“เบนซ์ไพรม์มัส” เพิ่มมาตรการเข้มป้องกัน COVID-19 ผุดไอเดีย ตั้ง Station บริการพ่นฆ่าเชื้อไวรัสในรถยนต์ ฟรี! พร้อมปิดผนึกป้าย สร้างความเชื่อมั่น มอบ “สเปรย์แอลกอฮอล์” แทนความห่วงใย วันนี้ ที่ “เบนซ์ไพรม์มัส” คุณณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด ในเครือทีโอเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี อย่างเป็นทางการ เปิดเผยว่า “จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ระลอก 3 ที่ทวีความรุนแรง และขยายในวงกว้าง ส่งผลทำให้มีผู้ป่วยติดเชื้อพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้ ทาง “เบนซ์ไพรม์มัส” จึงได้เพิ่มมาตรการความเข้มข้นด้านสุขอนามัย โดยการปรับเพิ่มรูปแบบการบริการ และให้ความสำคัญกับนโยบายการรักษาความสะอาดภายในโชว์รูมและศูนย์บริการ รวมถึงการปฏิบัติงานของพนักงานทุกภาคส่วน เพื่อป้องกันและยับยั้งการแพร่กระจายของโรค COVID-19 และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าผู้ใช้บริการทุกท่าน ในฐานะที่เป็นบริษัทดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการให้บริการด้านการขายและบริการหลังการขาย เราจึงให้ความสำคัญสูงสุดในการดูแลด้านสุขอนามัยของลูกค้าผู้ใช้บริการและพนักงานทุกท่าน ควบคู่กับการบริการที่ได้มาตรฐานและรองรับสถานการณ์ในขณะนี้ได้อย่างประสิทธิภาพ และในโอกาสนี้ ทางทีมผู้บริหาร และพนักงาน “เบนซ์ไพรม์มัส” ขอร่วมเป็นกำลังใจให้แก่แพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงประชาชนคนไทยทุกท่านให้ผ่านช่วงวิกฤตในครั้งนี้ไปได้ด้วยดีโดยเร็วที่สุด” ทางด้าน คุณจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด เปิดเผยว่า “จากการที่ภาครัฐได้ออกมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรค COVID-19 นั้น ทาง “เบนซ์ไพรม์มัส” ได้ดำเนินนโยบายเพื่อรองรับมาตรการดังกล่าว ด้วยการปรับเพิ่มรูปแบบการบริการ และดำเนินนโยบายตามมาตรการสุขอนามัย โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1.การเพิ่มบริการใหม่ ด้วยการจัดตั้งสถานีบริการพ่นฆ่าเชื้อไวรัสสำหรับรถยนต์ทุกคัน ทั้งก่อนและหลังเข้ารับบริการ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น 2.ปิดผนึกป้ายบนรถยนต์ทุกคันที่ผ่านการพ่นฆ่าเชื้อไวรัส ก่อนดำเนินการส่งมอบให้แก่ลูกค้าผู้ใช้บริการ 3.การจัดทำซองใส่กุญแจสำหรับรถยนต์ทุกคันที่เข้ารับบริการ โดยหน้าซองใส่กุญแจ จะระบุชื่อลูกค้า รุ่นรถ…
Category: Social
มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี โดดเด่นจัด
ด้วย 5 เหตุผลที่คุณควรเป็นเจ้าของ รถมิตซูบิชิ มีหลายเหตุผลที่ส่งผลให้ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี เป็นรถเอสยูวีแบบปลั๊กอินไฮบริดที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุดในโลก นอกจากพื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวาง ความอเนกประสงค์ในการใช้งาน และความประหยัด ความสำเร็จของรถเอสยูวีรุ่นนี้ยังมาจากระบบขับเคลื่อนที่ทรงพลังและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมทั้งบนถนนปกติและทางขรุขระ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี โดดเด่นด้วยความหรูหรา พร้อมความสะดวกสบายสำหรับทุกการใช้งานในชีวิตประจำวัน ห้องโดยสารขนาดใหญ่สามารถรองรับสมาชิกทุกคนในครอบครัว เพื่อการท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์สำหรับทุกจุดหมายด้วยสมรรถนะที่เหนือชั้น ปราศจากความกังวลด้านระยะทางการขับขี่ อีกทั้งยังเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ปลอดมลพิษและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ที่มีเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ สำหรับการเดินทางที่ไร้ขีดจำกัด ไม่ว่าไลฟ์สไตล์ของคุณจะเป็นแบบใด มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี สามารถตอบโจทย์ทุกการใช้งาน พร้อมรองรับทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยคุณสมบัติดังนี้ 1.นี่คือ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี รุ่นล่าสุด มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ที่ถูกผลิตขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย และได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่1 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา ภายในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37 หรือ ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์เอ็กซ์โป 2020 โดยรถเอสยูวีรุ่นดังกล่าวถือเป็น มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี รุ่นล่าสุดของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ที่ยังจำหน่ายทั่วโลก และเป็นรถยนต์รุ่นแฟล็กชิพที่สำคัญที่แสดงถึงความเชี่ยวชาญของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ทั้งในด้านเทคโนโลยีนวัตกรรมด้านพลังงานไฟฟ้า ยานยนต์อเนกประสงค์ และเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ส่งผลให้ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี มอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวล มีความต่อเนื่องและเงียบ พร้อมอัตราการเร่งแซงที่ยอดเยี่ยมและทรงพลัง ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า และโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 2.ประสบความสำเร็จและได้รับรางวัลจากทั่วโลก มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ไม่ได้เป็นเพียงแค่รถเอสยูวีแบบปลั๊กอินไฮบริดรุ่นแรกของโลก แต่เป็นรถพีเอชอีวีที่ขายดีที่สุดในโลกด้วยเช่นกัน พร้อมตอกย้ำอีกครั้งในการเป็นผู้นำรถเอสยูวีแบบพีเอชอีวีที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุดในยุโรปด้วยยอดจำหน่ายมากถึง 26,673คัน ในปี 2563 ที่ผ่านมา อีกทั้ง มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์…
“Together We Can”
นิสสัน ออโต้ แกลเลอรี่ บี มอร์ บ้านบึง คว้ารางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมระดับประเทศ ประจำปี 2563 ซึ่งรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมระดับประเทศ สะท้อนการยกระดับการขายและงานบริการลูกค้าที่มีคุณภาพอย่างยั่งยืน นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย ประกาศรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม ประจำปี 2563 ในงานประชุมผู้จำหน่ายประจำปี 2564 ในรูปแบบออนไลน์ ภายใต้แนวคิด “Together We Can” นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย ได้ร่วมมือกับผู้จำหน่ายนิสสัน 177 แห่งทั่วประเทศ ในการรักษามาตรฐาน และพัฒนาการให้บริการในทุก ๆ ด้าน เพื่อให้ลูกค้ารับประสบการณ์จากการใช้รถยนต์นิสสันอย่างมั่นใจภายใต้มาตรฐานเดียวกัน ทั้งนี้บริษัทฯ ตระหนักถึงการดำเนินธุรกิจผู้จำหน่ายที่มีผลการดำเนินการโดดเด่นในด้านคุณภาพการขาย และการให้บริการหลังการขาย โดยมีผู้จำหน่ายที่มีผลประกอบการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง รวมทั้งสิ้น 22 แห่งได้รับรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม ขณะที่ บริษัท ออโต้ แกลเลอรี่ บี มอร์ จำกัด (สาขาบ้านบึง) ได้รับคัดเลือกให้เป็น ผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมระดับประเทศ ประจำปี 2563 (Best of the Best Award 2020) มร.อิซาโอะ เซคิกุจิ ประธาน นิสสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “นิสสันมีลูกค้าเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่งที่เราทำ ดังนั้นทุกหน่วยงานของนิสสันจะทำงานร่วมกับผู้จำหน่าย 177 แห่งทั่วประเทศ อย่างใกล้ชิดเพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจ พัฒนากระบวนการดำเนินงาน พัฒนาทักษะบุคลากรอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ลูกค้านิสสันทุกคนได้รับความประทับใจทุกครั้งที่เข้าไปรับบริการ ณ ศูนย์บริการทุกแห่งของนิสสันทั่วประเทศ” …
นิสสัน ลีฟ ในมุมของ เปป กวาร์ดิโอล่า
เปป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า นิสสัน ลีฟ และแบรนด์แอมบาสเซอเดอร์ระดับโลกของนิสสัน เผยถึงความตื่นเต้น และความคาดหวังของเขาที่มีต่อการปฏิวัติวงการรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมบรรยายถึงความภาคภูมิใจ ที่มาจากการใช้รถยนต์ที่ไม่มีการปล่อยมลพิษ ตั้งแต่ได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางรถยนต์ไฟฟ้าเมื่อสามปีที่แล้ว เปปก็ตกหลุมรักโลกแห่งการขับเคลื่อนด้วยรถยนต์ไฟฟ้าเข้าอย่างจัง ยิ่งเมื่อได้สัมผัสนวัตกรรมที่ผสมผสานพลังที่ยั่งยืน และความเร้าใจไว้ด้วยกันของ นิสสัน ลีฟ เขาก็ค้นพบว่ารถยนต์ไฟฟ้าส่งเสริมภาพลักษณ์ของการขับขี่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน และอนาคต ในการสัมภาษณ์พิเศษ และนัดชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกครั้งแรกของแมนเชสเตอร์ซิตี้ที่กำลังจะมาถึง กุนซือทีมรายนี้เผยถึงเป้าหมายส่วนตัวในการก้าวไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนยิ่งขึ้นด้วย นิสสัน ลีฟ และความหลงใหลในนวัตกรรมทั้งในและนอกสนามฟุตบอลมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจใช้รถยนต์ไฟฟ้าและการดำเนินชีวิตที่คำนึงถึงอนาคต
MOTOR EXPO กิจกรรม CSR
“Spirit 4×4” ร่วมใจ “คนไทยไม่เคยทิ้งกัน” สนับสนุนน้ำดื่มให้ ศปก. ปากพลี คุณสุกานดา ปภัสร์พงษ์ ผู้อำนวยการ โรงเรียนพัฒนาทักษะการ ขับขี่รถขับเคลื่อน 4 ล้อ (Spirit of the 4×4 Driving School) และสนาม Spirit Adventure Ground มอบน้ำดื่ม 1,800 ขวด ให้แก่ “ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคอำเภอปากพลี” เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ และบริการประชาชนผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกัน Covid-19 โดยมี คุณปพนศักดิ์ สันติชัยมงคล ปลัดอำเภอเป็นผู้แทนรับมอบ ณ ที่ว่าการอำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก
มิตซูบิชิ ห่วงใยต่อสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19
บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และ มูลนิธิ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มีความห่วงใยต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ของประเทศไทย จึงได้นำน้ำดื่ม และหน้ากากอนามัย N95 มอบให้กับโรงพยาบาล 6 แห่ง ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดปทุมธานี และจังหวัดชลบุรี เพื่อส่งมอบอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อให้บุคลากรทางการแพทย์ พร้อมมอบลังกระดาษจำนวน 10 ตัน ให้กับ บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) และ มูลนิธิเอสซีจี นำไปสร้างเป็นเตียงสนามกระดาษ เพื่อใช้ในโรงพยาบาลสนามและโรงพยาบาลที่ประสบปัญหาเตียงรองรับผู้ป่วยไม่เพียงพอ และมีความต้องการเตียงอย่างเร่งด่วนทั่วประเทศ ภายใต้ “โครงการมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ช่วยหมอ ต่อชีวิต สู้ภัยโควิด-19” มร.เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า “มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยึดมั่นในปณิธานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม “สรรค์สร้าง เคียงข้าง สังคมไทย” ผ่านการดำเนินโครงการเพื่อสังคมใน 3ด้านหลักสำคัญได้แก่ 1)สิ่งแวดล้อม 2)สุขภาพและชีวอนามัย 3)การศึกษาและจริยธรรม โดยบริษัทฯ ได้มีการจัดตั้ง “มูลนิธิ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย” ขึ้นในฐานะองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร เพื่อมุ่งมั่นดำเนินงานด้านกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างเป็นรูปธรรมในระยะยาว อันนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทย และการขับเคลื่อนพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืน มีคนจำนวนมากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 บริษัทฯ มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ดังกล่าวฯ จึงขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือด้วยการส่งมอบลังกระดาษ เพื่อนำไปสร้างเป็นเตียงสนามกระดาษ ช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างเร่งด่วน รวมถึงการนำน้ำดื่ม และหน้ากากอนามัย N95 ไปมอบให้โรงพยาบาล เพื่อส่งมอบให้บุคลากรทางการแพทย์ผู้อุทิศตน เสียสละดูแลผู้ป่วยได้มีอุปกรณ์ป้องกันที่มีประสิทธิภาพใช้ขณะทำงาน และเนื่องในโอกาสครบรอบ 60ปี พนักงานยังได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบริจาคเงินเข้ามูลนิธิ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เพื่อช่วยบรรเทาสถานการณ์โควิด-19อีกด้วย…
มิตซูบิชิ ร่วมใจช่วยไทยพ้นภัยโควิด-19
บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด มอบน้ำดื่มจำนวน 2,600 แพ็ค พร้อมด้วยหน้ากากอนามัย N95 จำนวน 4,800 ชิ้น ให้กับโรงพยาบาล 6 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลสนามจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรงพยาบาลบางละมุง โรงพยาบาลแหลมฉบัง โรงพยาบาลวิภาราม แหลมฉบัง และโรงพยาบาลชลบุรี เพื่อสนับสนุนการทำงานและป้องกันการติดเชื้อในบุคลากรทางการแพทย์สู้ภัยโควิด-19 โดยบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย นายชลัช กังวานธนวัต ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักวิศวกรรมการผลิต มอบลังกระดาษจำนวน 10 ตัน ให้แก่ บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) และ มูลนิธิเอสซีจี นำไปสร้างเป็นเตียงสนามกระดาษ เพื่อใช้ในโรงพยาบาลสนามและโรงพยาบาลที่มีความต้องการเร่งด่วนทั่วประเทศ โดยมี นายขวัญชัย บุตรคำ เป็นผู้แทนบริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) รับมอบ ณ โรงงานอัดกระดาษ สาขา ปิ่นทอง จังหวัดชลบุรี บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และ มูลนิธิ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มีความห่วงใยต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ของประเทศไทย จึงได้นำน้ำดื่ม และหน้ากากอนามัย N95 มอบให้กับโรงพยาบาล 6 แห่ง ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดปทุมธานี และจังหวัดชลบุรี เพื่อส่งมอบอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อให้บุคลากรทางการแพทย์ พร้อมมอบลังกระดาษจำนวน 10 ตัน ให้กับ บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) และ มูลนิธิเอสซีจี นำไปสร้างเป็นเตียงสนามกระดาษ เพื่อใช้ในโรงพยาบาลสนามและโรงพยาบาลที่ประสบปัญหาเตียงรองรับผู้ป่วยไม่เพียงพอ และมีความต้องการเตียงอย่างเร่งด่วนทั่วประเทศ…
มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ที่ผลิตขึ้นในประเทศไทย
หมดห่วงเรื่องสถานีชาร์จ! เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี สามารถชาร์จได้ที่PEA VOLTA กว่า 32 แห่ง พร้อมแผนขยายรวมทั้งสิ้น 73 แห่ง ทั่วประเทศในปี 2564 บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าสร้างความมั่นใจเรื่องสถานีชาร์จไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้รถยนต์ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ที่ผลิตขึ้นในประเทศไทย โดยสามารถชาร์จไฟฟ้าได้ที่สถานีอัดประจุไฟฟ้า PEA VOLTA ทั่วประเทศ โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) และสถานีบริการน้ำมันบางจาก โดยปัจจุบันสถานีอัดประจุไฟฟ้า PEA VOLTA ได้เปิดให้บริการแล้วกว่า 32 แห่ง แบ่งเป็นพื้นที่ของ PEA จำนวน 14 แห่ง และในพื้นที่สถานีบริการน้ำมันบางจากอีกจำนวน 18 แห่ง โดยมีแผนขยายสถานีเพิ่มจนครบ 73 แห่ง ภายในปี พ.ศ. 2564 เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงผู้ใช้รถยนต์ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี โดยรองรับการชาร์จไฟฟ้าแบบเร็วด้วยหัวชาร์จ CHAdeMO อีกด้วย สถานีอัดประจุไฟฟ้า PEA VOLTA เปิดให้บริการทุกวัน 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ (ยกเว้นสถานีในสำนักงาน PEA ได้แก่ PEA VOLTA สำนักงานใหญ่, พระนครศรีอยุธยา,รังสิต, ปากช่อง, นครราชสีมา, นครชัยศรี, สมุทรสาคร, ชลบุรี, เขาย้อย, หัวหิน ที่เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00 น. – 20.00 น.) นอกจากนี้ ลูกค้าสามารถใช้บริการตรวจสอบสถานีที่ให้บริการได้ผ่าน PEA VOLTA application บนสมาร์ทโฟนและแท็บเลต ทำให้สามารถค้นหาตำแหน่งสถานีเพื่อนำทางไปยังสถานีนั้น ๆ ได้อย่างแม่นยำ ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าและรถพีเอชอีวียังสามารถชำระค่าบริการอัดประจุไฟฟ้าผ่านระบบการเติมเงินได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และรวดเร็ว อีกด้วย สำหรับแผนการขยายสถานีอัดประจุไฟฟ้า PEA VOLTA ในอนาคต จะดำเนินการต่อเนื่องตลอดปี พ.ศ. 2564 ครอบคลุมทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 73 แห่ง โดยหลังจากนี้จะมีการเปิดสถานีอัดประจุไฟฟ้า PEA VOLTA เพิ่มเติมอีก 41 แห่ง เพื่อให้ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าสามารถเข้าถึงบริการสถานีหัวจ่ายอัดประจุไฟฟ้าได้ง่าย ทั้งบนถนนหลักสู่เมืองใหญ่และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญครอบคลุมทั่วประเทศไทย ซึ่งผู้ใช้รถยนต์ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี…
เอ็มจี ชวนปรับไลฟ์สไตล์
ในสถานการณ์โควิด-19 ทำให้คนไทยต้องรู้จักปรับตัวให้รวดเร็วขึ้น และต้องรู้จักป้องกันตัวเองให้ห่างไกลเชื้อไวรัส โดยปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ ที่ทางภาครัฐได้ประกาศใช้ ซึ่งสามารถเริ่มจากตัวเราเอง ไม่ว่าจะเป็น การสวมหน้ากากอนามัยเมื่อออกไปข้างนอก หมั่นล้างมือเป็นประจำหากจำเป็นต้องสัมผัสสิ่งของต่างๆ หรือแม้กระทั่งการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) แต่เราก็ไม่สามารถคาดเดาสถานการณ์ได้ว่าวิกฤตินี้จะจบลงเมื่อไหร่ สิ่งที่สำคัญ คือ การดำเนินชีวิตต่อไปอย่างมีสติ และมีประสิทธิภาพมากที่สุด พร้อมทั้งสร้างความสุขรอบตัวในทุกๆ วัน และต้องไม่ละเลยความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม เอ็มจี ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทย ที่มีความห่วงใยคนไทยทุกคน ขอเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้คนไทยยังสามารถใช้ชีวิต หรือเต็มที่กับไลฟ์สไตล์ได้อย่างมีความสุข โดยการแบ่งสัดส่วนชีวิตประจำวัน เพียงแค่ลดกิจกรรมที่เป็น Offline ปรับมุมมองในการประยุกต์กิจกรรมต่างๆ มาอยู่ในโลก Online ให้มากยิ่งขึ้น ก็สามารถที่จะสร้าง “ความสุข ความสนุก ความสะดวกสบาย” ผ่านมิติใหม่ และอาจเป็นความปกติครั้งใหม่ (Next Normal) ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
MAZDA FAST SERVICE
มาสด้าเริ่มขยายโมเดลธุรกิจในรูปแบบใหม่ เตรียมเปิดศูนย์บริการเพื่อให้บริการเฉพาะด้านการตรวจเช็กรถตามระยะทางแบบเร่งด่วน และสามารถรอรับรถกลับได้ทันทีภายใน 30 นาที หรือ FAST SERVICE เพื่อรองรับกับปริมาณลูกค้าที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนศูนย์บริการหลักเริ่มมีจำนวนลูกค้าเข้าใช้บริการอย่างหนาแน่น จนเกิดการรอคิวเพื่อนำรถมาเข้ารับบริการเป็นจำนวนมาก ดังนั้นเพื่อลดความแออัดดังกล่าวและอำนวยความสะดวกแบบรวดเร็วทันใจ มาสด้าจึงได้ทำการเปิดศูนย์บริการเฉพาะการบริการแบบเร่งด่วน เพื่อเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในสังคมยุคปัจจุบันที่ทุกคนต่างเร่งรีบ รวมทั้งเป็นการช่วยบรรเทาและลดความแออัดของศูนย์บริการหลักได้เป็นอย่างดี คุณชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ปัจจุบันมาสด้ามีโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการมาตรฐานทั่วประเทศไทยทั้งหมด 140 แห่ง แม้ว่าปีนี้จะตั้งเป้าเพิ่มขึ้นอีก 10 แห่ง แต่ทั้งหมดที่กำลังจะเกิดขึ้นก็ยังไม่เพียงพอต่อการเข้ารับบริการของลูกค้า ดังนั้นการลงทุนเพื่อเปิดเฉพาะศูนย์บริการแบบเร่งด่วนขึ้น จะช่วยแบ่งเบาภาระและลดความแออัดของศูนย์ใหญ่และเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้า ซึ่งศูนย์บริการแห่งนี้จะเป็นต้นแบบให้กับการขยายธุรกิจของดีลเลอร์ที่มีโชว์รูมหลักอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าจะเปิดช่องซ่อมแบบเร่งด่วนเพิ่มเติม หรือ FAST TRACK ไปแล้วก็ตาม แต่ยังคงไม่เพียงพอต่อความต้องการ ดังนั้นการเปิดเฉพาะงานซ่อมบำรุงรักษาตามระยะจึงเป็นทางออกที่เหมาะสม โดยเฉพาะลูกค้าที่อาศัยอยู่ในย่านชุมชนจะได้มีทางเลือกในการนำรถเข้ารับบริการที่สะดวกรวดเร็ว ลดการรอคิว และลดความแออัดของศูนย์บริการหลักที่มีลูกค้าเข้ารับบริการเป็นจำนวนมาก โดยสาขาแรกที่เปิดให้บริการตั้งอยู่ในซอยวัชรพล เขตบางเขนจะเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคม 2564 เป็นต้นไป ซึ่งบริหารงานโดย มาสด้า แอลบาทรอส ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของมาสด้าในประเทศไทยที่มีโชว์รูมหลักอยู่บนถนนรามอินทราและลำลูกกา”
