มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง มุ่งมั่นขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายเพื่อสร้างความใกล้ชิดกับลูกค้าเพิ่มมากขึ้น พร้อมมอบการบริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าโดยล่าสุดได้ร่วมมือกับ บริษัท มิตซูขอนแก่นยนต์ไพบูลย์ จำกัด เปิดตัวโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่ที่อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น ภายใต้ชื่อ บริษัท มิตซูขอนแก่นยนต์ไพบูลย์ จำกัด (สาขาน้ำพอง) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขยายการบริการให้แก่ลูกค้าที่พักอาศัยอยู่ในอำเภอน้ำพอง และพื้นที่ใกล้เคียงในจังหวัดขอนแก่น พร้อมมุ่งมั่นในการส่งมอบยานยนต์คุณภาพและการบริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า บริษัท มิตซูขอนแก่นยนต์ไพบูลย์ จำกัด ถือเป็นหนึ่งในเครือข่ายผู้จำหน่ายที่เติบโตเร็วที่สุดของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย โดยปัจจุบันมีสาขาที่เปิดให้บริการรวมทั้งสิ้น 9 สาขาที่พร้อมให้บริการแก่ลูกค้า โดยในเขตพื้นที่จังหวัดขอนแก่นมีทั้งหมด 6 สาขารวมทั้งสาขาล่าสุดที่อำเภอน้ำพอง และอีกจังหวัดละ 1 สาขาในเขตพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์และจังหวัดร้อยเอ็ด มร.เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เครือข่ายผู้จำหน่ายถือเป็นหัวใจหลักที่สำคัญในการดำเนินงานของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เพราะเป็นสถานที่ที่ลูกค้าจะได้มีโอกาสสัมผัสกับประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมทั้งในด้านการบริการและรถยนต์คุณภาพสูงของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ตั้งแต่ครั้งแรก โดยการเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการฯ แห่งใหม่ที่อำเภอน้ำพองนี้ ได้ตอกย้ำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความแข็งแกร่งของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในการขยายเครือข่ายผู้จำหน่าย เพื่อให้สามารถส่งมอบยานยนต์คุณภาพและบริการที่ดีที่สุดของเราให้แก่ลูกค้าได้อย่างใกล้ชิดเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้เรายังคงมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายให้ครอบคลุมเพิ่มมากยิ่งขึ้น” นอกจากการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีมีคุณภาพแล้ว โชว์รูมและศูนย์บริการ มิตซูบิชิ ทั่วประเทศ ยังได้คำนึงถึงสุขอนามัยและความปลอดภัยของลูกค้าเป็นสำคัญ ด้วยการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด ได้แก่ การตรวจวัดอุณหภูมิลูกค้าก่อนเข้าศูนย์บริการ พนักงานที่ใกล้ชิดลูกค้าจะต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส หมั่นเช็ดทำความสะอาดภายในโชว์รูมและศูนย์บริการโดยเฉพาะจุดที่มีการสัมผัสบ่อยครั้ง ตลอดจนการทำความสะอาดภายในห้องโดยสารก่อนส่งมอบหลังเสร็จสิ้นการซ่อมบำรุง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าทุกท่านจะมีความปลอดภัยและมีสุขภาพที่ดีเมื่อมาใช้บริการที่โชว์รูมและศูนย์บริการ มิตซูบิชิ ทั่วประเทศ บริษัท มิตซูขอนแก่นยนต์ไพบูลย์ จำกัด (สาขาน้ำพอง) พร้อมให้บริการแก่ลูกค้าทุกท่านด้วยบรรยากาศที่ยอดเยี่ยม ครบครันด้วยอุปกรณ์และเครื่องมือที่ทันสมัย โดยภายในศูนย์บริการฯ แห่งใหม่นี้ยังตกแต่งด้วยดีไซน์ใหม่ภายใต้แนวคิดกลยุทธ์แบรนด์ระดับโลก ‘Drive your Ambition’ ที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลกของ มิตซูบิชิมอเตอร์ส มั่นใจยิ่งขึ้น ด้วยการดูแลจากเจ้าหน้าที่ผู้มีประสบการณ์สูงจำนวน 10 ท่านที่ได้ผ่านการฝึกอบรมตามมาตรฐานของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่พร้อมส่งมอบการบริการที่ดีที่สุด รวมทั้งการให้คำแนะนำสำหรับการซื้อรถยนต์มิตซูบิชิ คันใหม่ และการซ่อมบำรุงรถยนต์ มิตซูบิชิ คันปัจจุบันให้แก่ลูกค้าทุกท่าน และในปี 2564 ที่ผ่านมา มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย สามารถคว้า 2 รางวัลอันทรงเกียรติจากเวทีการประกวดธุรกิจยานยนต์ยอดนิยมประจำปี 2564 หรือ TAQA Awards 2021 ได้แก่ รางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยมด้านบริการหลังการขาย ประเภทรถยนต์นั่งส่วนบุคคล และ รางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยม ด้านบริการหลังการขายประเภทรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ขนาด 1 ตัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า เพื่อส่งมอบการบริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าของเราอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย สามารถคว้ารางวัลอันทรงเกียรตินี้เป็นปีที่ 2 ติดต่อกันแล้ว ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นถึงความพึงพอใจของลูกค้าที่มีต่อบริการหลังการขายของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้อย่างดีเยี่ยม บริษัท มิตซูขอนแก่นยนต์ไพบูลย์ จำกัด (สาขาน้ำพอง) ตั้งอยู่ที่เลขที่ 256 หมู่ 7 ตำบลม่วงหวาน อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น 40140 โทร. 0-4300-0088
Category: Social
บริษัทที่น่าทำงานมากที่สุดในเอเชียปี 2021
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้รับรางวัล “บริษัทที่น่าทำงานมากที่สุดในเอเชียปี 2021” (Best Companies to Work For in Asia 2021) จาก HR Asia ซึ่งมอบรางวัลนี้ให้กับองค์กรที่น่าทำงานมากที่สุดในเอเชีย ซึ่งมีบริษัทในประเทศไทยได้รับรางวัลนี้รวมทั้งหมด 52 แห่ง โดยเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทยเป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจในอุตสาหกรรมยานยนต์เพียงรายเดียวที่ได้รับรางวัลนี้ในปีนี้ มร.โรลันด์ โฟล์เกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เมอร์เซเดส-เบนซ์ถือว่าได้รับเกียรติอย่างสูงที่บริษัทของเราได้รับรางวัลนี้ รางวัลนี้เป็นรางวัลที่มอบให้กับพนักงานของเราทุกคนและผมอยากขอบคุณพนักงานของเราและทีมงานฝ่ายบุคคลสำหรับการอุทิศตนและความพยายามอย่างเต็มที่สำหรับการทำงานให้ออกมาดีที่สุดภายใต้สถานการณ์ที่มีความท้าทาย ผมเชื่อว่าการให้ความสำคัญต่อการรักษาสุขภาพกายและใจให้แข็งแรงอยู่เสมอสำหรับพนักงานเมอร์เซเดส-เบนซ์คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้เราสามารถบรรลุผลสำเร็จภายใต้วิสัยทัศน์ของเราได้ เพราะการทำงานที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทยนั้น พนักงานทุกคนร่วมกันทำงานด้วยความมุ่งมั่นตรงตามสโลแกนที่ว่า “The Best or Nothing” เสมอ และเราจะยังคงมุ่งมั่นต่อการสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ทั้งให้แรงบันดาลใจและมีความปลอดภัย บนเส้นทางสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนต่อไป” อนึ่ง รางวัล “บริษัทที่น่าทำงานมากที่สุดในเอเชียปี 2021” (Best Companies to Work For in Asia 2021) จาก HR Asia เป็นรางวัลที่มอบให้กับองค์กรที่น่าทำงานมากที่สุดในเอเชีย โดยพิจารณาจากการบริหารจัดการภายในองค์กรที่ดี การเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วม การดูแลเอาใจใส่และสร้างบรรยากาศที่เหมาะสมในการทำงาน และการส่งเสริมวัฒนธรรมการทำงานเป็นทีม โดยในปีนี้มีองค์กรไทยที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมเพื่อพิจารณาการมอบรางวัลกว่า 269 แห่ง ทั้งนี้ เหตุผลสำคัญที่ทำให้เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทยได้รับรางวัลนี้ในปีนี้มีหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการที่พนักงานได้รับการสนับสนุนให้สามารถบริหารสมดุลการทำงานและการใช้ชีวิตได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะการให้ชั่วโมงการทำงานที่ยืดหยุ่น และการให้วันลาหยุดพิเศษ (sabbatical leave) และวันลาหยุดประจำปีมากถึง 22 วันต่อปี การมอบสวัสดิการที่ดีแก่พนักงานเพื่อดูและสุขภาพและความเป็นอยู่ของพนักงานให้มีความปลอดภัยและทำให้สบายใจที่จะทำงานอย่างเต็มที่ การสนับสนุนเรื่องความหลากหลาย (diversity & inclusion) และกระตุ้นให้พนักงานมีความคิดสร้างสรรค์ในการนำเสนอสินค้าและบริการแก่ลูกค้าอย่างดีที่สุด ตลอดจนการตอบแทนคืนสู่สังคมและชุมชน ผ่านโครงการ CSR ด้านการศึกษาหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะการเป็นพันธมิตรระยะยาวที่ให้ความช่วยเหลือโรงเรียนเยาววิทย์ จังหวัดพังงา ที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 16 ปี และการสนับสนุนการฝึกอาชีพแก่คนรุ่นใหม่ โดยให้พนักงานของบริษัทได้เข้ามามีส่วนร่วมในทุกโครงการ
ฮอนด้า ชวนลูกค้าเข้ารับบริการ
เพื่อรับสิทธิ์ลดหย่อนภาษี โครงการ “ช้อปดีมีคืน 2565” ณ โชว์รูมและศูนย์บริการทั่วประเทศ 229 แห่ง ตั้งแต่ 1 ม.ค.- 15 ก.พ. 2565 บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) ชวนลูกค้าฮอนด้าเข้ารับบริการเพื่อรับสิทธิ์ลดหย่อนภาษี โครงการ“ช้อปดีมีคืน 2565” ณ โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้า 229 แห่งทั่วประเทศ โดยลูกค้าสามารถนำใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบจากยอดค่าใช้จ่ายจริง สูงสุด 30,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 15 กุมภาพันธ์ 2565 มาใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีภาษี 2565 ซึ่งค่าใช้จ่ายงานบริการที่เข้าร่วมเงื่อนไขในโครงการ “ช้อปดีมีคืน”* ได้แก่ งานตรวจเช็กตามระยะทาง (PM) งานซ่อมทั่วไป (GR) และงานซ่อมตัวถังและสี (BP) ประเภทลูกค้าเป็นผู้ชำระเงิน รวมถึงค่าใช้จ่ายในการซื้อชุดอุปกรณ์ตกแต่งที่โชว์รูมและศูนย์บริการอีกด้วย ลูกค้าสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ หรือศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง (Honda Call Center) โทร. 0 2341 7777 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมของการบริการต่าง ๆ และเลือกการบริการที่ใช่สำหรับคุณได้ที่ www.honda.co.th/service
อุตสาหกรรมญี่ปุ่น เยี่ยมโตโยต้าไทย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรมญี่ปุ่น นายโคอิจิ ฮากิอูดะ เข้าเยี่ยมชมการดำเนินงาน ณ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด คณะผู้บริหารระดับสูงของ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ให้การต้อนรับ มร. โคอิจิ ฮากิอูดะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรมญี่ปุ่น และ มร. นาชิดะ คาสุยะ เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งญี่ปุ่นประจำราชอาณาจักรไทย ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานของ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ณ สำนักงานใหญ่โรงงานโตโยต้า สำโรง การเยี่ยมชมการดำเนินงาน ณฯ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ของ กระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรมญี่ปุ่น ในครั้งนี้ ถือเป็นกิจกรรมเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นตลอดจนเป็นการสนับสนุนในด้านการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ ซึ่งประเทศไทยนั้นถือได้ว่าเป็นหนึ่งในฐานการผลิตที่สำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก โดยมีบริษัทและหลากหลายองค์กรจากประเทศญี่ปุ่นเป็นภาคส่วนสำคัญในการพัฒนาและผลักดันภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน โดยนอกจากกิจกรรมการเยี่ยมชมกระบวนการผลิตรถยนต์ของ บริษัท โตโยต้าฯ แล้ว คณะผู้บริหารของโตโยต้า นำโดย นายโนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ได้ให้ข้อมูลในด้านแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯโดยกล่าวว่า “ปี 2565 นี้ นับเป็นวาระสำคัญของบริษัทฯ ในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยครบรอบ 60 ปี นอกเหนือจากการดำเนินงานในด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ เรายังพัฒนาทรัพยากรบุคคลและสิ่งแวดล้อมเพื่อขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืน เรายินดีและพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ต่อนโยบายของภาครัฐ ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรและทุกภาคส่วนที่มีแนวคิดตรงกันเพื่อร่วมกันผลักดันให้บรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนโดยเร็วที่สุดด้วยการแนะนำเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าหลากหลายรูปแบบเข้าสู่ประเทศไทย”
“SKILL DRIVING JUNIOR”
การร่วมมือกับ “THE MALL” ของงาน “SKILL DRIVING JUNIOR” จัดการเรียนรู้ ฝึกวินัยจราจรให้เด็ก และเยาวชน โดย คุณชไมพร ปภัสร์พงษ์ ผู้อำนวยการโครงการ ขับเป็น…ขับปลอดภัย กับ สื่อสากล ร่วมงาน “THE MALL KIDS FUNTASIA : KIDDO HERO” โดยจัดกิจกรรม“โตไป…ขับเป็น”(SKILL DRIVING EXPERIENCE JUNIOR) อบรมวินัยจราจรแก่เด็ก และเยาวชน ขับขี่ในถนนจำลองที่ปลอดภัย ณ MCC HALL THE MALL บางกะปิ สัปดาห์ที่ผ่านมา
“MOTOR EXPO”จับรางวัลใหญ่ รถยนต์ 3 คัน บิกไบค์ 1 คัน
คุณขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์” พร้อมด้วยผู้แทนค่ายรถยนต์ รถจักรยานยนต์รวมถึงสักขีพยานจาก สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย ร่วมงานจับรางวัล จากกิจกรรมคืนกำไรให้ผู้ชมงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38” MOTOR EXPO 2021 ซื้อรถ…ชิงรถ / ซื้อบัตร…ชิงรถ / ซื้อสินค้า…ชิงรถ / ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์ และชม Motor Expo Online ชิงรางวัล ณ ห้องจูปิเตอร์ 4-6 IMPACT เมืองทองธานี วันที่ 19 มกราคม ที่ผ่านมา สำหรับรายชื่อผู้โชคดีที่ผ่านการตรวจสอบว่าปฏิบัติตามกฎกติกาของการชิงรางวัล จะประกาศทางwww.motorexpo.co.th, www.autoinfo.co.th, Line @motorexpo ในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 และทางนิตยสาร ฟอร์มูลา, 4 WHEELS ฉบับประจำเดือนเมษายน 2565 พบกับงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39” วันที่ 1-12 ธันวาคม 2565 ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ติดตามข้อมูล MOTOR EXPO ได้ทาง www.motorexpo.co.th, FB : MotorExpo, IG : Motorexpoth, Youtube : IMCOnlineTH, Line : Motorexpo และ Twitter : MotorExpoTH
ฮอนด้า คว้าอันดับ 1 ตลาดรถยนต์นั่ง
บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศผลการดำเนินงานประจำปี 2564 สามารถครองอันดับ 1 ตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลปี 2564 ในประเทศไทย (มกราคม – ธันวาคม 2564) ด้วยยอดจำหน่ายสะสมรวม 88,692 คัน ครองส่วนแบ่งทางการตลาด 27.9% และครองอันดับ 1 ต่อเนื่องอีกปี อีกทั้งเป็นผู้นำใน 4 เซกเมนต์หลัก ตอกย้ำการเป็นแบรนด์ยอดนิยมในประเทศไทย พร้อมเดินหน้าสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าด้วยการยกระดับการบริการหลังการขายที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ภายใต้มาตรฐานเดียวกันจากโชว์รูมและศูนย์บริการ 229 แห่งทั่วประเทศ มร.โนริยุกิ ทาคาคุระ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า “ฮอนด้าขอขอบคุณลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจในแบรนด์ฮอนด้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปี 2564 ที่ผ่านมานับเป็นอีกปีที่ท้าทายสำหรับการทำงานในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เรา ต้องปรับเปลี่ยนการทำงาน ให้สอดคล้องและทันกับสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา เพื่อตอบสนองความต้องการ และพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป ด้วยความมุ่งมั่นและทุ่มเทในการทำงานของฮอนด้า ผู้จำหน่าย และทุกภาคส่วนที่ให้การสนับสนุนฮอนด้า ส่งผลให้เราได้รับความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากลูกค้าทั่วประเทศ ด้วยยอดจำหน่ายสะสม 88,692 คัน ครองส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับหนึ่งด้วยสัดส่วนถึง 27.9% ซึ่งในปี 2565 คาดว่าการแพร่ระบาดของ โควิด-19 และเศรษฐกิจจะมีแนวโน้มในทิศทางที่ดีขึ้น ฮอนด้าก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน และหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนที่ดีเช่นนี้ต่อไป” ฮอนด้าสามารถครองอันดับ 1 ใน 4 เซกเมนต์หลัก ได้แก่ 1.กลุ่มรถยนต์ซับคอมแพคท์และอีโค ซับคอมแพคท์ ซีดาน (B and B-Eco Sedan segments) ยอดจำหน่ายสะสม23,490 คัน คิดเป็น 28.2% •ฮอนด้า ซิตี้ เทอร์โบ ยอดจำหน่ายสะสม 21,221 คัน •ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ยอดจำหน่ายสะสม 2,269 คัน 2.กลุ่มรถยนต์ซับคอมแพคท์และอีโค ซับคอมแพคท์ ซีดานและแฮทช์แบ็ก (B and B-Eco Sedan and Hatchback segments) ยอดจำหน่ายสะสม 47,962 คัน คิดเป็น 29.8% •ฮอนด้า ซิตี้ ซีรีส์ ยอดจำหน่ายสะสม 47,962 คัน 3.กลุ่มรถยนต์คอมแพคท์ (C-segment) ยอดจำหน่ายสะสม 16,092 คัน คิดเป็น 65.9% •ฮอนด้า ซีวิค ยังครองความเป็นผู้นำอย่างต่อเนื่อง ยอดจำหน่ายสะสม 14,755 คัน •ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก ยอดจำหน่ายสะสม 1,337 คัน 4.กลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ (L-SUV segment) ยอดจำหน่ายสะสม 4,938 คัน คิดเป็น 45.7% •ฮอนด้า ซีอาร์-วี ยอดจำหน่ายสะสม 4,938 คัน ในปีที่ผ่านมา ฮอนด้าได้นำเสนอระบบการขับขี่ที่ชาญฉลาดและทรงพลังให้กับลูกค้าชาวไทย ด้วยยนตรกรรม ฟูลไฮบริด อี:เอชอีวี ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ซึ่งครอบคลุม ในหลากหลายเซกเมนต์ ได้แก่ ฮอนด้า เอชอาร์–วี อี:เอชอีวี ใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายปีที่แล้ว รวมทั้ง ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก อี:เอชอีวี และ ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ส่งผลให้ ยนตรกรรมอี:เอชอีวี ฟูลไฮบริด ได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้น โดยสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ ทั้งด้านสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังที่มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัย และให้อัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม สำหรับการดำเนินงานในปี 2565 ฮอนด้าจะยังคงเดินหน้าสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ด้วยการสร้างสรรค์และพัฒนายนตรกรรมคุณภาพที่ล้ำสมัยที่พร้อมด้วยเทคโนโลยีการขับเคลื่อนและความปลอดภัย โดยมุ่งไปสู่สังคมปลอดมลพิษและสร้างสังคมปลอดอุบัติเหตุ ตามเป้าหมายปี 2593 รวมทั้งยกระดับการบริการหลังการขาย ที่เพิ่มความสะดวกสบายและอุ่นใจในการใช้บริการแบบครบวงจรภายใต้มาตรฐานเดียวกันจากโชว์รูมและศูนย์บริการทั้ง 229 แห่งทั่วประเทศ พร้อมตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้า ด้วยทีมงานที่เชี่ยวชาญและมากประสบการณ์ อีกทั้งแพ็กเกจบริการต่างๆ เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจในผลิตภัณฑ์และการบริการของฮอนด้า
โตโยต้ารับรางวัล
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด โดยคณะผู้บริหารฯ คุณสุรักษ์ พานิชย์เจริญรักษาการณ์ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารการตลาดและประชาสัมพันธ์ และ คุณชนินทร์ ชุมภู รักษาการณ์ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดเพื่อการพาณิชย์ เข้ารับรางวัล “ธุรกิจยานยนต์ยอดนิยมแห่งปี 2564” หรือ TAQA: Thailand Automotive Quality Award 2021 จาก คุณภานุวัฒน์ ตรียางกูรศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในปี 2564 โตโยต้าได้รับรางวัล “ธุรกิจยานยนต์ยอดนิยมแห่งปี 2564” ทั้งหมด 2 รางวัลดังนี้ รางวัล “ธุรกิจยานยนต์ยอดนิยม” ด้านภาพลักษณ์ (Outstanding Brand Image) ประเภทบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือ (Trusted Brand) ประเภทบริการหลังการขายดีเด่น (Good After Sales Service) จากความมุ่งมั่นในการสร้าง “ยนตรกรรมที่ดียิ่งกว่า” (Ever-better Cars) การเน้นย้ำคุณภาพการผลิตให้ได้มาตรฐานระดับโลก รวมถึงการปรับปรุงด้านการขายและการบริการหลังการขาย เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ในการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส ตั้งอยู่บนหลักธรรมา ภิบาลพร้อมมุ่งมั่นในการร่วมพัฒนาสังคมไทยผ่านหลากหลายกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง เช่น การผลิตรถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การจัดทำโครงการต่างๆด้านสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังมีกิจกรรมด้านความปลอดภัยบนท้องถนน ตลอดจนการแบ่งปันความรู้เพื่อปรับปรุงและพัฒนาธุรกิจชุมชนทั่วประเทศ โดยบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด มีความภาคภูมิใจที่ได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการตัดสินรางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยมแห่งปี 2564 ให้ได้รับรางวัล 2 รางวัล นำมาซึ่งความภาคภูมิใจในการ คงความเป็นองค์กรที่มุ่งพัฒนาให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยและสังคมไทยเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน” รางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยม TAQA เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 โดยความร่วมมือของหน่วยงานหลัก 4 หน่วยงาน ประกอบด้วย สถาบันยานยนต์ บริษัท คัสต้อมเอเซีย จำกัด หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ และบริษัท สื่อสากล จำกัด รางวัลนี้สะท้อนความสำเร็จในการผลิต การให้บริการลูกค้าและการตลาดเป็นสำคัญ เนื่องจากเป็นผลจากการสำรวจความพึงพอใจของผู้บริโภคโดยตรงต่อผลิตภัณฑ์ การขาย และการบริการหลังการขาย เพื่อยกระดับคุณภาพของสินค้าและบริการในธุรกิจยานยนต์ และพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ ของประเทศ ทั้งนี้ รางวัลต่างๆเหล่านี้ ถือเป็นพลังผลักดันสำคัญที่ทำให้โตโยต้ายังคงพยายามทุ่มเท ในการที่จะพัฒนาให้เกิดมาตรฐานสูงสุดในทุกด้าน ทั้งด้านผลิตภัณฑ์และการบริการ เพื่อนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดเหนือความคาดหมายให้กับลูกค้าทุกท่านตลอดมา
ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่
บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ขอบคุณพลังความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากลูกค้าประกาศความสำเร็จยอดจอง ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่ ได้รับกระแสตอบรับดีเยี่ยม กวาดยอดจองทั่วประเทศแล้วกว่า 6,500 คัน หลังจากการประกาศราคาและเปิดจำหน่ายอย่างเป็นทางการเพียง 1 เดือน ตอกย้ำการเป็นสปอร์ตพรีเมียมเอสยูวีที่สมบูรณ์แบบสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง ด้วยเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดe:HEV ที่มอบสมรรถนะการขับขี่อันทรงพลังและประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม และเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะฮอนด้า เซนส์ซิ่ง ในทุกรุ่นย่อย พร้อมขับเคลื่อนความสำเร็จในฐานะผู้นำตลาดเอสยูวีในประเทศไทย กระแสตอบรับจากลูกค้าที่ท่วมท้นและความสำเร็จของ ฮอนด้า เอชอาร์–วี อี:เอชอีวี ใหม่ สะท้อนให้เห็นถึง การเป็นรถเอสยูวีที่ตอบโจทย์ความต้องการของทุกคนอย่างแท้จริงในทุกด้าน ทั้งดีไซน์ที่ลงตัวกับ ความอเนกประสงค์ สมรรถนะการขับขี่ Full Hybrid ที่ทรงพลังและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับพรีเมียม ผสานด้วยฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน อีกทั้งยังเป็นการตอกย้ำถึงความเชื่อมั่น และความไว้วางใจที่ลูกค้ามีต่อฮอนด้า ในฐานะแบรนด์ที่สร้างสรรค์ยนตรกรรมคุณภาพ และบริการหลังการขาย ที่ได้มาตรฐานและครบวงจร ด้วยโชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าที่ครอบคลุมทั่วประเทศกว่า 229 แห่ง ฮอนด้า เอชอาร์–วี อี:เอชอีวี ใหม่ ขับเคลื่อนด้วยระบบฟูลไฮบริด e:HEV ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกัน ของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว มอบสมรรถนะการขับขี่ที่สนุก ทรงพลัง ตอบสนองทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน–เมตรประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 25.6 กม./ลิตร พร้อมทั้งสามารถเลือกโหมดการขับขี่ได้อย่างง่ายดายตามความต้องการผ่านสวิตช์ฟังก์ชัน Drive Mode โดยทุกรุ่นย่อยมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง(Honda SENSING) โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ความอเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน กับเบาะนั่งด้านหลังที่ปรับพับได้เรียบและได้หลายรูปแบบ ครบครันด้วยฟังก์ชันการใช้งานล้ำสมัยสไตล์รถเอสยูวี อาทิ ฝากระโปรงท้ายไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี พร้อมระบบปิดอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Hands-free Power Tailgate with Walk Away Close) อีกทั้งเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยและเทคโนโลยี เพื่อการขับขี่ อาทิ ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (Hill Descent Control: HDC) ดีไซน์ภายนอกสไตล์สปอร์ต Fastback สะกดทุกสายตา ยกระดับความสปอร์ตอีกขั้นกับรุ่น RS ในดีไซน์สปอร์ตเอกซ์คลูซีฟ รอบคัน ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบายพร้อมเสริมความมั่นใจในทุกเส้นทางด้วยการรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ลูกค้าที่สนใจสามารถเป็นเจ้าของ ฮอนด้า เอชอาร์–วี อี:เอชอีวี ใหม่ กับข้อเสนอ ดอกเบี้ย 2.59%* ฟรีประกันภัย 1 ปี พร้อมรับฟรีหน้ากากฟอกอากาศ LG PuriCare Gen 2 สีขาว พร้อมสายรัดหน้ากากฟอกอากาศมูลค่ารวม 7,080 บาท อีกทั้งแคมเปญพิเศษด้านการบริการ* ได้แก่ โปรแกรมการให้บริการพิเศษด้านคุณภาพรถยนต์ ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ (Honda Ultimate Care) ขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่โดยเพิ่มระยะเวลาอีก 2 ปี หรือระยะทาง 40,000 กิโลเมตร ต่อจากระยะเวลาหรือระยะทางการรับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่ 3 ปี หรือ100,000 กิโลเมตรแรกสิ้นสุดลง รวมสูงสุด 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง (Honda 24hr Roadside Assistance) อีกทั้งฟรีค่าแรงในการเช็กระยะเป็นเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน2564 เป็นต้นไป สัมผัสกับ ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่ หรือสอบถามข้อมูลและข้อเสนอพิเศษเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือแชทกับที่ปรึกษาการขายทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777 หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่www.honda.co.th/hrvehev ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถทดสอบสมรรถนะได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ
ร่วมสร้างสังคมคนขับรถดี – กระตุ้นภูมิขับดี ด้วยวินัย และน้ำใจ
โตโยต้าถนนสีขาว ร่วมสร้างสังคมคนขับรถดี รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ผ่านแนวคิด“กระตุ้นภูมิขับดี ด้วยวินัย น้ำใจ” และการจัดกิจกรรม #ขับดีได้ดี พร้อมส่งมอบความสุขให้คนไทย ผ่านการตรวจเช็กรถฟรี 24 รายการ ในเทศกาลปีใหม่ 2565 โครงการโตโยต้าถนนสีขาว โดย บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด รณรงค์ขับขี่ปลอดภัยในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565 ภายใต้แนวคิด “ร่วมสร้างสังคมคนขับรถดี – กระตุ้นภูมิขับดี ด้วยวินัย และน้ำใจ” เน้นย้ำให้ คนไทยเดินทางท่องเที่ยวอย่างปลอดภัย มีวินัย และน้ำใจ ตลอดการเดินทาง พร้อมส่งมอบความมั่นใจ ทั้งก่อนและหลังการเดินทางให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน ด้วยการให้บริการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในห้องโดยสาร และตรวจเช็กสภาพรถยนต์ฟรี 24 รายการ (ไม่จำกัดยี่ห้อรถยนต์) ที่ศูนย์บริการ ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ นอกจากนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมการขับรถดี อันจะนำไปสู่ความสุขและความปลอดภัยบนท้องถนน โตโยต้า ได้จัดกิจกรรม #ขับดีได้ดี โดยการร่วมแชร์ภาพการขับรถดีผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย เพื่อลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษต้อนรับเทศกาลปีใหม่2565 อีกด้วย หลังจากการผ่อนคลายมาตรการโควิด 19 ของรัฐบาล บริษัทฯ มีความตั้งใจ ในการรณรงค์ความปลอดภัยบนท้องถนน ผ่านการกระตุ้นให้ผู้ใช้รถใช้ถนนกลับมาตระหนักถึงเรื่องการขับขี่อย่างมีวินัย และน้ำใจ ผ่านแนวทางการสื่อสาร “ร่วมสร้างสังคมคนขับรถดี – กระตุ้นภูมิขับดี ด้วยวินัย และน้ำใจ“ มุ่งเน้นให้ผู้ใช้รถใช้ถนน เคารพกฎวินัยจราจร และแบ่งปันน้ำใจให้กับเพื่อนร่วมทาง เพื่อลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาล ตลอดจนเป็น การเน้นย้ำให้ประชาชนตระหนักถึงการท่องเที่ยวแบบรักษาระยะห่าง ระหว่างบุคคลและรถยนต์ ไม่ขับกระชั้นชิด เพื่อความปลอดภัยทั้งคนทั้งรถ ตามแนวทางของรัฐบาล นอกจากนี้ เพื่อเป็นการส่งมอบความสุขและ ความปลอดภัยบนท้องถนนตลอดช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565 โตโยต้า ยังได้จัดกิจกรรม “ขับดีได้ดี” โดยการเชิญชวนผู้ใช้รถใช้ถนนมาร่วมแชร์ภาพการขับรถดี ผ่านสื่อโซเชียลมีเดียของตนเอง พร้อมติดแฮชแท็ก #ขับดีได้ดี เพื่อลุ้นรับของรางวัล E-Voucher Shopee มูลค่า 200 บาท/รางวัล รวมมูลค่าทั้งสิ้น 48,000 บาทตลอดระยะเวลากิจกรรม โดยบริษัทฯ จะทำการคัดเลือกผู้ที่ได้รับรางวัลจำนวน 60 รางวัล ต่อเดือน โดยตัดสินจากรูปแบบการนำเสนอรูปภาพ และการเขียนที่มีความน่าสนใจ ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ในระหว่างวันที่ 10 ธันวาคม 2564 – 31 มีนาคม 2565 ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้การเดินทางท่องเที่ยวเป็นไปอย่างปลอดภัยตลอดเส้นทาง บริษัทฯพร้อมด้วยผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ จึงได้มีการให้บริการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในห้องโดยสาร และตรวจเช็กสภาพรถยนต์ฟรี 24 รายการ ในช่วงเทศกาลท่องเที่ยวปีใหม่ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรถยนต์ ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ และป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถนำรถยนต์ไปตรวจเช็กได้ตั้งแต่วันนี้ โดยมีรายการตรวจเช็ก 24 รายการ ดังนี้ 1. ตรวจเสียงเครื่องยนต์ขณะสตาร์ท 2. ที่ปัดน้ำฝน/น้ำล้างกระจก 3. ยางกันฝุ่นเพลาขับ 4. ลูกปืนล้อ 5. ลูกหมากปีกนก 6. สภาพยางรถยนต์ 7. สายพานต่างๆ 8. ไส้กรองอากาศเครื่องยนต์ 9. รอยรั่วและความผิดปกติของท่อทางน้ำ 10. รอยรั่วและความผิตปกติของพวงมาลัยพาวเวอร์ 11. รอยรั่วและความผิดปกติของหม้อน้ำ 12. รอยรั่วและความผิดปกติของเกียร์ 13. รอยรั่วและความผิดปกติของเครื่องยนต์ 14. ระบบฟรีแป้นเหยียบ/คลัตช์/เบรกมือ 15. ระบบไฟส่องสว่าง/แตร 16. ระบบเครื่องปรับอากาศ พัดลม และน้ำยา 17. ระดับน้ำมันพาวเวอร์ 18. ระดับน้ำมันเกียร์ 19. ระดับน้ำมันเครื่อง 20. ระดับน้ำมันเบรก 21. ระดับน้ำในถังสำรอง/ระดับน้ำยาหล่อเย็น 22. เข็มขัดนิรภัย 23. แบตเตอรี่/ระดับน้ำกลั่น 24. โช้คอัพหน้าหลัง > ระดับน้ำมันเฟืองท้าย (เพิ่มเติม เฉพาะรถที่มีอุปกรณ์ดังกล่าว) > ระดับน้ำมันทรานเฟอร์ (เพิ่มเติม เฉพาะรถที่มีอุปกรณ์ดังกล่าว) โตโยต้า ขอเชิญชวนทุกท่านมาเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมสร้างสังคมคนขับรถดี ผ่านการรณรงค์และประชาสัมพันธ์ การขับขี่อย่างปลอดภัย มีวินัย เคารพกฎจราจร รวมถึงร่วมแบ่งปันน้ำใจให้กับเพื่อนร่วมทาง “ร่วมสร้างสังคมคนขับรถดี – กระตุ้นภูมิขับดี ด้วยวินัย และน้ำใจ” ให้ทุกคนเดินทางท่องเที่ยวอย่างปลอดภัย เพื่อขับเคลื่อนความสุขในการใช้รถใช้ถนนให้แก่คนไทยทุกคนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565
