MG แจ้งยอดขายรวม 3 ไตรมาส เติบโตขึ้น 14%

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย แถลงยอดขายรวมหลังจบไตรมาส 3 มีอัตราการเติบโตถึง 14% พร้อมสร้างสถิติใหม่ พาแบรนด์ติดอันดับ 5 ของตลาดรถยนต์ไทยในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมที่ผ่านมา                   หลังเปิดตัว ALL NEW MG5 รถยนต์สปอร์ตคูเป้ซีดานรุ่นใหม่ และตอกย้ำความเป็นองค์กรที่มีการดำเนินธุรกิจที่โดดเด่นด้วยการคว้ารางวัล THAILAND TOP COMPANY AWARDS 2021 ประเภทความเป็นเลิศ OUTSTANDING AWARDS  พร้อมเดินหน้ามอบความสุขให้คนไทยอีกครั้งด้วย ด้วยแคมเปญพิเศษ “RESTART – รีสตาร์ท ฟื้นพลังความสุข” รับไตรมาสสุดท้ายหลังสถานการณ์โควิดที่มีทิศทางที่ดีขึ้น คุณพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “ในปีนี้ มีสถานการณ์โควิดเข้ามาเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อยอดการผลิตและยอดขายรถยนต์ภายในประเทศ เป็นอย่างมากทำให้เอ็มจีต้องปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยตัวเลขยอดขายสะสม 3 ไตรมาส อยู่ที่ 21,279 คัน หรือคิดเป็นอัตราการเติบโต สูงถึงกว่า 14% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา”  ทั้งนี้ หากพิจารณาเป็นรายไตรมาส พบว่า ยอดขายเอ็มจีในไตรมาสที่ 1 และ 2 มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด จากสถานการณ์โควิดในประเทศที่คลี่คลายไปในทิศทางที่ดี ประกอบกับการเปิดตัว MG EXTENDER รุ่นปรับโฉมใหม่พร้อมการจัดทำข้อเสนอพิเศษและกิจกรรมทางการตลาดอย่างต่อเนื่องและขยายไปยังหลากหลายช่องทางมากขึ้น ในขณะที่ไตรมาสที่ 3 สถานการณ์โควิดกลับมารุนแรงอีกครั้ง ทำให้ผู้บริโภคชะลอการซื้อเพื่อรอดูสถานการณ์    แต่เอ็มจียังคงเดินหน้าแผนงานตามที่ได้ตั้งเป้าไว้ กับการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่คือ ALL NEW MG5 รถยนต์สปอร์ตคูเป้ซีดานที่มีความโดดเด่นด้านดีไซน์ เทคโนโลยีและฟังก์ชั่นต่างๆ กับราคาที่คุ้มค่า ทำให้เอ็มจีมียอดขายขยับขึ้นมาเป็นอันดับที่ 5 ของตลาดรถยนต์ในประเทศไทย ในเดือนกรกฏาคมและสิงหาคม ที่ผ่านมา   บทพิสูจน์ทางด้านยอดขายข้างต้น ถือเป็นหนึ่งภาพสะท้อนความสำเร็จของแบรนด์เอ็มจี ในฐานะองค์กรที่มีเป้าหมายในการพัฒนาและยกระดับแบรนด์อย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค จนได้รับความไว้วางใจและความเชื่อมั่นจากคนไทยมากยิ่งขึ้น และล่าสุดยังได้รับรางวัล THAILAND TOP COMPANY AWARDS ประจำปี2564 ประเภทรางวัล “OUTSTANDING AWARDS” ในฐานะองค์กรที่มีการดำเนินธุรกิจที่โดดเด่น ทั้งด้านผลประกอบการ ด้านนวัตกรรม ด้านการบริหารจัดการ และด้านการบริการลูกค้าที่เป็นที่ยอมรับ ซึ่งเป็นการ รับรางวัล THAILAND TOP COMPANY AWARDS ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง ภายหลังจากการได้รับรางวัล ในประเภท “FAST – GROWING COMPANY AWARD” หรือองค์กรที่มีผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างรวดเร็วเมื่อปีที่ผ่านมา สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจีได้ที่ Website: www.mgcars.com  Line: @MGThailandFacebook:www.facebook.com/MGcarsThailand Twitter: @mg_thailand Instagram: @mgthailand Youtube: MG Thailand. TikTok: @mgthailand  

 
Read More

มาสด้า เตรียมรบในปี 2565

มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับแผนการพัฒนาธุรกิจ โดยเปิดเผยนโยบายเกี่ยวกับการขยายผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มรถอเนกประสงค์เอสยูวี และจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นไป โดยรถอเนกประสงค์เอสยูวีรุ่นใหม่ที่กำลังกล่าวถึง ประกอบด้วย มาสด้า CX-50 ซึ่งจะทำการผลิตขึ้นที่โรงงานแห่งใหม่ในสหรัฐอเมริกา เช่นเดียวกันกับรถยนต์อีกหลายรุ่นในกลุ่มผลิตภัณฑ์ขนาดใหญ่ (Large Product group1) รวมถึง มาสด้าCX-60, CX-70, CX-80 และ CX-90 ซึ่งรถยนต์รุ่นต่างๆ เหล่านี้ มาสด้าได้มีการวางแผนเพื่อเปิดตัวแนะนำสู่ตลาดในอีกสองปีข้างหน้า หรือ ในระหว่างปี 2565 ถึง 2566 โดยมาสด้ามุ่งหวังที่จะนำเสนอทางเลือกรถยนต์ในกลุ่มเอสยูวีให้กับลูกค้าและเป็นรถยนต์ที่ส่งมอบทั้งความสนุกสนานในการขับขี่ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด เพื่อตอบสนองต่อความต้องการรถเอสยูวีที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก จากการใช้ประโยชน์ด้านทรัพย์สินทางเทคโนโลยีในการพัฒนาและการผลิตอย่างเต็มกำลัง เช่น เทคโนโลยีสกายแอคทีฟ, Bundle Planning และรูปแบบการผลิตที่มีความยืดหยุ่น มาสด้าได้สะสมองค์ความรู้มาอย่างต่อเนื่อง ตามกลยุทธ์แบบ Building Block2  จึงทำให้สามารถขยายไลน์ผลิตภัณฑ์รถเอสยูวีได้อย่างมีประสิทธิภาพควบคู่กับการลงทุนที่ต่ำทำให้มั่นใจได้ว่าธุรกิจจะเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะกลางถึงระยะยาว มาสด้า CX-50 เป็นอเนกประสงค์เอสยูวีที่มาสด้าเพิ่มเติมเข้ามาเป็นโมเดลหลักรุ่นใหม่ และจะทำการเปิดตัวเฉพาะในตลาดอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดที่รถเอสยูวีได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ประกอบกับความต้องการรถยนต์ที่มีสมรรถนะสูงในการขับขี่สไตล์ออฟโรด ซึ่งมาสด้า CX-50 เป็นรุ่นที่อยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ขนาดเล็ก (Small Product group3) เช่นเดียวกับมาสด้า3 และมาสด้า CX-30 โดยมาสด้าจะเริ่มทำการผลิตมาสด้า CX-50 ในเดือนมกราคม 2565 ณ โรงงานแห่งใหม่ โดยความร่วมมือกันระหว่างมาสด้ากับโตโยต้า หรือ โรงงานมาสด้า โตโยต้า แมนูแฟคเจอริ่ง สหรัฐอเมริกา (MTMUS) ณเมืองฮัลต์สวิลล์ มลรัฐอลาบาม่า  ประเทศสหรัฐอเมริกา สำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มรถอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ (Large Products group) ประกอบด้วย มาสด้า CX-60, CX-70, CX-80 และ CX-90 จะมาพร้อมกับ 2 รูปแบบตัวถัง พร้อมกับการจัดวางแถวที่นั่ง 2 แบบ ได้แก่ แบบที่นั่ง 2 แถวและแบบที่นั่ง 3 แถว เนื่องจากรถอเนกประสงค์รุ่นเหล่านี้เป็นรถที่มีช่วงราคากว้างกว่า CX-50 หรือ CX-5 รุ่นปัจจุบัน ในตลาดที่มีถนนค่อนข้างแคบและมีพื้นที่จอดรถขนาดเล็ก อาทิ ยุโรปและญี่ปุ่น มาสด้าจะทำการเปิดตัวแนะนำCX-60 แบบที่นั่ง 2 แถว และ CX-80 แบบที่นั่ง 3 แถว ในขณะเดียวกัน CX-70 และ CX-90 จะถูกเปิดตัวในอเมริกาเหนือและตลาดอื่นๆ ที่รถขนาดใหญ่ได้รับความนิยม ซึ่งรถทั้งสองรุ่นนี้จะมาพร้อมกับตัวถังขนาดใหญ่ โดย CX-70 จะเป็นรถที่นั่งแบบ 2 แถว และ CX-90 จะเป็นรถที่นั่งแบบ 3 แถว ซึ่งรถในกลุ่มนี้จะเป็นรุ่นที่มาเสริมความหลากหลายของกลุ่มรถอเนกประสงค์เอสยูวีขนาดกลางของมาสด้าในอนาคต  

 
Read More

ฮอนด้า ผู้สนับสนุนหลัก Miss Universe Thailand 2021

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด หนึ่งในผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของเวทีการประกวด Miss Universe Thailand 2021 เวทีแห่งความฝันที่ยิ่งใหญ่ของสาวไทย ชวนสาวงาม 30 คนสุดท้าย ถ่ายทอดความเป็นตัวตนและเผยพลังแห่ง Passion ไปกับรถยนต์ ฮอนด้า ซีวิค ใหม่    เจเนอเรชันที่ 11 ยนตรกรรมสปอร์ตพรีเมียมซีดานที่ยกระดับในทุกมิติ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมช่วงเก็บตัว ก่อนที่สาวงามผู้ครองมงกุฏ Miss Universe Thailand 2021 จะได้รับเป็นหนึ่งในของรางวัลในการประกวดรอบตัดสินในวันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2564 นี้ โดยทางฮอนด้าได้เตรียมรางวัลสำหรับสาวงามผู้ชนะการประกวดในปีนี้ คือ ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ เจเนอเรชัน
ที่ 11 รุ่นRS สีขาวแพลทินัม (มุก) มูลค่า 1,209,900 บาท ไอคอนยนตรกรรมสปอร์ตพรีเมียมซีดาน 
ทุกรุ่นมาพร้อมขุมพลังเทอร์โบ ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังและประหยัดน้ำมัน พร้อมด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางสะดวกสบายเกินคลาส และครบครันด้วยฟังก์ชันการใช้งานและเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบายอันล้ำสมัย สะท้อนความเป็นตัวตนของคนรุ่นใหม่ที่มีความมุ่งมั่นและเต็มเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจได้อย่างชัดเจนสอดคล้องกับแนวคิดการประกวด Miss Universe Thailand 2021 ในปีนี้ ซึ่งก็คือ “Power of Passion” ที่ต้องการเฟ้นหา“สตรีผู้ทรงพลัง สู่เส้นทางแห่งชัยชนะ” เพื่อเป็นตัวแทนสาวไทยเพียงหนึ่งเดียวไปแสดงศักยภาพและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศบนเวทีระดับโลก ฮอนด้าขอเป็นอีกหนึ่งแรงใจให้กับสาวงามผู้เข้ารอบทั้ง 30 คน เพื่อก้าวต่อไปด้วย “พลังแห่งความฝัน” หรือ “The Power of Dreams” บนเส้นทางอันยิ่งใหญ่ เพื่อคว้าชัยและส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงไทยทุกคนต่อไป สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมของ  ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ เจเนอเรชันที่ 11 ได้ที่ https://www.honda.co.th/civic #PowerofPassion #HondaThePowerofDreams   

 
Read More

ยามาฮ่า สานต่อโครงการ Blood Hero ปี 2

แท็กทีม สภากาชาด ปลุกพลังซูเปอร์ฮีโร่ กู้วิกฤติขาดแคลนโลหิต โดย คุณพงศธร เอื้อมงคลชัย รองประธานกรรมการบริหาร นางสาวจินตนา อุดมทรัพย์ ที่ปรึกษาคณะบริหาร และนายภาณุพล กิตติคำรณ รองผู้จัดการใหญ่ด้านการขายและการตลาด บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ร่วมกันมอบเงินบริจาคจำนวน 500,000 บาท ให้กับสภากาชาดไทยโดยมี รศ.พญ.ดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย และ ดร.ลักขณา ลีละยุทธโยธินประธานคณะอนุกรรมการรณรงค์เพิ่มผู้บริจาคโลหิตเป็นผู้รับมอบ โดย สภากาชาดไทยจะนำเงินบริจาคดังกล่าวไปจัดทำเสื้อในโครงการ BLOOD HERO ปี 2 เป็นการกระตุ้นและเชิญชวนให้ชาวไทยร่วมกันบริจาคโลหิต เพื่อส่งมอบให้กับผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับโลหิตในการผ่าตัดต่างๆ รวมถึงการรักษาผู้ป่วยที่มีการสูญเสียโลหิตอย่างเฉียบพลัน ซึ่งการรักษาผู้ป่วยต้องมีโลหิตสำรองอย่างเพียงพอระหว่างการผ่าตัด เนื่องด้วยภาวะวิกฤติโลหิตขาดแคลนทั่วประเทศสืบเนื่องจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลกระทบทำให้จำนวนผู้บริจาคโลหิตลดลง บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด จึงได้ร่วมมือกับศูนย์โลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย บริจาคเงินจำนวน 500,000 บาท ในการจัดทำเสื้อทีเชิร์ต BLOOD HERO ปี 2 รุ่น Limited Edition ปลุกพลังซูเปอร์ฮีโร่ เพื่อมอบให้กับผู้ที่มาร่วมบริจาคโลหิตกับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย สำหรับผู้ที่สนใจสามารถร่วมบริจาคโลหิตได้ที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ถนนอังรีดูนังต์, หน่วยเคลื่อนที่รับบริจาคโลหิต, ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง และโรงพยาบาลสาขาบริการโลหิต 170 แห่ง ทั่วประเทศ ทั้งนี้ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการสำรองโลหิตในการรักษาผู้ป่วยจึงได้มีการจัดให้พนักงานภายในองค์กรยามาฮ่า ได้ร่วมกันบริจาคโลหิตกับสภากาชาดไทยมาอย่างต่อเนื่องอย่างน้อยปีละ 3 ครั้งมากว่า 30 ปี อนึ่ง การมอบเงินบริจาคในโครงการ BLOOD HERO ปี 2 ปลุกพลัง ซูเปอร์ฮีโร่ ครั้งนี้ เป็นหนึ่งในโครงการ “ยามาฮ่า ร่วมใจช่วยเหลือผู้ประสบภัย COVID-19” มีขึ้น ณ สภากาชาดไทย ถ.อังรีดูนังต์ กรุงเทพฯ  

 
Read More

บริดจสโตน ผู้นำตลาดยางรถยนต์ตัวจริง

บริดจสโตน ตอกย้ำความเป็นที่สุดในการเป็นผู้นำตลาดยางรถยนต์ตัวจริง คว้ารางวัล “แบรนด์ยอดนิยมอันดับหนึ่งของประเทศไทย” ประเภทยางรถยนต์ หรือ “No.1 Brand Thailand 2020-2021” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 ซึ่งเป็นผลจากการสํารวจความคิดเห็นของผู้บริโภคทั่วประเทศ บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด โดย คุณบัณฑิต จันทรคณา ผู้จัดการฝ่ายการตลาดปฏิบัติการ รับรางวัลเกียรติยศ “แบรนด์ยอดนิยมอันดับหนึ่งของประเทศไทย” ประเภทยางรถยนต์ หรือ “No.1 Brand Thailand 2020-2021” ซึ่งมาจากการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ โดยนิตยสาร Marketeer ต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 สะท้อนภาพลักษณ์ความแข็งแกร่งของแบรนด์บริดจสโตนที่สามารถครองใจผู้บริโภคได้อย่างยาวนาน ด้วยเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นสู่การเป็นองค์กรผู้ส่งมอบโซลูชั่นด้านการเดินทางอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “โซลูชั่นของทุกจุดหมายที่แตกต่าง หรือ Solutions for Your Journey” โดยได้กล่าวว่า “บริดจสโตนมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจโดยให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลางสำคัญ (Customer-Centric) ในการรับฟังความต้องการ ศึกษาพฤติกรรมและข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภค ด้วยการนำเสนอโซลูชั่นผ่านนวัตกรรมที่มีส่วนช่วยในการแก้ไขปัญหา 
ตรงกับความต้องการและความพึงพอใจของผู้บริโภค จึงทำให้บริดจสโตนเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่ง และเป็นอันดับหนึ่งในใจของผู้บริโภคชาวไทย บริดจสโตนขอขอบคุณทุกความเชื่อมั่น และมอบความไว้วางใจในแบรนด์บริดจสโตนเสมอมา ทั้งนี้ บริดจสโตนยังคงดำเนินพันธกิจเหล่านี้เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยต่อไป” อ้างอิงจากผลสำรวจของ บริษัท Kadence International (Thailand) และ บริษัท มาร์เก็ตติ้ง มูฟ จำกัด ในการสำรวจความนิยมในสินค้าและบริการประเภทต่างๆ ของผู้บริโภคชาวไทยในปีล่าสุด  

 
Read More

MOTOR EXPO 2021

มหกรรมสุขสันต์คนรักยานยนต์-TIME to ENJOY!” โดย “IMC สื่อสากล” เผยแนวคิด “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38” เน้นจุดเด่นเป็นงานที่สร้างความสุขให้คนรักยานยนต์ คุณขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธาน บริษัท สื่อสากล จำกัด และประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38” กล่าวถึงแนวคิดของงานปีนี้ว่า เนื่องจากยานยนต์มีองค์ประกอบที่น่าชม และน่าศึกษามากมาย ทั้งรูปลักษณ์ เครื่องยนต์ สมรรถนะอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และเทคโนโลยีอันทันสมัย ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้เกิดคนรักยานยนต์ ขณะที่ความสุขของคนรักยานยนต์ ก็กว้างขวาง หลากหลาย ตามรสนิยม และความสนใจของแต่ละคน เช่น อาจเกิดจากการได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด การพินิจพิจารณาเฉพาะส่วนที่หลงใหลเป็นพิเศษ การทดลองขับขี่ รวมถึงการครอบครองเป็นเจ้าของ ฯลฯ ด้วยเหตุนี้ “มหกรรมยานยนต์” ที่รวบรวมยานยนต์ทุกประเภทมาจัดแสดง เพื่อให้ชม สัมผัส ลองขับ และเลือกซื้อ จึงเป็นงานที่เหล่าคนรักยานยนต์รอคอย ยิ่งไปกว่านั้น “มหกรรมยานยนต์” ยังเป็นแหล่งพบปะสังสรรค์ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นตามประสาคนคอเดียวกัน ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก เต็มเปี่ยมด้วยความสุข บริษัทฯ จึงกำหนดแนวคิดของ “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38” ให้สอดคล้องกับลักษณะงาน และความหมายของ“TIME” คำย่อชื่องานในภาษาอังกฤษ (TIME: THAILAND INTERNATIONAL MOTOR EXPO) ว่า “มหกรรมสุขสันต์คนรักยานยนต์–TIME to ENJOY!” งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38” จะจัดขึ้น ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 1-12 ธันวาคม 2564 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.motorexpo.co.th  

 
Read More

บริดจสโตน ผู้นำตลาดยางรถยนต์ตัวจริง

บริดจสโตน ตอกย้ำความเป็นที่สุดในการเป็นผู้นำตลาดยางรถยนต์ตัวจริง คว้ารางวัล “แบรนด์ยอดนิยมอันดับหนึ่งของประเทศไทย” ประเภทยางรถยนต์ หรือ “No.1 Brand Thailand 2020-2021” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 ซึ่งเป็นผลจากการสํารวจความคิดเห็นของผู้บริโภคทั่วประเทศ บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด โดย คุณบัณฑิต จันทรคณา ผู้จัดการฝ่ายการตลาดปฏิบัติการ รับรางวัลเกียรติยศ “แบรนด์ยอดนิยมอันดับหนึ่งของประเทศไทย” ประเภทยางรถยนต์ หรือ “No.1 Brand Thailand 2020-2021” ซึ่งมาจากการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ โดยนิตยสาร Marketeer ต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 สะท้อนภาพลักษณ์ความแข็งแกร่งของแบรนด์บริดจสโตนที่สามารถครองใจผู้บริโภคได้อย่างยาวนาน ด้วยเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นสู่การเป็นองค์กรผู้ส่งมอบโซลูชั่นด้านการเดินทางอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “โซลูชั่นของทุกจุดหมายที่แตกต่าง หรือ Solutions for Your Journey” บริดจสโตนมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจโดยให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลางสำคัญ (Customer-Centric) ในการรับฟังความต้องการ ศึกษาพฤติกรรมและข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภค ด้วยการนำเสนอโซลูชั่นผ่านนวัตกรรมที่มีส่วนช่วยในการแก้ไขปัญหา 
ตรงกับความต้องการและความพึงพอใจของผู้บริโภค จึงทำให้บริดจสโตนเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่ง และเป็นอันดับหนึ่งในใจของผู้บริโภคชาวไทย บริดจสโตนขอขอบคุณทุกความเชื่อมั่น และมอบความไว้วางใจในแบรนด์บริดจสโตนเสมอมาทั้งนี้ บริดจสโตนยังคงดำเนินพันธกิจเหล่านี้เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยต่อไป” อ้างอิงจากผลสำรวจของ บริษัท Kadence International (Thailand) และ บริษัท มาร์เก็ตติ้ง มูฟ จำกัด ในการสำรวจความนิยมในสินค้าและบริการประเภทต่างๆ ของผู้บริโภคชาวไทยในปีล่าสุด  

 
Read More

เชลล์ เปิดตัวโครงการ “ขับรถบรรทุกปลอดภัย สร้างทักษะใหม่กับเชลล์”

บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด หนึ่งในผู้นำด้านพลังงานและน้ำมันระดับโลก สานต่อเจตนารมณ์การอยู่เคียงข้างคนไทยผสานกำลังกับพันธมิตรทุกภาคส่วน เปิดตัวโครงการ “ขับรถบรรทุกปลอดภัย สร้างทักษะใหม่กับเชลล์” หรือ “ Shell Road Safety Skills Training”  เป็นโครงการอบรมการขับรถบรรทุกปลอดภัยเพื่อพัฒนาและยกระดับทักษะผู้ขับรถบรรทุกตามมาตรฐานสากลสอดรับกับความต้องการของอุตสาหกรรมบริการขนส่งสินค้าทางถนน และส่งเสริมให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งความปลอดภัยอย่างยั่งยืน เปิดการอบรมฟรีให้กับผู้สนใจเข้าร่วมโครงการจำนวน 500 คน ซึ่งจะได้รับการฝึกอบรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ตามหลักสูตรการสอนขับรถเพื่อการขนส่งจาก “โรงเรียนสอนขับรถทักษะพิพัฒน์” ภายใต้การดูแลของบริษัท เอสซีจีโลจิสติกส์ แมนเนจเม้นท์ จำกัด ซึ่งอยู่ภายใต้การรับรองจากกรมการขนส่งทางบกโครงการ “ขับรถบรรทุกปลอดภัย สร้างทักษะใหม่กับเชลล์”  จะเริ่มเปิดรับสมัครในวันที่ 15 ตุลาคม 2564 –31 ธันวาคม2564 หรือจนกว่าจะมีผู้สมัครครบจำนวน คุณปนันท์ ประจวบเหมาะ ประธานกรรมการ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “เชลล์ตระหนักดีถึงความสำคัญของผู้ขับรถบรรทุกผู้เปรียบเสมือนฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ จึงได้จัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมศักยภาพของผู้ขับรถบรรทุก และตอกย้ำความมุ่งมั่นในการส่งเสริมความปลอดภัยบนท้องถนนซึ่งมีกิจกรรมหลายอย่างอย่างต่อเนื่องมาหลายปี อย่างไรก็ตามในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 นี้ เชลล์นอกจากจะให้ความช่วยเหลือด้านสุขภาพกับหลายๆ หน่วยงานแล้ว  เรายังตระหนักดีถึงความเดือดร้อนของภาคสังคมจากผลกระทบทางเศรษฐกิจ จึงได้ริ่เริ่มจัดโครงการ  “ขับรถบรรทุกปลอดภัย สร้างทักษะใหม่กับเชลล์” ซึ่งเกิดขึ้นจากความร่วมมือกับกรมการขนส่งทางบก และ เอสซีจี กรุ๊ป เป็นการเดินหน้าตามยุทธศาสตร์ “Powering Progress” ด้วยการผนึกความร่วมมือและสร้างคุณค่าให้กับพันธมิตรทุกภาคส่วน   โดยมีเป้าหมายสำคัญคืออบรมและพัฒนาศักยภาพด้านทักษะการขับรถบรรทุกเพื่อการขนส่งในระดับต่างๆ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมให้สังคมไทยปลอดภัยและพัฒนาศักยภาพของผู้ขับรถบรรทุกตามมาตรฐานสากล  เพื่อสร้างอาชีพ เพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับครอบครัว โครงการนี้จะช่วยยกระดับทักษะให้กับผู้ที่มีพื้นฐานขับรถบรรทุกตั้งแต่รถขนาดเล็กไปจนถึงรถบรรทุกขนาดใหญ่ รวมถึงเปิดโอกาสให้กับบุคคลทั่วไปซึ่งมีใบขับขี่รถยนต์และได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19  ก็สามารถสมัครเข้าร่วมการอบรม เพื่อสร้างโอกาสทางอาชีพให้กับตนเองในอนาคตได้อีกด้วย” รายละเอียดการฝึกอบรมมี 2 หลักสูตร คือ 1.หลักสูตรสอนขับรถขนส่งสำหรับผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถขนส่งชนิดที่ 2 ผู้สมัครต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์ชนิดที่ 1 มาแล้ว เพื่อให้สามารถขับรถเพื่อขนส่งทางการค้า และใช้ขนส่งเพื่อรับจ้างหรือประกอบธุรกิจการขนส่งได้รวมเวลาเรียน 30 ชั่วโมง และ 2.หลักสูตรการสอนขับรถขนส่งสำหรับผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถขนส่งชนิดที่ 3 ซึ่งต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถขนส่งชนิดที่ 2 มาแล้ว รวมเวลาเรียน 26 ชั่วโมง ผู้เข้าอบรมจะได้รับการอบรมและสอบใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถขนส่งทั้งภาคปฏิบัติและภาคทฤษฎีรวมเวลา 4 วันพร้อมที่พักและอาหารฟรี ที่โรงเรียนสอนขับรถทักษะพิพัฒน์ จังหวัดสระบุรี เริ่มฝึกอบรมตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 เป็นต้นไป ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดและสมัครได้ที่ โทร. 098-8321525 หรือ line add @shellroadsafety ตั้งแต่วันที่15 ตุลาคม ถึง 31 ธันวาคม 2564  หรือ จนกว่าจะมีผู้สมัครครบจำนวน  

 
Read More

“อีซูซุ” มอบความห่วงใย

อีซูซุ จัดแคมเพจ์นบริการหลังการขายช่วยเหลือลูกค้าผู้ประสบภัยน้ำท่วมทั่วประเทศ กลุ่มตรีเพชรโดย คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ กรรมการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เปิดเผยว่า “จากสถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบัน เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อน และช่วยเหลือลูกค้าอีซูซุที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย อีซูซุจึงขอมอบส่วนลดค่าแรงและค่าอะไหล่ 30% (ยกเว้น อุปกรณ์ประดับยนต์ แบตเตอรี่รถยนต์ และยางรถยนต์) พร้อมบริการตรวจเช็กสภาพรถฟรี ให้กับรถอีซูซุที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 – 30 พฤศจิกายน 2564 ที่ศูนย์บริการมาตรฐานอีซูซุทั่วประเทศ”  ลูกค้าอีซูซุสามารถนัดหมายล่วงหน้าก่อนเข้ารับบริการได้ที่ศูนย์บริการอีซูซุทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนลูกค้าสัมพันธ์ 0-2118-0777 ติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai     

 
Read More

อีซูซุรับรางวัล “แบรนด์น่าเชื่อถือสูงสุดแห่งปี”

รางวัล Thailand’s Most Admired Brand พร้อมรางวัลพิเศษ “Greenovation Brand Award” ที่รถยนต์ อีซูซุ ได้รับ นับเป็นรางวัลแห่งความสำเร็จ ที่เป็น “แบรนด์น่าเชื่อถือสูงสุดแห่งปี” คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ กรรมการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด รับมอบรางวัลเกียรติยศ “แบรนด์รถปิกอัพที่น่าเชื่อถือสูงสุดประจำปี 2564” (Thailand’s Most Admired Brand 2021) ซึ่งเป็นผลจากการทำวิจัย “2021 Thailand’s Most Admired Brand & Why We Buy?” โดยนิตยสาร BrandAge ซึ่งเป็นผลจากการสำรวจและวิจัยความน่าเชื่อถือของแบรนด์ รวมถึงปัจจัยที่ทำให้เกิดการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคทั่วประเทศ โดย “แบรนด์อีซูซุ” ได้รับคะแนนความน่าเชื่อถือเป็นอันดับ 1 ในหมวดยานยนต์ กลุ่มประเภทรถปิกอัพ นอกจากนี้ยังได้รับรางวัล “Greenovation Brand Award” ซึ่งเป็นการคัดเลือกแบรนด์ที่มีความโดดเด่นมากเป็นพิเศษซึ่งมีนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อมสู่สังคมเสมอ และมีบทบาทสำคัญในกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมต่างๆอีกด้วย  

 
Read More
Visit Us On FacebookVisit Us On TwitterVisit Us On YoutubeCheck Our Feed