TOAVH ร่วมกับประชาคมเขตฯ ต้านภัยโควิด

TOAVH” จับมือ “ประชาคมเขตวัฒนา”มอบเงินสนับสนุนรักษาผู้ป่วย COVID-19 โดย คุณณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณประธาน บริษัท ทีโอเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (TOA VENTURE HOLDING : TOAVH)   พร้อมผู้บริหารระดับสูง และพนักงานบริษัทในเครือ TOAVH ร่วมกับ คุณสุรัตน์ สุวชิตวงศ์ ประธาน ประชาคมเขตวัฒนา และคณะทำงาน มอบเงินบริจาคจำนวน 200,000 บาท เพื่อสนับสนุนการรักษาพยาบาลช่วยเหลือผู้ป่วยติดเชื้อ COVID-19 และกิจการทางการแพทย์ ให้แก่โรงพยาบาลคามิลเลียน โดยมี บาทหลวงเชิดชัย เลิศจิตรเลขา ผู้อำนวยการโรงพยาบาล และนายแพทย์อานนท์ วงศ์กิตติรักษ์ ผู้อำนวยการแพทย์   ให้เกียรติเป็นตัวแทนรับมอบในครั้งนี้  

 
Read More

รถจักรยานยนต์ฮอนด้าชวน “ฝึกคิด ขี่ฉลาด”

ในการเรียนรู้การคาดการณ์อุบัติเหตุ ฝึกง่ายๆ ผ่านเว็บไซต์โครงการ APT โดยศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า ห่วงใยผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์และผู้ใช้ท้องถนนในเมืองไทย ร่วมเสนอวิธีการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุผ่านโปรแกรมฝึกทักษะคาดการณ์อุบัติเหตุ ภายใต้แนวคิด “ฝึกคิด ขี่ฉลาด” บนเว็บไซต์ www.hondasafetyAPT.com ที่จำลองสถานการณ์หลากหลายรูปแบบให้เข้าใจง่ายและได้ความรู้ สามารถช่วยเสริมสร้างทักษะในการตัดสินใจ หวังลดความเสี่ยงจากการประเมินสถานการณ์ผิดพลาดของผู้ขับขี่ จากผลโครงการวิจัยเพื่อเมืองไทยไร้อุบัติเหตุ จัดทำโดยศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย (Thailand Accident Research Center-TARC) ภายใต้สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย เมื่อเร็วๆ นี้ได้ทำการวิจัยจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจริงจำนวน 1,000 กรณีศึกษา ระหว่างปี 2559-2563 โดยผลการวิจัยระบุว่า ในกลุ่มอุบัติเหตุที่มีสาเหตุจากผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 49 เกิดจากผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ประเมินสถานการณ์ผิดพลาด (Perception Failure) รองลงมาร้อยละ 32 เกิดจากผู้ขับขี่ตัดสินใจผิดพลาดขณะเผชิญสถานการณ์ฉุกเฉิน (Decision Failure) และร้อยละ 13 เกิดจากผู้ขับขี่ควบคุมรถผิดพลาด (Reaction Failure) สำหรับสาเหตุหลักนี้สะท้อนว่าผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนใหญ่ยังขาดทักษะด้านการคาดการณ์อุบัติเหตุ อีกทั้งไม่สามารถตัดสินใจได้ทันที และทำการควบคุมรถเพื่อหลบหลีกการชนหรืออุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นได้ ศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า ในฐานะผู้นำในการรณรงค์ขับขี่ปลอดภัยในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2532 จึงเสนอหนึ่งในวิธีการแก้ไขปัญหาดังกล่าวที่ผู้ขับขี่ทุกคนสามารถฝึกฝนได้ คือ โครงการ APT (Accident Prediction Training) หรือฮอนด้าฝึกทักษะการคาดการณ์อุบัติเหตุ ภายใต้แนวคิด “ฝึกคิด ขี่ฉลาด” ผ่านการใช้โปรแกรมฝึกทักษะคาดการณ์อุบัติเหตุในรูปแบบ Interactive Animation ที่เข้าใจง่าย ได้ความรู้ และมีความสนุกสนานเหมือนกำลังเล่นเกมบนเว็บไซต์ www.hondasafetyAPT.com โดยเนื้อหาในเว็บไซต์ประกอบด้วยแบบจำลองอุบัติเหตุถึง 70 เคส ที่จำลองสถานการณ์ต่างๆ จากผลวิจัยอุบัติเหตุ ให้ผู้ใช้งานได้เห็นกระบวนการก่อนเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงฝึกประเมินจุดเสี่ยงและรับฟังคำแนะนำวิธีการขับขี่ เสริมสร้างทักษะให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน เป็นตัวช่วยในการตัดสินใจแก้ไขปัญหาเมื่อพบกับสถานการณ์ต่างๆ ที่ไม่คาดคิด ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจเรียนรู้ฝึกทักษะคาดการณ์อุบัติเหตุ เพื่อช่วยการตัดสินใจอย่างแม่นยำขณะใช้รถใช้ถนน สามารถคลิกเข้าไปได้ที่ www.hondasafetyAPT.com รวมถึงติดตามข่าวสารต่างๆ เกี่ยวกับศูนย์ขับขี่ปลอดภัยฮอนด้าได้ที่แฟนเพจเฟซบุ๊ก : facebook.com/HondaSafetyThailand และเว็บไซต์ : hondasafety.thaihonda.co.th…

 
Read More

บริดจสโตน ประเทศไทย สมทบทุนในการจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์

บริดจสโตน ประเทศไทย ร่วมบริจาคเงินสมทบทุนในการจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ สนับสนุนการทำงานของบุคลากร และอาสาสมัครในทุกภาคส่วนที่ปฏิบัติหน้าที่ในการรับมือกับวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในครั้งนี้ ให้แก่โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ (โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ) สำหรับเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครในชุมชนคลองเตย มูลนิธิดวงประทีป และสำหรับรถ SWAB Mobile Unit มูลนิธิโรงพยาบาล   พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร โดยบริดจสโตนขอร่วมเดินทางเคียงข้างคนไทยอย่างปลอดภัยร่วมฝ่าวิกฤตโควิด-19 ไปด้วยกัน    คุณนันธกา สาตราภัย ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด กล่าวว่า “ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด–19 ระลอกที่สามในประเทศไทย ที่มีปริมาณผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ทุกภาคส่วนของประเทศโดยต้องรับมือกับภาวะวิกฤตนี้อย่างเต็มกำลัง ทั้งความต้องการจากโรงพยาบาลสนามเพื่อให้พร้อมรองรับและดูแลผู้ป่วยอย่างดีที่สุด รวมถึงความต้องการด้านอุปกรณ์​ทางการแพทย์​ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งในตอนนี้ โดย บริดจสโตนประเทศไทย เราได้ดำเนินการสนับสนุนทางด้านการแพทย์อย่างต่อเนื่อง โดยครั้งนี้ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งกำลังใจให้บุคลากรและอาสาสมัครทุกภาคส่วนเพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังและปลอดภัย รวมทั้งขอเป็นอีกพลังใจให้คนไทยทุกคนฝ่าวิกฤตโควิด–19 ครั้งนี้ไปด้วยกัน”  ทั้งนี้ บริดจสโตน ประเทศไทย พร้อมทั้งพนักงานในเครือบริดจสโตน 4 บริษัทฯ คือ บริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัดบริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท บริดจสโตน เอ.ซี.ที. (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท ทีบีเอสซีโลจิสติกส์จำกัด ได้ร่วมกันบริจาคเงินเพื่อสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ป้องกันโควิด-19 และชุด PPE สำหรับโรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์(โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ) จำนวน 219,750.50 บาท สำหรับเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครในชุมชนคลองเตยมูลนิธิดวงประทีป จำนวน 218,150.50 บาท และมอบเงินสมทบทุนสำหรับรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย SWAB Mobile Unit ให้แก่ มูลนิธิโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร จำนวน 115,651 บาท รวมทั้งสิ้นเป็นจำนวนเงิน 553,552 บาท  

 
Read More

VESPA เสนอ “3 เฉดสีใหม่” จากสกู๊ตเตอร์ตระกูล GTS

VESPA ให้คุณใช้ชีวิตอย่างไร้ขีดจำกัดไปกับสีสันที่คุณหลงใหล ไปกับ “เวสป้า” กับ 75 ปีแห่งการเป็นเพื่อนคู่หูที่เปี่ยมด้วยสีสัน ครั้งนี้เวสป้าพร้อมบอกเล่าเรื่องราวแห่งสไตล์กับ 3 เฉดสีใหม่ จากสกู๊ตเตอร์เฟรมใหญ่ตระกูลจีทีเอส(GTS) หนึ่งในรุ่นยอดนิยมตลอดกาล ด้วย 3 รุ่น 3 สไตล์ กับ VESPA GTS SUPER 150 i-Get ABS สีเขียวมิ้นท์ Green Relax, VESPA GTS SUPER SPORT 300 HPE สีเทาเข้ม Grey Materia และ VESPA GTS SUPER TECH 300 HPE สีเทา Grey Delicato ให้คุณใช้ชีวิตอย่างไร้ขีดจำกัดไปกับสีสันที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจบนเฟรมเหล็ก เอกลักษณ์เฉพาะแบรนด์ เริ่มต้นกับไฮไลท์ประจำซีรีส์ครั้งนี้กับ VESPA GTS SUPER 150 i-Get ABS สีเขียวมิ้นท์ Green Relax ครั้งแรกกับการนำเอาเฉดสีสันสดใส 
มาไว้บนเวสป้าตระกูลจีทีเอส ที่บ่งบอกถึงความคลาสสิกและให้ความรู้สึก
เหนือกาลเวลาในทุกรายละเอียด โดยสีเขียวมิ้นท์ Green Relax นี้ 
ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของมิ้นท์ไซรัปและนม 
หรือรู้จักกันในอิตาลีว่า “latte e menta” ทำให้รถรุ่นนี้ยกระดับความรู้สึก
สดใหม่ สะท้อนรสนิยมเท่อย่างเรียบง่าย พร้อมเติมเต็มไลฟ์สไตล์ในทุกๆ วัน
ของการขับขี่ในเมืองให้สมกับฉายา Urban Sport ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์
การขับขี่ในเมืองที่ต้องการความคล่องตัว สกู๊ตเตอร์รุ่นนี้เป็นตัวแทนที่
สมบูรณ์แบบของพลังแห่งคนรุ่นใหม่ที่มีจิตวิญญาณแห่งอารมณ์ที่สมดุลและแฝงด้วยกลิ่นอายแฟชั่นแบบเรโทร-โมเดิร์นไว้เป็นอย่างดี สำหรับสกู๊ตเตอร์รุ่นนี้ราคา 157,900 บาท ราคานี้เป็นราคา ON THE ROAD PRICE ที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ค่าจดทะเบียน พ.ร.บ. ประกันรถหาย
และ Welcome kit ต่อกันที่ VESPA GTS SUPER SPORT 300 HPE สีเทาเข้ม Grey Materia ที่สุดแห่งความสปอร์ตของสกู๊ตเตอร์มาพร้อมกับเครื่องยนต์ทรงสมรรถนะ HPE (High Performance Engine) ที่มอบอัตราเร่งยอดเยี่ยม พร้อมพาคุณโลดแล่นดั่งใจ ขับเน้นบุคลิกมาดมั่นด้วย สีเทาเข้ม Grey Materia สัญลักษณ์ของจิตวิญญาณแห่งความมั่นคงและแข็งแกร่ง 
สะท้อนความสปอร์ตอีกขั้นด้วยดีไซน์ลายกราฟิกสีแดงด้านข้างที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งหมดในปี 2021 ซึ่งสอดรับกับบังแตรในเฉดสีเดียวกัน 
พร้อมตอบสนองความต้องการของหนุ่มๆ ที่อยากอัปเกรดอินเนอร์ความสปอร์ตในตนเอง สำหรับสกู๊ตเตอร์รุ่นนี้ราคา 215,900 บาท ราคานี้เป็นราคา ON THE ROAD PRICE ที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ค่าจดทะเบียน พ.ร.บ. ประกันรถหาย Welcome kit และ Servizio Package (แพ็คเกจเช็คระยะ ฟรี 3 ปี หรือ 30,000 กม.) และสุดท้ายกับการพุ่งทะยานอย่างไร้ขีดจำกัดกับ VESPA GTS SUPER TECH 300 HPE การผสมผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับการออกแบบ
ที่หรูหราตามแบบฉบับของเวสป้า ด้วยดีไซน์โมเดิร์นคลาสสิกที่พร้อมยกระดับให้ตัวรถโดดเด่นสะดุดตาตั้งแต่แรกเห็นด้วยสีเทา Grey Delicato เฉดสีที่จะตอกย้ำถึงความสง่างามและความทันสมัย มาพร้อมกับสุดยอดสมรรถนะจากเครื่องยนต์ HPE (High Performance Engine) 
ขนาด 300 ซีซี อัดแน่นไปด้วยขีดสุดแห่งเทคโนโลยีจากทางเวสป้า
ที่รวมฟีเจอร์เด็ดมาไว้บนสกู๊ตเตอร์รุ่นนี้ อาทิ จอแสดงผลแบบ TFT 
(Full-Colour TFT Display) ขนาด 4.3 นิ้ว เรือนไมล์ดิจิตอล มาตรวัดและการแสดงผลความเร็ว ระยะทางขับขี่รวมและระยะทางขับขี่ที่ตั้งไว้ 
อุณหภูมิแวดล้อม และระดับน้ำมันเชื้อเพลิง เพิ่มความสุนทรีย์ในการเดินทางอีกขั้นกับระบบอัจฉริยะ VESPA MIA ช่วยให้คุณสามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเข้ากับรถเวสป้าคันนี้ได้
ผ่านบลูทูธ มอบฟังก์ชั่นการใช้งานที่จะทำให้ประสบการณ์ขับขี่มีความสนุกสนานและน่าประทับใจยิ่งขึ้น พร้อมระบบนำทางเนวิเกชั่นในตัวทำให้เวสป้าคันนี้คือเพื่อนร่วมทางที่ดีที่สุดของสุภาพบุรุษทุกคน สำหรับสกู๊ตเตอร์รุ่นนี้ราคา 234,900 บาท ราคานี้เป็นราคา ON THE ROAD PRICE ที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ค่าจดทะเบียน พ.ร.บ. ประกันรถหาย Welcome…

 
Read More

YAMAHA PREMIUM SERVICE

ยามาฮ่าจัดหนักแจก 933 รางวัล ผ่าน แคมเปญ “อะไหล่แท้ แจกจริง ปีที่ 9” รวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท คุณมิตรชัย คงกิตติกุล (คนกลาง) ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายอะไหล่ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ร่วมกันจับรางวัลผู้โชคดีจากแคมเปญ “อะไหล่แท้ แจกจริง ปีที่ 9” ครั้งที่ 1 โดยมีร้อยตำรวจโทจักรกฤษ  พุชพงษ์ รองสารวัตรกองกำกับการสืบสวน 2 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 7 และสื่อมวลชนชั้นนำร่วมเป็นสักขีพยานในการจับรางวัล ยามาฮ่ามอบโชคให้กับร้านซ่อมรถจักรยานยนต์อิสระที่ใช้สินค้า น้ำมันเครื่องยามาลู้ป, อุปกรณ์ตกแต่ง รวมถึงอะไหล่ของแท้จากยามาฮ่า ลุ้นรางวัลรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า FINN จำนวน 3 คัน, สร้อยคอทองคำหนัก 2 สลึง จำนวน 30 รางวัล, เสื้อแจ็คเก็ตยามาลู้ป, เสื้อโปโลสีดำยามาลู้ป รวมของรางวัลตลอดรายการ จำนวน 933  รางวัล มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท ผ่าน แคมเปญ “อะไหล่แท้ แจกจริง ปีที่ 9” โดยการจับรางวัลผู้โชคดีผ่านแคมเปญ “อะไหล่แท้ แจกจริง ปีที่ 9” สำหรับร้านซ่อมรถจักรยานยนต์อิสระในครั้งนี้มีขึ้น ณ YAMAHA PREMIUM SERVICE สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้โชคดีในการจับรางวัลครั้งที่ 1 ได้ที่https://snsh.biz/vpo1d8 โดยจะมีการจับรางวัลครั้งที่ 2  ในวันที่ 1 กันยายน 2564  

 
Read More

SUZUKI XL7 ครอสโอเวอร์ยอดนิยม

บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว SUZUKI XL7 เจาะตลาดเซกเมนท์ใหม่ในประเทศไทย ชูความเป็นรถสปอร์ตครอสโอเวอร์ ขนาด 7 ที่นั่ง ที่มาพร้อมกับความคุ้มค่า คุ้มราคา นำเสนอแก่ลูกค้าที่นิยมความแตกต่าง ขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่รวมไปได้มากกว่า 4,117 คัน พร้อมเดินหน้าสร้างประประสบการณ์ “THINK XL คิดได้เกินคาด ไปได้เกินใคร” คุณวัลลภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า  “จากการแนะนำ ALL NEW SUZUKI XL7, Multi-Dynamic Crossover ออกสู่ตลาดประเทศไทย นับตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ของซูซูกิที่ผู้บริโภคให้การตอบรับเป็นอย่างดีมาโดยตลอด SUZUKI XL7 ถูกออกแบบและพัฒนา ด้วยแนวคิด THINK XL คิดได้เกินคาด ไปได้เกินใคร เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของชีวิตคำนึงถึงทุกฟังก์ชันการใช้งานอย่างครบครัน นำเสนอประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่าง โดยจุดเด่นสำคัญ คือ เป็นรถยนต์ครอสโอเวอร์ขนาด 7 ที่นั่ง ที่สามารถใช้งานได้จริงในทุกพื้นที่โดยสาร ตัวรถถูกออกแบบให้มีความสูงขึ้นเพื่อให้สามารถเดินทางไปได้หลากหลายเส้นทางเหมาะกับสภาพถนนเมืองไทย ตอบโจทย์การขับขี่ได้ทั้งในเมืองและนอกเมืองเป็นอย่างดี ครบครันด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานเหนือระดับ ในราคาที่ผู้บริโภคตัดสินใจเป็นเจ้าของได้ง่าย โดยหากดูในช่วงไตรมาสแรก (เดือนมกราคม – มีนาคม) ของปี 2564 ภาพรวมของกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเล็ก สร้างตัวเลขยอดขายรวมอยู่ที่ 2,373 คัน สำหรับ SUZUKI XL7 มียอดขายรวมอยู่ที่ 981 คัน ขึ้นแท่นครองอันดับ 1 ในเซกเมนท์ ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดถึง 41.3% ที่ผ่านมา SUZUKI XL7 ได้รับความสนใจจากกลุ่มลูกค้าที่มองหารถยนต์ที่มอบความแตกต่างและเพียบพร้อมไปด้วยความโดดเด่น ทั้งดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ สปอร์ตเข้ม ดุดัน ทันสมัย ไปจนถึงเรื่องของความคุ้มค่าคุ้มราคา จนสามารถสร้างยอดขายรวมพร้อมส่งมอบนับตั้งแต่เปิดตัว จนถึง เดือนพฤษภาคม 2564 ไปแล้วกว่า 4,117 คันซึ่งปรากฎการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า SUZUKI XL7 สามารถตอบโจทย์ และสะท้อนภาพลักษณ์ของผู้ใช้งานได้อย่างลงตัว สิ่งสำคัญที่แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจน คือ เป็นรถที่มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี จนสามารถสร้างยอดขายอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมามียอดเฉลี่ยอยู่ที่ 300-400 คันต่อเดือน อย่างไรก็ตาม แม้ในช่วงไตรมาส 2 ของปี ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยจะได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก จากวิกฤติการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จนส่งผลต่อยอดขายรถยนต์ที่ปรับตัวลดลง แต่ความนิยมของผู้บริโภคที่มีต่อ SUZUKI XL7 จึงสามารถสร้างยอดจองเข้ามาได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางบริษัทฯ พร้อมเร่งรัดดำเนินการส่งมอบรถทุกคัน เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าทุกรายของซูซูกิ” ทั้งนี้ SUZUKI XL7 ทรงพลังกับเครื่องยนต์ K15B ขนาด 1.5 ลิตร มอบกำลังสูงสุดถึง 105 แรงม้า/6,000 รอบต่อนาที แรงบิดที่ 138 นิวตันเมตรที่ 4,400 รอบต่อนาที พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด  ปรับตั้งประสิทธิภาพเครื่องยนต์และอัตราทดเกียร์ให้เหมาะกับการขับขี่อย่างลงตัว ผสานกับแพลตฟอร์ม HEARTECT เทคโนโลยีอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของซูซูกิซึ่งช่วยเสริมสมรรถนะในการขับเคลื่อนเป็นไปอย่างคล่องตัว สนุกสนาน ปลอดภัย และประหยัดน้ำมันมากยิ่งขึ้น ดีไซน์ภายในบริเวณคอนโซลด้านหน้าสไตล์สปอร์ต ตกแต่งวัสดุด้วยลาย Carbon Fiber พร้อมคิ้วโครเมียม อุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่พร้อมรองรับการใช้งานอย่างครบครัน อาทิ มาตรวัดพร้อมจอ LCD แสดงผลแจ้งสถานะข้อมูลสำคัญของตัวรถ เช่น Driving G-Force อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง อัตราแรงบิด กำลังของเครื่องยนต์ และข้อมูลอื่นๆ ที่ช่วยให้ขับขี่ได้อย่างมั่นใจและสนุกในทุกสภาวะถนน ทั้งยังเชื่อมต่อกับความบันเทิงในทุกเส้นทางด้วยหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่10 นิ้ว มาพร้อมระบบปรับแต่งเสียงและประมวลผลในแบบดิจิทัล (Digital Sound Processor) เพิ่มมิติและความสุนทรีย์ให้กับเสียงเพลง พร้อมฟังก์ชันเชื่อมต่อ Bluetooth การเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน Apple CarPlay, Android Auto รวมไปถึงช่องเชื่อมต่อ USB และ HDMI  ที่บริเวณคอนโซลหน้า อีกทั้งช่องจ่ายไฟสำรอง 12V มากถึง 3 ตำแหน่ง เพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้อย่างลงตัว ระบบช่วงล่างได้รับการออกแบบและปรับแต่งอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้ตอบสนองการขับขี่ได้อย่างดี สร้างความมั่นใจในทุกสภาวะถนนกับเหล็กกันโคลงด้านหน้า (Front Stabilizer) ขนาดใหญ่พิเศษลดอาการโคลงของตัวรถและเพิ่มการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยม ด้านความปลอดภัยมาพร้อมกับระบบถุงลมนิรภัย SRS คู่หน้า ระบบเบรก ABS ช่วยป้องกันล้อล็อกขณะเบรกกระทันหัน พร้อมระบบ EBD ช่วยกระจายแรงเบรกได้อย่างสมดุล เสริมด้วยระบบควบคุมเสถียรภาพในการทรงตัว ESPและการปรับแต่ง module ในพวงมาลัยที่เพิ่มสมรรถนะในการขับขี่ให้เข้าโค้งได้แม่นยำ รวมทั้งระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Hold Control), จุดยึดเบาะสำหรับเด็ก ISOFIX และ Top tether, กล้องมองภาพพร้อมเซ็นเซอร์ที่กะระยะในขณะถอยหลังได้อย่างแม่นยำ ปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยการป้องกันการโจรกรรมด้วยระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer SUZUKI XL7, Multi-Dynamic Crossover มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีส้ม Rising Orange Pearl Metallic (ZZY), สีเทา Metallic Magma Gray (ZYZ), สีขาว Pearl Snow White (ZQZ) และสีดำCool Black Metallic (ZBD) ซูซูกิพร้อมจะมอบสุดยอดความคุ้มค่าให้ผู้ที่สนใจได้เป็นเจ้าของ  SUZUKI XL7 ได้ง่ายยิ่งขึ้นกับราคา  779,000 บาท (สีขาวเพิ่ม 5,000 บาท) พร้อมแคมเปญพิเศษสุดตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 31 กรกฎาคม 2564 นี้ รับข้อเสนอดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% (ดาวน์ 25% ผ่อน 48 งวด) ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 3 ปี  

 
Read More

SUZUKI XL7 ครอสโอเวอร์ยอดนิยม

บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว SUZUKI XL7 เจาะตลาดเซกเมนท์ใหม่ในประเทศไทย ชูความเป็นรถสปอร์ตครอสโอเวอร์ ขนาด 7 ที่นั่ง ที่มาพร้อมกับความคุ้มค่า คุ้มราคา นำเสนอแก่ลูกค้าที่นิยมความแตกต่าง ขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่รวมไปได้มากกว่า 4,117 คัน พร้อมเดินหน้าสร้างประประสบการณ์ “THINK XL คิดได้เกินคาด ไปได้เกินใคร” คุณวัลลภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า  “จากการแนะนำ ALL NEW SUZUKI XL7, Multi-Dynamic Crossover ออกสู่ตลาดประเทศไทย นับตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ของซูซูกิที่ผู้บริโภคให้การตอบรับเป็นอย่างดีมาโดยตลอด SUZUKI XL7 ถูกออกแบบและพัฒนา ด้วยแนวคิด THINK XL คิดได้เกินคาด ไปได้เกินใคร เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของชีวิตคำนึงถึงทุกฟังก์ชันการใช้งานอย่างครบครัน นำเสนอประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่าง โดยจุดเด่นสำคัญ คือ เป็นรถยนต์ครอสโอเวอร์ขนาด 7 ที่นั่ง ที่สามารถใช้งานได้จริงในทุกพื้นที่โดยสาร ตัวรถถูกออกแบบให้มีความสูงขึ้นเพื่อให้สามารถเดินทางไปได้หลากหลายเส้นทางเหมาะกับสภาพถนนเมืองไทย ตอบโจทย์การขับขี่ได้ทั้งในเมืองและนอกเมืองเป็นอย่างดี ครบครันด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานเหนือระดับ ในราคาที่ผู้บริโภคตัดสินใจเป็นเจ้าของได้ง่าย โดยหากดูในช่วงไตรมาสแรก (เดือนมกราคม – มีนาคม) ของปี 2564 ภาพรวมของกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเล็ก สร้างตัวเลขยอดขายรวมอยู่ที่ 2,373 คัน สำหรับ SUZUKI XL7 มียอดขายรวมอยู่ที่ 981 คัน ขึ้นแท่นครองอันดับ 1 ในเซกเมนท์ ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดถึง 41.3% ที่ผ่านมา SUZUKI XL7 ได้รับความสนใจจากกลุ่มลูกค้าที่มองหารถยนต์ที่มอบความแตกต่างและเพียบพร้อมไปด้วยความโดดเด่น ทั้งดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ สปอร์ตเข้ม ดุดัน ทันสมัย ไปจนถึงเรื่องของความคุ้มค่าคุ้มราคา จนสามารถสร้างยอดขายรวมพร้อมส่งมอบนับตั้งแต่เปิดตัว จนถึง เดือนพฤษภาคม 2564 ไปแล้วกว่า 4,117 คันซึ่งปรากฎการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า SUZUKI XL7 สามารถตอบโจทย์ และสะท้อนภาพลักษณ์ของผู้ใช้งานได้อย่างลงตัว สิ่งสำคัญที่แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจน คือ เป็นรถที่มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี จนสามารถสร้างยอดขายอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมามียอดเฉลี่ยอยู่ที่ 300-400 คันต่อเดือน อย่างไรก็ตาม แม้ในช่วงไตรมาส 2 ของปี ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยจะได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก จากวิกฤติการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จนส่งผลต่อยอดขายรถยนต์ที่ปรับตัวลดลง แต่ความนิยมของผู้บริโภคที่มีต่อ SUZUKI XL7 จึงสามารถสร้างยอดจองเข้ามาได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางบริษัทฯ พร้อมเร่งรัดดำเนินการส่งมอบรถทุกคัน เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าทุกรายของซูซูกิ” ทั้งนี้ SUZUKI XL7 ทรงพลังกับเครื่องยนต์ K15B ขนาด 1.5 ลิตร มอบกำลังสูงสุดถึง 105 แรงม้า/6,000 รอบต่อนาที แรงบิดที่ 138 นิวตันเมตรที่ 4,400 รอบต่อนาที พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด  ปรับตั้งประสิทธิภาพเครื่องยนต์และอัตราทดเกียร์ให้เหมาะกับการขับขี่อย่างลงตัว ผสานกับแพลตฟอร์ม HEARTECT เทคโนโลยีอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของซูซูกิซึ่งช่วยเสริมสมรรถนะในการขับเคลื่อนเป็นไปอย่างคล่องตัว สนุกสนาน ปลอดภัย และประหยัดน้ำมันมากยิ่งขึ้น ดีไซน์ภายในบริเวณคอนโซลด้านหน้าสไตล์สปอร์ต ตกแต่งวัสดุด้วยลาย Carbon Fiber พร้อมคิ้วโครเมียม อุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่พร้อมรองรับการใช้งานอย่างครบครัน อาทิ มาตรวัดพร้อมจอ LCD แสดงผลแจ้งสถานะข้อมูลสำคัญของตัวรถ เช่น Driving G-Force อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง อัตราแรงบิด กำลังของเครื่องยนต์ และข้อมูลอื่นๆ ที่ช่วยให้ขับขี่ได้อย่างมั่นใจและสนุกในทุกสภาวะถนน ทั้งยังเชื่อมต่อกับความบันเทิงในทุกเส้นทางด้วยหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่10 นิ้ว มาพร้อมระบบปรับแต่งเสียงและประมวลผลในแบบดิจิทัล (Digital Sound Processor) เพิ่มมิติและความสุนทรีย์ให้กับเสียงเพลง พร้อมฟังก์ชันเชื่อมต่อ Bluetooth การเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน Apple CarPlay, Android Auto รวมไปถึงช่องเชื่อมต่อ USB และ HDMI  ที่บริเวณคอนโซลหน้า อีกทั้งช่องจ่ายไฟสำรอง 12V มากถึง 3 ตำแหน่ง เพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้อย่างลงตัว ระบบช่วงล่างได้รับการออกแบบและปรับแต่งอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้ตอบสนองการขับขี่ได้อย่างดี สร้างความมั่นใจในทุกสภาวะถนนกับเหล็กกันโคลงด้านหน้า (Front Stabilizer) ขนาดใหญ่พิเศษลดอาการโคลงของตัวรถและเพิ่มการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยม ด้านความปลอดภัยมาพร้อมกับระบบถุงลมนิรภัย SRS คู่หน้า ระบบเบรก ABS ช่วยป้องกันล้อล็อกขณะเบรกกระทันหัน พร้อมระบบ EBD ช่วยกระจายแรงเบรกได้อย่างสมดุล เสริมด้วยระบบควบคุมเสถียรภาพในการทรงตัว ESPและการปรับแต่ง module ในพวงมาลัยที่เพิ่มสมรรถนะในการขับขี่ให้เข้าโค้งได้แม่นยำ รวมทั้งระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Hold Control), จุดยึดเบาะสำหรับเด็ก ISOFIX และ Top tether, กล้องมองภาพพร้อมเซ็นเซอร์ที่กะระยะในขณะถอยหลังได้อย่างแม่นยำ ปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยการป้องกันการโจรกรรมด้วยระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer SUZUKI XL7, Multi-Dynamic Crossover มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีส้ม Rising Orange Pearl Metallic (ZZY), สีเทา Metallic Magma Gray (ZYZ), สีขาว Pearl Snow White (ZQZ) และสีดำCool Black Metallic (ZBD) ซูซูกิพร้อมจะมอบสุดยอดความคุ้มค่าให้ผู้ที่สนใจได้เป็นเจ้าของ  SUZUKI XL7 ได้ง่ายยิ่งขึ้นกับราคา  779,000 บาท (สีขาวเพิ่ม 5,000 บาท) พร้อมแคมเปญพิเศษสุดตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 31 กรกฎาคม 2564 นี้ รับข้อเสนอดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% (ดาวน์ 25% ผ่อน 48 งวด) ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 3 ปี  

 
Read More

ควิกเลนฉลองเปิดสาขาที่ 18

“ควิกเลน แหลมฉบัง” เปิดแล้ว พร้อมโปรโมชั่นสุดร้อนแรงตลอดเดือนมิถุนายน ทุกสาขาทั่วประเทศ โดยควิกเลน ศูนย์บริการยางและรถยนต์ประเภทเร่งด่วน ฉลองเปิดสาขาใหม่ “ควิกเลน แหลมฉบัง” เป็นสาขาที่ 18 พร้อมให้บริการบำรุงรักษารถยนต์ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ ด้วยมาตรฐานคุณภาพระดับโลกที่สะดวกรวดเร็วได้แล้ววันนี้ กับโปรโมชั่นสุดพิเศษจัดเต็มเอาใจคนรักรถที่ควิกเลนทุกสาขา ทั่วประเทศจนถึง 30 มิถุนายน ควิกเลนตอกย้ำพันธกิจระดับโลกที่จะส่งมอบบริการฟาสต์ฟิตคุณภาพที่ลูกค้าไว้วางใจ และเข้าถึงได้อย่างสะดวกสบาย จึงมุ่งมั่นเดินหน้าขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดย ควิกเลน แหลมฉบัง เป็นสาขาล่าสุดของประเทศไทยและเป็นสาขาที่2 ในจังหวัดชลบุรี เพื่อรองรับความต้องการซ่อมบำรุงรักษารถยนต์ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ ของผู้ใช้รถในย่านนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง ตลอดจนพื้นที่อำเภอบางละมุง ครอบคลุมทั้งจังหวัดชลบุรี สามารถรองรับรถเข้าซ่อมได้มากกว่า 1,400 คันต่อเดือน ลูกค้าสามารถเข้ารับบริการตรวจเช็กสภาพรถฟรี 30 รายการ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและไส้กรอง เปลี่ยนยางรถยนต์ ตรวจซ่อมระบบเบรค โช๊คอัพและระบบช่วงล่างจนถึงแบตเตอรี่รถยนต์และบริการอื่นๆ ครอบคลุมกว่า 14 กลุ่มโดยช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญและทีมงานมากประสบการณ์ที่ได้ผ่านการอบรมและผ่านมาตรฐานระดับโลก พร้อมอะไหล่คุณภาพเยี่ยมอย่างอะไหล่ออมนิคราฟท์ (Omnicraft) ที่มากับการรับประกันที่ยาวนาน ได้ที่ศูนย์บริการควิกเลนทั่วประเทศทั้ง 18 สาขา 9 สาขาในกรุงเทพและปริมณฑล และอีก 9 สาขาในต่างจังหวัด พิเศษโปรโมชั่นสุดเร้าใจ เฉพาะที่สาขา “ควิกเลน แหลมฉบัง” กับยางยี่ห้อชั้นนำ “ซื้อ 1 แถม 1” หรือ “ซื้อ 3 แถม1” ระหว่างวันที่ 18-24 มิ.ย. นี้เท่านั้น นอกจากนี้ ควิกเลนยังขยายเวลาโปรโมชั่นสุดพิเศษ ควิกเลนจัดให้ ไม่ต้องคิดเยอะ แก่ลูกค้าที่เข้ารับบริการทุกสาขาทั่วประเทศ จนถึง 30 มิถุนายน ดังต่อไปนี้ ฟรี พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19  มูลค่า 390 บาท พร้อมตรวจสภาพรถฟรี 30 รายการ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องพร้อมไส้กรอง 1 ครั้งแถมฟรี 1 ครั้งด้วยแพคเกจน้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 100%  SuperSave  ราคาเริ่มต้นเพียง 896 บาท ซื้อยางรถยนต์แอตลาส 4 เส้น แถมฟรี ชุดแพคเกจเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 100% SuperSave 2 ครั้ง ผ่อนยาง 0% ทุกรุ่นทุกยี่ห้อ นานสูงสุด 15 เดือนกับบัตรเครดิตชั้นนำ พร้อมฟรีบริการรับและส่งคืนรถจากบ้าน แบตเตอรี่ Omnicraft ลด 50% ฟรีค่าแรง พร้อมการรับประกันสูงสุดถึง 2 ปี / 40,000 กม. เปลี่ยนโช๊คอัพ Omnicraft 4 ตัวแต่จ่ายเพียง 3 ตัว พร้อมฟรีค่าแรง และผ่อน 0%  ควิกเลนทั้ง 18 สาขาเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.00-20.00 น. ไม่มีวันหยุด โดยลูกค้าสามารถเข้ารับบริการได้โดยไม่จำเป็นต้องนัดล่วงหน้า ผู้ที่สนใจเข้ารับบริการสามารถสอบถามข้อมูลสินค้า ราคาและโปรโมชั่น ได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ควิกเลน ที่หมายเลข 02-039-5798 หรือที่ https://www.facebook.com/QuickLaneThailand  

 
Read More

GOODYEAR แต่งตั้งผู้บริหารใหม่

บริษัท กู๊ดเยียร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประกาศการแต่งตั้ง คุณแรนดีพ ซิง กานวา (Mr. Randeep Singh Kanwar) เป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัท กู๊ดเยียร์ ประเทศไทย มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป คุณแรนดีพ. จะเข้ามาดำรงตำแหน่งต่อจากนายลูก้า เครปาโชลี่ (Mr. Luca Crepaccioli) ซึ่งจะย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปกลุ่มผลิตภัณฑ์ยางสมรรถนะสูง UUHP ของ
กู๊ดเยียร์ ประจำภาคพื้นยุโรป ตะวันออกกลางและแอฟริกา (EMEA)  อนึ่ง แรนดีพ. มีประสบการณ์การบริหารงานในอุตสาหกรรมต่าง ๆ มาร่วม 22 ปี ได้เข้ามาร่วมงานกับกู๊ดเยียร์ประเทศอินเดียในปี 2551 ดูแลด้านการขายผลิตภัณฑ์ยางสำหรับรถโดยสารทั่วไปและรถบรรทุกขนาดเล็ก ต่อมาในปี 2556 ได้ย้ายไปประจำที่ประเทศมาเลเซีย เพื่อดูแลผลิตภัณฑ์ยางสำหรับผู้บริโภคในกลุ่มอาเซียน จากนั้นในปี 2560 จึงไปประจำที่นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อดูแลกู๊ดเยียร์ เอเชียแปซิฟิก ในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาตลาดและการค้าผลิตภัณฑ์ยางติดรถยนต์ หลังจากนั้น ในปี 2561 ได้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ กู๊ดเยียร์ ประเทศอินโดนีเซีย ก่อนที่จะมารับตำแหน่งในประเทศไทย คุณแรนดีพ มีความเชี่ยวชาญในการบริหารหลากหลายด้าน ครอบคลุมสายปฏิบัติการ 
การขาย การตลาด กลยุทธ์และการพัฒนาธุรกิจโดยรักษาสมดุลด้านการทำกำไร มีผลงานที่     โดดเด่นในการวางแผนพัฒนาการเติบโตของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของกู๊ดเยียร์  การเข้ามารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการของกู๊ดเยียร์ ประเทศไทย ของนายแรนดีพในครั้งนี้ จะเป็นการเสริมทัพของกู๊ดเยียร์ ประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ทั้งกลุ่มงานเพื่อการพาณิชย์ การบริการลูกค้า ยางติดรถยนต์ และการส่งออก รวมทั้งบริหารองค์กรในด้านต่าง ๆ ให้เจริญก้าวหน้าต่อไป  

 
Read More

German Auto Pop Up Showroom แห่งแรก

เยอรมัน ออโต้ ผู้จำหน่ายรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู มินิ และมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด อย่างเป็นทางการเปิดตัว German Auto Pop Up Showroom โชว์รูมครบวงจรแบบชั่วคราวเป็นครั้งแรก ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา พร้อมเสนอประสบการณ์รูปแบบใหม่ในการเลือกซื้อยนตรกรรมหรูรุ่นล่าสุด และการบริการหลังการขายที่ลูกค้าให้ความไว้วางใจได้อย่างสะดวกสบายยิ่งกว่า เปิดให้บริการแล้วตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 4 มกราคม 2565 ที่บริเวณทางเข้าอิเกีย ชั้น 1ศูนย์การค้าเมกาบางนา มร.ราล์ฟ บิสซินเกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เยอรมัน ออโต้ จำกัด กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 14 ปีที่ผ่านมาเยอรมัน ออโต้ ได้พัฒนาการให้บริการเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ด้วยการนำเสนอยนตรกรรมหรูหลากหลายรุ่นจากแบรนด์บีเอ็มดับเบิลยู มินิ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด พร้อมบริการหลังการขายที่
ครบวงจรจากทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่เปี่ยมประสบการณ์กว่าหลายสิบปี ทั้งยังได้ขยายสาขาครอบคลุมพื้นที่ย่านบางนาและแจ้งวัฒนะ ไปจนถึงสาขาพัทยา และในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ เยอรมัน ออโต้ ที่พร้อมเสนอโชว์รูมรูปแบบใหม่เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ได้มากยิ่งขึ้น” คุณปิยวิทย์ เขมะรังสรรค์ ประธานกรรมการ บริษัท เยอรมัน ออโต้ จำกัด กล่าวว่า “เยอรมัน ออโต้ พร้อมแล้วที่จะให้บริการเลือกซื้อยนตรกรรมแบบครบวงจรผ่าน Pop Up Showroom ที่จะทำให้การเลือกซื้อยนตรกรรมหรูสะดวกสบายยิ่งกว่าเคย และเพื่อเตรียมรองรับกลุ่มลูกค้าเดิมในพื้นที่ เนื่องจากการปรับโฉมโชว์รูมเยอรมัน ออโต้ สาขาบางนา ครั้งใหญ่ในรอบสิบปีที่จะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ เพื่อพัฒนาการให้บริการให้มีความทันสมัยยิ่งกว่าเดิม” German Auto Pop Up Showroom เปิดให้บริการแล้ววันนี้ ที่บริเวณทางเข้าอิเกีย ชั้น 1 ศูนย์การค้าเมกาบางนา นำเสนอบริการเลือกซื้อยนตรกรรมแบบครบวงจร จัดแสดงรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู 5 คัน รถยนต์มินิ 2 คัน และมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด อีก 1 คัน พร้อมยกขบวนรถยนต์ทั้งบีเอ็มดับเบิลยูและมินิหลากหลายรุ่นมาให้ลูกค้าทดลองขับถึงเมกาบางนา เติมเต็มประสบการณ์แบบ Pop Up Showroom ได้อย่างครบถ้วน ทั้งยังอุ่นใจได้กับมาตรการรักษาความสะอาด ด้วยการเช็ดทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรครถยนต์ทั้งก่อนและหลังลูกค้าใช้บริการ ทั้งที่จัดแสดงและทดลองขับ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของลูกค้า นอกจากนี้ลูกค้าที่เป็นเจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิ ยังจะได้รับสิทธิพิเศษ กับBMW & MINI Privilege Parking บริเวณชั้น 1 อาคารจอดรถอิเกีย ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกและประหยัดเวลาในการจอดรถสำหรับลูกค้าอีกด้วย สัมผัสความหรูหราของยนตรกรรมเหนือระดับที่ German Auto Pop Up Showroom ได้แล้ววันนี้ถึงวันที่ 4 มกราคม2565 ณ ชั้น 1 บริเวณทางเข้าอิเกีย ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือติดต่อรับบริการจากโชว์รูมเยอรมัน ออโต้ ทั้ง 3 สาขาได้แก่ สาขาบางนา โทร 02-396-1199, สาขาแจ้งวัฒนะ โทร 02-119-0999, และสาขาพัทยา โทร 038-235-600  

 
Read More
Visit Us On FacebookVisit Us On TwitterVisit Us On YoutubeCheck Our Feed