันลบ” ให้ผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 สวมใส่ในระหว่างการเคลื่อนย้ายไปทำการรักษาภายในโรงพยาบาล เพื่อช่วยป้องกันเชื้อไม่ให้กระจายไปสู่ผู้อื่น โดยระบบจะทำการกรองอากาศที่ปนเปื้อนจากภายในหน้ากากก่อนปล่อยสู่ภายนอก · อากาศที่ปนเปื้อนทั้งจากภายในหน้ากากแรงดันลบ และภายนอกหน้ากากแรงดันบวก จะถูกกรองผ่านฟิลเตอร์ HEPA ระดับ 14 ซึ่งมีความสามารถในการกรองได้ละเอียดถึง 0.3ไมครอน อากาศที่ถูกกรอง จะมีความบริสุทธ์ถึง 99% (มีประสิทธิภาพในการกรองสูงกว่าหน้ากาก N95) นอกจากนี้ ยังมีระบบ Microcontroller ที่สามารถปรับความเร็วของพัดลมได้ถึง 5 ระดับ ช่วยให้อากาศถ่ายเทและลดความร้อนในการสวมใส่ มีน้ำหนักเบาเพราะใช้แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ซึ่งสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องถึง 4-6 ชั่วโมง…
ฟอร์จูนเนอร์ คว้า 2 รางวัล
โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ตอกย้ำความสำเร็จผู้นำตลาดรถอเนกประสงค์ระดับหรูตัวจริง ด้วยยอดขายสะสมมากกว่า 17,500 คัน (ยอดขายสะสมรวมตั้งแต่เปิดตัวเดือนมิถุนายน 2563 – กุมภาพันธ์ 2564) ยืนหนึ่งในตลาดรถอเนกประสงค์ PPV มาอย่างยาวนาน การันตีด้วยคุณภาพการผลิตมาตรฐานระดับโลก และภาพลักษณ์อันโดดเด่นระดับผู้นำของผู้ครอบครองเป็นเจ้าของ คุณสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า “ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีสำหรับปี 2564 ที่โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สามารถคว้ารางวัล Car of The Year 2021 มาได้ถึง 2 รางวัล พร้อมด้วยยอดขายอันดับ 1 อย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าเรายังคงต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโคโรน่าไวรัส-19 รวมถึงสภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศที่ยังคงชะลอตัว ผมมั่นใจว่าด้วยคุณสมบัติอันโดดเด่นของฟอร์จูนเนอร์ ทั้งในด้านการผลิตที่ได้คุณภาพมาตรฐานระดับโลก รูปลักษณ์ที่หรูหรา ทันสมัย ตามแนวคิดในการออกแบบ “Prestige & Cool” เต็มเปี่ยมด้วยสมรรถนะการขับขี่อันยอดเยี่ยม อรรถประโยชน์ใช้สอยที่คุ้มค่า ประหยัดน้ำมันสูงสุด และระบบ T-Connect ที่เพิ่มความมั่นใจในการ ขับขี่ตลอดการเดินทาง รวมไปถึงศูนย์บริการและผู้แทนจำหน่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ด้วยปัจจัยเหล่านี้ ทำให้ฟอร์จูนเนอร์ได้รับความนิยมจากลูกค้าอย่างต่อเนื่องและครองความเป็นเจ้าตลาดได้เช่นเดิมเหนือสิ่งอื่นใดยังสร้างความภาคภูมิใจในการเป็นเจ้าของด้วยภาพลักษณ์ที่สั่งสมมาเป็นระยะยาวนานนับทศวรรษ และล่าสุดสามารถคว้า 2 รางวัล Car of The Year 2021 ได้แก่ Best Diesel 2WD PPV Under 2,500 ซีซี ในรุ่น 2.4V และ 4WD PPV Under 3,200 ซีซี ในรุ่น Legender 2.8V” ในโอกาสนี้ “โตโยต้าขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านอีกครั้ง ที่ให้การสนับสนุนฟอร์จูนเนอร์เป็นอย่างดี รวมไปถึงกระแสการตอบรับกับชุดแต่ง Pride Package II ที่มีอย่างท่วมท้น และขอย้ำเตือนสิทธิพิเศษอีกครั้ง! สำหรับลูกค้าที่ซื้อและออกรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ รุ่นมาตรฐานทุกรุ่น ตั้งแต่วันนี้ – 31 มีนาคม…
Lamborghini ส่งต่อโกลบอลแคมเปญล่าสุด
นอกเหนือจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทั่วโลกเองเมื่อเอ่ยถึงซูเปอร์สปอร์ตคาร์กระทิงดุ ก็ต้องนึกถึงถิ่นกำเนิดเลื่องชื่ออย่างอิตาลีแน่นอน ล่าสุด Lamborghini ประกาศความสำเร็จ! ส่งต่อโปรเจคภาพถ่ายระดับโกลบอล “With Italy, For Italy” สู่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอย่างเป็นทางการ โดยหนึ่งในหมุดหมายหลักของแคมเปญนี้ก็คือ ประเทศไทย ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของ เรนาสโซ มอเตอร์ ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ลัมโบร์กินีอย่างเป็นทางการรายเดียวในประเทศไทยนั่นเอง เดิมทีแคมเปญนี้เป็นการเฉลิมฉลองความสง่างามและส่งเสริมความเป็นเลิศของประเทศอิตาลีให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง หลังจากที่ต้องเผชิญวิกฤติ COVID-19 อย่างหนัก แต่เมื่อผลตอบรับดีเกินคาด Lamborghini Asia-Pacific เลยสานต่อแคมเปญสู่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกทันที โดยนำเสนอในรูปแบบ Mini-documentary series ที่แสดงให้เห็นถึงการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรม ความงาม และความเป็นเลิศของภูมิภาค ขณะเดียวกันก็ไม่หลงลืมเสน่ห์อันคลาสสิคในแบบฉบับอิตาลีและจิตวิญญาณของรถซูเปอร์คาร์สมรรถนะชั้นเลิศแต่ละรุ่นไม่ว่าจะเป็น Aventador S Roadster, Urus, Huracán EVO และ Huracán EVO RWD
