บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดหนัก จัดเต็ม ส่งโปรโมชั่นสุดยิ่งใหญ่ “BRIDGESTONE เปลี่ยนยางขอบใหญ่ จัดให้ล้นถัง” ตอบแทนลูกค้าที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ราคาน้ำมันแพง เมื่อลูกค้าเปลี่ยนยางบริดจสโตนทุกรุ่นที่ร่วมรายการ ขอบ 17 นิ้วขึ้นไป ทุก 4 เส้น และลงทะเบียนรับประกันยาง จะได้รับสิทธิ์ร่วมชิงโชค 1 สิทธิ์ เพื่อลุ้นรับรางวัล บัตรเติมน้ำมัน ปตท มูลค่าสูงสุด 100,000 บาท ทุกๆ 2 เดือน รวมมูลค่า 1,050,000 บาท* ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 พฤศจิกายน 2565 เมื่อลูกค้าซื้อและเปลี่ยนยางพร้อมลงทะเบียนรับประกันยางผ่านช่องทาง https://bridgestoneth.com เพื่อรับสิทธิ์ร่วมชิงโชคลุ้นรับรางวัล โดยมีกำหนดในการจับรางวัลทุกๆ 2 เดือน ทั้งหมด 3 ครั้ง สำหรับการจับรางวัลในแต่ละครั้ง ได้แก่ รางวัลที่ 1 บัตรเติมน้ำมัน ปตท มูลค่า 100,000 บาท จำนวน 1 รางวัล รวมมูลค่า 100,000 บาท และรางวัลที่ 2 บัตรเติมน้ำมัน ปตท มูลค่า 5,000 บาท จำนวน 50 รางวัล รวมมูลค่า 250,000 บาท รวมจำนวนของรางวัลตลอดรายการ 153 รางวัล รวมมูลค่าทั้งสิ้น 1,050,000 บาท เงื่อนไขโปรโมชั่น: 1) ลูกค้าจะได้รับสิทธิ์ร่วมชิงโชคเพื่อลุ้นรับรางวัลบัตรเติมน้ำมัน ปตท รางวัลที่ 1 มูลค่า 100,000 บาท และรางวัลที่ 2 มูลค่า 5,000 บาท เมื่อซื้อและเปลี่ยนยางบริดจสโตนทุกรุ่นที่ร่วมรายการ ขอบ 17 นิ้วขึ้นไป ทุก 4 เส้น พร้อมลงทะเบียนรับประกันยาง และอัปโหลดใบเสร็จได้ถูกต้องครบถ้วน 2) ข้อมูลบนใบเสร็จต้องครบถ้วนสมบูรณ์ โดยมีรายละเอียด วันที่ใบเสร็จ, ชื่อร้านค้า, ชื่อ-นามสกุลลูกค้า, เบอร์โทรศัพท์มือถือ ทะเบียนรถ, รุ่นยาง, ขนาดยาง, จำนวนยาง และราคายาง 3) จำกัดจำนวนสิทธิ์ 1 สิทธิ์ ต่อ 1 ใบเสร็จ 4) จำกัดสิทธิ์ 153 สิทธิ์ ตลอดระยะเวลาโปรโมชั่น 5) ระยะเวลาโปรโมชั่นตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 พฤศจิกายน 2565 6) กำหนดการจับรางวัล ดังนี้ ครั้งที่ 1: จับรางวัลวันที่ 19 สิงหาคม 2565 เมื่อซื้อและเปลี่ยนยาง พร้อมลงทะเบียนรับประกันยาง ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน – 31 กรกฎาคม 2565 ประกาศผลผู้โชคดีภายในวันที่ 30 สิงหาคม 2565 ครั้งที่ 2: จับรางวัลวันที่ 19 ตุลาคม 2565 เมื่อซื้อและเปลี่ยนยาง พร้อมลงทะเบียนรับประกันยาง ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม – 30 กันยายน 2565 ประกาศผลผู้โชคดีภายในวันที่ 30 ตุลาคม 2565 ครั้งที่ 3: จับรางวัลวันที่ 19 ธันวาคม 2565 เมื่อซื้อและเปลี่ยนยาง พร้อมลงทะเบียนรับประกันยาง ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม – 30 พฤศจิกายน 2565 ประกาศผลผู้โชคดีภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2565 7) ประกาศผลผู้โชคดีผ่านทาง FACEBOOK Fanpage: Bridgestone Thailand และทางบริษัทฯ จะแจ้งผู้โชคดีทุกท่านผ่านทางโทรศัพท์ สำหรับเกณฑ์การตัดสิน และเงื่อนไขต่างๆ ของโปรโมชั่น เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.bridgestone.co.th หรือสอบถามได้ที่แผนกลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 02-636-1555
Category: Social
ยอดขาย ORA Good Cat เดือนพฤษภาคมสูงเป็นประวัติการณ์
เกรท วอลล์ มอเตอร์ เขย่าวงการยานยนต์ไฟฟ้าอีกครั้งในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาด้วยยอดขายของยนตรกรรมอัจฉริยะทั้ง 3 รุ่นที่มีจำหน่ายในประเทศไทยเป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น 1,132 คัน นำโดยเจ้าเหมียวไฟฟ้า 100% ขวัญใจผู้บริโภค ORA Good Cat ที่สร้างปรากฏการณ์ด้วยยอดขายและส่งมอบสูงที่สุดนับตั้งแต่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยถึง 508 คัน พร้อมยกกำลังความสำเร็จขึ้นไปอีกขั้นกับ All New HAVAL H6 Hybrid SUV ที่ยังคงยืนหนึ่งในตลาดคอมแพคเอสยูวี 5 เดือนติดต่อกัน โดยจนถึงปัจจุบัน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ส่งมอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าออกสู่ท้องถนนประเทศไทยไปแล้วกว่า 8,277 คัน สานต่อภารกิจในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าของไทย (xEV Leader) ที่มุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์ยานยนต์ซึ่งอัดแน่นด้วยนวัตกรรมล้ำสมัยเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์สังคมแห่งยานยนต์ไฟฟ้าที่ยั่งยืนในอนาคต ในปีที่ 2 ของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เกรท วอลล์ มอเตอร์ เดินหน้าอย่างแข็งแกร่งท่ามกลางการแข่งขันอันเข้มข้นของอุตสาหกรรมยานยนต์ การันตีด้วยความโดดเด่นของ ORA Good Cat ที่ได้เข้ามาปลุกกระแสความตื่นตัวของผู้บริโภคอย่างยิ่งใหญ่จนก้าวขึ้นเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 100% ทันทีตั้งแต่มีการส่งมอบ ซึ่งเกรท วอลล์ มอเตอร์ สามารถส่งมอบเจ้าเหมียวไฟฟ้าให้กับแฟนๆ ชาวไทยได้ถึง 508 คันในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงพฤษภาคม ORA Good Cat มียอดส่งมอบไปแล้วทั้งสิ้น 1,286 คัน โดยตั้งแต่เริ่มส่งมอบจวบจนถึงปัจจุบัน มีจำนวน ORA Good Cat วิ่งอยู่บนท้องถนนประเทศไทยกว่า 1,748 คัน และยังมียอดจองที่รอส่งมอบอีกกว่า 3,000 คัน โดยบริษัทฯ จะทำงานร่วมกับสำนักงานใหญ่ที่ประเทศจีนและพาร์ทเนอร์ทั่วประเทศ เพื่อทยอยส่งมอบเจ้าเหมียวไฟฟ้ารุ่นนี้ให้แก่ลูกค้าโดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังการประกาศลดภาษีสรรพสามิตของรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเป็นทางการจาก 8 เปอร์เซ็นต์เหลือ 2 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ผุ้บริโภคชาวไทยตื่นตัวและมีความต้องการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น สำหรับ All New HAVAL H6 Hybrid SUV สามารถยืนหยัดรั้งตำแหน่งผู้นำในกลุ่มรถยนต์คอมแพคเอสยูวีได้อย่างเหนียวแน่นติดต่อกัน 5 เดือนซ้อนในปีนี้ ด้วยยอดขายและส่งมอบในเดือนพฤษภาคมถึง 431 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 43.8 เปอร์เซนต์จากยอดขายรวมทั้งหมดในเซ็กเมนต์ 983 คัน โดยในปัจจุบัน เกรท วอลล์ มอเตอร์ได้ส่งมอบ All New HAVAL H6 Hybrid SUV ให้กับลูกค้าทั่วประเทศไปแล้วเป็นจำนวนทั้งสิ้น 4,504 คัน โดย 1,863 คันเป็นยอดขายและส่งมอบภายในปีนี้ ตอกย้ำความสำเร็จและสะท้อนถึงการตอบรับที่ดีเยี่ยมอย่างต่อเนื่องจากผู้บริโภค ในส่วนของเอสยูวีระดับพรีเมียม All New HAVAL JOLION Hybrid SUV เจ้าสิงโตอารมณ์ดีที่มาพร้อมนวัตกรรมยานยนต์อันล้ำสมัยและสมรรถนะโดดเด่นเหนือระดับรองรับไลฟ์สไตล์การขับขี่หลากหลายรูปแบบ ยังคงได้รับความสนใจจากลูกค้าชาวไทยด้วยยอดขายและส่งมอบในเดือนพฤษภาคมถึง 193 คัน รวมส่งมอบไปแล้วนับตั้งแต่เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมาเป็นจำนวนทั้งสิ้น 2,025 คัน โดยเป็นยอดขายและยอดส่งมอบภายในปี 2565 (มกราคม-พฤษภาคม) จำนวน 1,426 คัน คุณณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ความสำเร็จตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ นับตั้งแต่ก้าวแรกทีได้เข้ามาดำเนินธุรกิจอย่างเป็นทางการในประเทศไทยจนถึงปัจจุบันนี้เกิดจากความรัก ความไว้วางใจ และการสนับสนุนของแฟนๆ ชาวไทยที่ช่วยจุดประกายความมุ่งมั่นตลอดจนหล่อเลี้ยงความตั้งใจให้เราสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการคุณภาพรวมถึงสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องในทุกช่องทางทั้ง Online และ Offline เพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าของไทยได้อย่างแท้จริง โดยเราจะยังคงยึดมั่นแนวทางการดำเนินงานที่มีผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง(User-Centric) ด้วยการรับฟังเสียงของทุกคนอยู่เสมอเพื่อน้อมนำทุกความคิดเห็นมาต่อยอดและยกระดับความพึงพอใจของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น พร้อมกับขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ตลอดจนระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าของไทยให้แข็งแกร่งและมีมาตรฐานเทียบเท่าสากลตามนโยบายของภาครัฐที่ต้องการสร้างสังคมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างยั่งยืน” ทั้งนี้ เพื่อเป็นการตอกย้ำภารกิจในการส่งเสริมการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าไทยอย่างเป็นรูปธรรม เกรท วอลล์ มอเตอร์ เดินหน้ากลยุทธ์ด้านช่องทางการจัดจำหน่ายด้วยการขยาย GWM Store ทั้งที่เป็น Direct Store และPartner Store อย่างต่อเนื่องให้ครอบคลุมพื้นที่สำคัญๆ ทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและรองรับกับจำนวนลูกค้าที่เพิ่มสูงขึ้น ล่าสุด พร้อมให้บริการแล้วทั้งสิ้น 46 แห่ง แบ่งออกเป็น Direct Store 9 แห่ง และ Partner Store 37 แห่ง และมี Partner Store ที่อยุ่ในระหว่างการก่อสร้างอีก 25 แห่ง ซึ่งนอกจากจะช่วยให้ผู้บริโภคชาวไทยสามารถเข้าถึงรถยนต์พลังงานไฟฟ้าจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้สะดวกและง่ายดายยิ่งขึ้น ยังจะมีส่วนช่วยในการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่การเป็นสังคมยานยนต์ไฟฟ้าในท้ายที่สุดอีกด้วย นอกจากประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังคงมีผลงานที่น่าประทับใจในเวทีระดับโลกเช่นเดียวกัน โดยในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มียอดขายรถยนต์รวมทุกรุ่น 80,062 คัน เพิ่มขึ้น48.9% จากเดือนเมษายนที่ผ่านมา จำแนกรถยนต์จากแบรนด์ HAVAL จำนวน 41,748 คัน แบรนด์ ORA 10,768 คันและแบรนด์อื่นๆ รวม 27,546 คัน
โอมาคาเสะ คาร์
กลุ่มตรีเพชร โดย คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ กรรมการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “ จากการใส่ใจในการให้บริการคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบัน “โอมาคาเสะ คาร์” ได้รับความ “ไว้วางใจ” สามารถสร้างผลงานโดดเด่นได้จากปีที่แล้วโดยทำยอดขายได้เพิ่มขึ้น 131.7% จากลูกค้าทั่วทุกภูมิภาค โดยมีสาขาครอบคลุมพื้นที่ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวม 5 สาขา เราขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ไว้วางใจเลือกใช้บริการ “โอมาคาเสะ คาร์” เราจะยังคงยึดมั่นในการนำเสนอรถยนต์มือสองคุณภาพดีเกรดพรีเมี่ยมอย่างต่อเนื่อง มีประวัติการซ่อมบำรุงย้อนหลังที่สามารถตรวจสอบประวัติได้ รถทุกคันต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยโดยช่างผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ เพื่อส่งมอบบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ภาพรวมธุรกิจซื้อขายรถยนต์มือสองผ่านช่องทางออนไลน์ในประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ดังนั้นเพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการของ “โอมาคาเสะ คาร์” ในการรองรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเพิ่มช่องทางและสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าที่ต้องการเห็นรถจริงและทดลองขับจริงเราจึงตัดสินใจขยายสาขาใหม่เพิ่มอีก 1 สาขา ที่ อ. ปักธงชัย จ. นครราชสีมา ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพสามารถรองรับการเดินทางของลูกค้าได้จากหลากหลายเส้นทาง ด้วยพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 20 ไร่ พร้อมบริการส่งรถมือสองเกรดพรีเมี่ยมฟรีถึงหน้าบ้านทั่วภาคอีสาน เพื่อเพิ่มความสะดวกให้แก่ลูกค้าที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าวด้วย สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.omakasecar.com หรือ Facebook: Omakase Car Northeastern ภาคอีสาน”
ฟอร์ดยกระดับบริการลูกค้า
ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดตัวรถให้บริการเคลื่อนที่ (Mobile Service Vehicle – MSV) โฉมใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการลูกค้านอกสถานที่ได้หลากหลายยิ่งขึ้น เข้าถึงลูกค้าในพื้นที่ห่างไกลด้วยมาตรฐานเดียวกับศูนย์บริการ พร้อมเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้าด้วยบริการนัดหมายออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน FordPass™ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการมอบบริการแบบพร้อมเสมอ หรือ ‘Always-On’ คุณสันติ จิตพิชิตชัย ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้า ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวว่า “ฟอร์ดให้ความสำคัญอย่างมากกับการส่งมอบประสบการณ์ที่เป็นเลิศให้แก่ลูกค้า เราจึงได้พัฒนายกระดับรถให้บริการเคลื่อนที่ให้มีความทันสมัยและตอบโจทย์การให้บริการลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพและความหลากหลายในการให้บริการตามมาตรฐานฟอร์ด พร้อมทั้งมอบความสะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยการจองบริการและติดตามสถานะการให้บริการผ่านช่องทางออนไลน์ได้แบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชั่นฟอร์ดพาสบนสมาร์ทโฟน ซึ่งเป็นความตั้งใจของฟอร์ดในการดูแลลูกค้าแบบ ‘พร้อมเสมอ’ เพื่อให้ลูกค้าใช้ชีวิตได้ง่ายยิ่งขึ้น” ฟอร์ดได้พัฒนารถให้บริการเคลื่อนที่โดยนำรถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ มาติดตั้งตู้ที่กระบะท้ายพร้อมติดตั้งชั้นวางอะไหล่ แผงเครื่องมือและอุปกรณ์ และระบบไฮดรอลิก เพื่อให้รองรับงานบริการได้หลากหลายยิ่งขึ้นด้วยเครื่องมือมาตรฐานเดียวกับที่ศูนย์บริการ ได้แก่ การเช็คระยะ การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง การเปลี่ยนไส้กรองเครื่อง การเปลี่ยนไส้กรองอากาศ สลับยางถ่วงล้อ รวมถึงงานบำรุงดูแลรักษาทั่วไป อาทิ การเปลี่ยนแบตเตอรี่ การเปลี่ยนยางปัดน้ำฝน การเปลี่ยนหลอดไฟ การอัพเดตซอฟต์แวร์ โดยการออกแบบได้คำนึงถึงประสิทธิภาพในกระบวนการให้บริการของช่างเทคนิค เพื่อให้ส่งมอบรถให้กับลูกค้าได้เร็วยิ่งขึ้น ฟอร์ดได้เริ่มให้บริการรถบริการเคลื่อนที่โฉมใหมตั้งแต่เดือนมิถุนายน โดยในปีนี้จะมีรถบริการเคลื่อนที่โฉมใหม่รวม 109 คัน กระจายไปยังศูนย์บริการฟอร์ดเพื่อให้บริการลูกค้าครอบคลุมทั่วประเทศ นอกจากนี้ ฟอร์ดยังได้อำนวยความสะดวกให้แก่เจ้าของรถฟอร์ดด้วยการนัดหมายบริการรถให้บริการเคลื่อนที่ผ่านแอปพลิเคชัน ‘ฟอร์ดพาส’ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลที่จะช่วยให้ลูกค้ารถฟอร์ดสามารถทำการนัดหมายออนไลน์เพื่อรับบริการที่หลากหลายจากฟอร์ดผ่านสมาร์ทโฟนได้ง่ายๆ แค่ปลายนิ้วโดยไม่ต้องเดินทางไปที่ศูนย์บริการ ซึ่งลูกค้าฟอร์ดสามารถดาวน์โหลด ‘ฟอร์ดพาส’ ได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android โดยฟอร์ดยังมอบความอุ่นใจในการรับบริการด้วยบริการยืนยันตัวตนของช่างพร้อมตรวจสอบสถานะผ่านหน้าจอได้แบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชัน นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถติดต่อผู้จำหน่ายใกล้บ้านเพื่อนัดหมายใช้บริการรถให้บริการเคลื่อนได้ โดยนัดหมายล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน ลูกค้าสามารถค้นหาศูนย์บริการฟอร์ดที่ต้องการได้ที่https://www.ford.co.th/locate-a-dealer/ หรือแอดไลน์ของฟอร์ด ประเทศไทยได้ที่ LINE ID: @FordThailand
MG SUPERCHARGE
บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และบริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์ เอ็มจี ในประเทศไทย เพิ่มความสะดวกสบายของการใช้บริการสถานี MG SUPER CHARGE ด้วยฟังก์ชันใหม่ “PLUG AND CHARGE” ที่ช่วยให้การชาร์จรถง่ายมากขึ้น นำร่องให้บริการแล้วกว่า 35 แห่ง ในพื้นที่กรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ เตรียมอัพเกรดให้ครอบคลุมครบทุกสถานีชาร์จที่ล่าสุดมีจำนวน 153 แห่ง ทั่วประเทศไทย เพื่อรองรับกระแสรถยนต์ อีวี ในอนาคต สำหรับ “PLUG AND CHARGE” เป็นฟังก์ชันที่ให้ความสะดวกสบายกับลูกค้าเอ็มจีเพื่อลดขั้นตอนการใช้บริการสถานี MG SUPER CHARGE เพียง 3 ขั้นตอน ดังนี้ 1.ปลดหัวชาร์จออกจากตู้ MG SUPER CHARGE 2.เสียบหัวชาร์จเข้ากับตัวรถ ตู้ชาร์จจะตรวจสอบข้อมูลและเริ่มการชาร์จโดยอัตโนมัติ 3.เมื่อชาร์จเสร็จ หรือต้องการหยุดการทำงาน เพียงกดปุ่ม Stop บนหน้าจอ MG SUPER CHARGE และใส่Password* *สามารถตรวจสอบ Password ได้ใน i-SMART APP สำหรับลูกค้าที่เป็นเจ้าของรถ MG ZS EV และ MG EP ก็สามารถใช้งาน “PLUG AND CHARGE” ได้เพียงนำรถเข้าไปที่ศูนย์บริการเอ็มจี ทั่วประเทศ เพื่ออัพเดทฟังก์ชัน และเติมเงินใน MG WALLET ให้เพียงพอสำหรับการชาร์จ ปัจจุบันมีสถานี MG SUPER CHARGE ที่รองรับระบบแล้ว 35 แห่งในกรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ ในอนาคตทาง บริษัทฯ มีแผนอัพเกรดสถานีให้ครอบคลุมครบทุกสถานีภายในปีนี้ คุณพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ฟังก์ชัน “PLUG AND CHARGE” เป็นอีกหนึ่งฟังก์ชันความสะดวกสบายที่เราเพิ่มให้กับลูกค้าเอ็มจี เพราะเป้าหมายของเอ็มจีไม่ใช่เพียงแค่การขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเท่านั้น สิ่งที่เราทำมาโดยตลอดคือการสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าให้มีความแข็งแกร่ง ซึ่งสถานีชาร์จเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญ ล่าสุดได้มีการวางแผนผลักดันการขยายเครือข่ายสถานีชาร์จให้มีมากถึง 153 แห่ง ทั่วประเทศ จากการร่วมมือกับ ศูนย์บริการเอ็มจีทั่วประเทศไทย และสถานีบริการน้ำมันบางจาก โดยมีเป้าหมายหลักคือการมีสถานีชาร์จMG SUPERCHARGE ทุกๆ 150 กิโลเมตร นอกเหนือจากการเพิ่มจำนวนสถานีชาร์จแล้วการพัฒนาสถานีชาร์จให้ตอบโจทย์การใช้งานได้ดียิ่งขึ้น ก็เป็นเรื่องสำคัญที่เราไม่เคยมองข้าม ฟังก์ชัน “PLUG AND CHARGE” จึงเป็นอีกหนึ่งความสะดวกสบายที่พร้อมส่งมอบให้กับลูกค้าเอ็มจีโดยเฉพาะ” สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมของรถยนต์ สามารถติดต่อได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจีได้ที่ Website: www.mgcars.com Line: @MGThailand Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand Twitter: @mg_thailand Instagram: @mgthailand Youtube: MG Thailand TikTok: @mgthailand
อีซูซุรับรางวัลเกียรติยศ
รางวัล“แบรนด์น่าเชื่อถือสูงสุดแห่งปี” (Thailand’s Most Admired Brand) และรางวัลพิเศษ“Market Leader Brand Award” คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ กรรมการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด รับมอบรางวัล “แบรนด์รถปิกอัพที่น่าเชื่อถือสูงสุดประจำปี 2565” (Thailand’s Most Admired Brand 2022) ซึ่งเป็นผลจากการสำรวจและวิจัยความน่าเชื่อถือของแบรนด์ รวมถึงปัจจัยที่ทำให้เกิดการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคทั่วประเทศ โดยนิตยสาร BrandAge ซึ่ง “แบรนด์อีซูซุ” ได้รับคะแนนความน่าเชื่อถือเป็นอันดับ 1 ในหมวดยานยนต์ กลุ่มประเภทรถปิกอัพ นอกจากนี้ยังได้รับรางวัล“Market Leader Brand Award” ซึ่งเป็นการคัดเลือกแบรนด์ที่มีความโดดเด่นมากเป็นพิเศษ จากการดำเนินกิจกรรมทางการตลาดและการส่งเสริมการตลาด รวมถึงมีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดและเป็นผู้นำทางการตลาดอีกด้วย
“ไทยยามาฮ่า” ต้อนรับทัพนักบิด หลังแท็กทีมสู้ศึก ARRC ที่ มาเลเซีย
ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ พร้อมด้วยสื่อมวลชนให้การต้อนรับ นักบิดสังกัดยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ที่จัดทัพเข้าร่วมการชิงชัยในสนามที่ 2 ศึกเอเชีย โร้ด เรซซิ่ง 2022 ที่ เซปังฯ ก่อนจะเดินหน้าคว้าโพเดี้ยมและเก็บแต้มให้กับต้นสังกัด จากเรซสุดเข้มข้นเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังสร้างผลงานอันร้อนแรงในเกมนัดเปิดฤดูกาล ศึกเอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2022 ที่ สนามช้างฯ ดาวบิดสังกัดยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ได้บินไปร่วมการแข่งขันสนามที่ 2 ของฤดูกาล ที่ เซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 27-29 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดย “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ #24 บิดคว้าโพเดี้ยม รุ่น Asia Superbike 1000 cc จากการชิงชัยในเรซแรก รวมถึง “ตี” อนุภาพ ซามูล #500 ทีมเมทที่บิดตามเข้าเส้นชัยในอันดับ 5 ด้าน “โฟลท” รัฐพงษ์ วิไลโรจน์ #56 ซิ่งเข้าเส้นชัยด้วยอันดับ 9 ในคลาส Super Sport 600 cc ก่อนที่ “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ #24 และ “ตี” อนุภาพ ซามูล #500 จะบวกแต้มเพิ่มให้กับตนเองและต้นสังกัด ในคลาส Asia Superbike 1000 cc หลังบิดจบการแข่งขันด้วยอันดับ 5 และ 6 ในเรซที่ 2 ขณะที่ “โฟลท” รัฐพงษ์วิไลโรจน์ #56 บิดจบเกมด้วยอันดับ 11 ในรุ่น Super Sport 600 cc
“โตโยต้า ถนนสีขาว” รับรางวัล Prime Minister Road Safety Award
รางวัลที่ โตโยต้า ได้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 Prime Minister Road Safety Award ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างความปลอดภัยบนท้องถนน บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้รับการคัดเลือกให้เป็น “องค์กรที่มีผลงานดีเด่น ด้านความปลอดภัยทางถนน (Prime Minister Road Safety Award)” ประจำปี 2565 จากโครงการ “โตโยต้า ถนนสีขาว” โดยมี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นผู้มอบรางวัล ให้แก่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ประเทศไทย จำกัด โดยมี นายสุรภูมิ อุดมวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ เป็นตัวแทนรับมอบ ในงานสัมมนาวิชาการระดับชาติ เรื่อง ความปลอดภัยบนท้องถนน ครั้งที่ 15 “ทศวรรษใหม่ วิถีใหม่ ขับขี่ปลอดภัยต้องมาก่อน”เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2565 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร โครงการ “โตโยต้า ถนนสีขาว” เป็นหนึ่งในกิจกรรมหลักภายใต้นโยบายด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ที่ดำเนินงานต่อเนื่องมากว่า 34 ปี มีวัตถุประสงค์ใน การสร้างความปลอดภัยและลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ด้วยแนวคิดการสร้าง “สังคมคนขับรถดี” ผ่านการปลูกฝัง “วินัยและน้ำใจ” ในการขับขี่ ผ่านหลากหลายกิจกรรม อาทิ การจัดทำคู่มือและจัดอบรมหลักสูตรขับขี่ปลอดภัย (Toyota Mobility Driving) เพื่อถ่ายทอดความรู้และพัฒนาทักษะการขับขี่เพื่อนำไปสู่การลดจำนวนอุบัติเหตุอย่างเป็นรูปธรรมแก่ประชาชนทั่วไป การสร้างจิตสำนึกในการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัยแก่เด็กและเยาวชน การดำเนินโครงการToyota Campus Challenge เพื่อให้นักศึกษาระดับอุดมศึกษาได้จัดทำแผนประกวดโครงงานและดำเนินกิจกรรมรณรงค์ความปลอดภัยในพื้นที่มหาวิทยาลัยของตน ตลอดจนการร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ ในการปรับปรุงจุดเสี่ยงบนท้องถนนอย่างต่อเนื่อง เป็นต้น การเข้ารับมอบรางวัล “องค์กรที่มีผลงานดีเด่นด้านความปลอดภัยทางถนน (Prime Minister Road Safety Award)” ปี 2565 ในครั้งนี้ นับเป็นการรับรางวัลอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ซึ่งได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และภาคีเครือข่ายด้านความปลอดภัยบนท้องถนน โดยโครงการ โตโยต้าถนนสีขาว มุ่งเน้นการทำกิจกรรม เพื่อปรับปรุง 3 ปัจจัยที่มีผลกับการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนในช่วงปีที่ผ่านมา ดังนี้ 1) ปัจจัยด้านคน : ปลูกฝังจิตสำนึกขับขี่ปลอดภัย และพัฒนาทักษะผู้ขับขี่อย่างต่อเนื่อง ผ่านกิจกรรม · การอบรมหลักสูตรขับขี่ปลอดภัย และประหยัดพลังงาน (Safe Eco Driving) และ หลักสูตรขับขี่ปลอดภัยหรือ Toyota Mobility Driving (MOD) · ศูนย์พัฒนาศักยภาพผู้ขับขี่รถยนต์โตโยต้า เพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้ความรู้ด้านการขับขี่ปลอดภัยให้กับผู้ที่ต้องการทำใบขับขี่รถยนต์ และผู้ที่ขับรถยนต์ได้แล้วแต่สนใจเพิ่มเติมทักษะในการขับขี่ปลอดภัย · การพัฒนาคู่มืออบรมการขับขี่ปลอดภัย ประหยัดพลังงาน และรักษาสิ่งแวดล้อม บูรณาการเนื้อหาด้านการขับขี่ปลอดภัยของบริษัทฯ และกรมการขนส่งทางบก และนำแจกจ่ายไปยังขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ · Milky Way School Visit รณรงค์ให้ความรู้ และปลูกฝังวินัยจราจรแก่เด็ก และเยาวชนในโรงเรียนทุกภูมิภาคทั่วประเทศ · เมืองจราจรจำลอง (White Road Theme Park) ศูนย์การเรียนรู้ ปลูกจิตสำนึกเกี่ยวกับกฎ วินัยจราจร และน้ำใจบนท้องถนนให้แก่เด็กและเยาวชน ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ รวมถึงเป็นการขยายผลการเรียนรู้ไปสู่ครอบครัวและชุมชนใกล้เคียง เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดปัญหาการจราจรและอุบัติเหตุบนท้องถนนให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน · กิจกรรม Campus Challenge ต่อเนื่องสู่ปีที่7 เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้คิดแผนและลงมือทำในการลดอุบัติเหตุในมหาวิทยาลัยตนเองอย่างเป็นรูปธรรม · การรณรงค์ในเทศกาลปีใหม่ และเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงความปลอดภัย และลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสำคัญของไทย 2) ปัจจัยด้านรถ : เตรียมความพร้อมของรถยนต์ก่อนการเดินทางในทุกเทศกาล · จัดกิจกรรมตรวจเช็กความพร้อมของรถยนต์ฟรี ก่อนออกเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ และปีใหม่ ที่ศูนย์บริการ ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ รวมถึง การให้บริการจุดพักรถ ณ บริเวณทางหลวงขาออกไปยังภูมิภาคต่างๆ เพื่อสร้างความมั่นใจ รวมถึงป้องกันการเกิดอุบัติเหตุที่อาจมีสาเหตุมาจากสภาพรถยนต์ที่ไม่พร้อมใช้งาน ในช่วงที่มีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุจากการเดินทางสูงสุด 3) ปัจจัยด้านถนน : ร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ ในการปรับปรุงจุดเสี่ยงที่มักเกิดอุบัติเหตุ · โครงการถนนแห่งความปลอดภัยบริเวณนิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ซิตี้ โดยร่วมมือกับ อบต.หัวสำโรง นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ซิตี้ และศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย (TARC) เพื่อยกระดับความปลอดภัยทางถนนให้กับผู้ใช้รถถนนภายในจังหวัดฉะเชิงเทรา · โครงการถนนแห่งความปลอดภัยบริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 31 จังหวัดฉะเชิงเทรา ภายใต้ความร่วมมือกับกรมทางหลวง แขวงฯ ฉะเชิงเทรา และศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย (TARC) จัดทำป้ายเตือนจับความเร็วYour Speed และเสาไฟจราจรแบบคร่อมเลน เพื่อสาธารณประโยชน์ ทั้งนี้ ในโอกาสที่ดำเนินงานในประเทศไทยครบรอบ 60 ปี ในปีนี้ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทยจำกัด ยังคงยึดมั่นในการขับเคลื่อนความสุขและส่งเสริมให้เกิดความยั่งยืนของสังคมภายใต้ “เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” (Sustainable Development Goals) โดยมีโครงการโตโยต้า ถนนสีขาว เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตในด้านความปลอดภัยบนท้องถนน และจะมีการขยายผลไปสู่ความร่วมมือกับมูลนิธิศูนย์ข้อมูลจราจรอัจฉริยะไทย (iTIC) ในการนำระบบการจราจรอัจฉริยะเข้าไปพัฒนาปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของระบบการจราจร และมีแผนการลดอุบัติเหตุทางท้องถนน โดยการปรับปรุงจุดเสี่ยง จำนวน 60 จุด ทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทย เพื่อสานต่อพันธกิจในการสร้าง “สังคมคนขับรถดี“ ให้เกิดแก่สังคมไทยต่อไป
มาสด้าต้อนรับการเปิดประเทศเปิดพิพิธภัณฑ์ที่ปรับปรุงใหม่
มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่าพิพิธภัณฑ์มาสด้า ณ เมืองฮิโรชิมา ที่ได้ทำการปิดปรับปรุงไปเมื่อก่อนหน้านี้กำลังจะกลับมาเปิดมิติใหม่ให้แฟนๆ ได้เข้าชมในวันที่ 23 พฤษภาคม 2565 ที่กำลังจะถึงนี้ ซึ่งพิพิธภัณฑ์ใหม่นี้ได้รับการออกแบบและการปรับโฉมใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ลูกค้า แฟนมาสด้า และผู้เข้าชมได้มีพื้นที่ใกล้ชิดกับแบรนด์มาสด้ามากยิ่งขึ้น เรียกได้ว่าแฟนพันธุ์แท้ชาวมาสด้าหรือผู้ที่เดินทางมายังเมืองฮิโรชิมาไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง เพราะนอกจากจะได้ชื่นชมรถยนต์มาสด้าในฝันหลายต่อหลายรุ่นแล้ว ยังจะได้ร่วมบันทึกเรื่องราวประวัติศาสตร์อันยาวนานที่น่าสนใจของมาสด้าตั้งแต่ยุคเริ่มก่อตั้งบริษัทกว่า 100 ปี อีกด้วย ซึ่งพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จัดว่าเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของเมืองฮิโรชิมาและถูกใส่ไว้กับโปรแกรมทัวร์ และเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางสำคัญที่บรรดานักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกต่างหลั่งไหลเดินทางมาเยี่ยมชมตลอดทั้งปี นอกจากนี้ มาสด้ายังได้เปิดตัวพิพิธภัณฑ์มาสด้าออนไลน์* (Online Mazda Museum) บนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการในวันนี้อีกด้วย เพื่อให้ผู้ที่สนใจและแฟนมาสด้าจากทั่วโลกสามารถคลิกเข้าชมการจัดแสดงของพิพิธภัณฑ์ได้อย่างทั่วถึงอีกช่องทางหนึ่ง พิพิธภัณฑ์มาสด้าที่ได้รับการปรับปรุงใหม่การตกแต่งภายในและภายนอกของพิพิธภัณฑ์มาสด้า ได้รับการออกแบบตามแนวคิดการออกแบบใหม่ล่าสุดของแบรนด์มาสด้า ด้วยการใช้โทนสีโมโนโทนร่วมกับแสงไฟอันอบอุ่นตกกระทบกับพื้นผิวไม้ จึงทำให้ดูมีความหรูหราแต่ให้ความรู้สึกสะดวกสบายสำหรับผู้เข้าชม สำหรับพิพิธภัณฑ์แห่งนี้แบ่งโซนจัดแสดงทั้งหมด 10 โซน โดยมาพร้อมการตกแต่งและการจัดแสงที่เข้ากับธีมของแต่ละโซน ได้รับการออกแบบเพื่อให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสถึงประสบการณ์เกี่ยวกับวิสัยทัศน์ของมาสด้าในศตวรรษหน้า หรือในอีก 100 ปี ข้างหน้า และแนวคิดในการพัฒนายานพาหนะทุกคันตลอดช่วงระยะเวลา 100 ปี ที่ผ่านมา
TOAVH บริจาคช่วยแพทย์
คุณณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด และ บริษัท ทีโอเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้งจำกัด พร้อมผู้บริหารระดับสูง ได้แก่ นายคณิต ชัยบริพันธ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ทีโอเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง จำกัด และกรรมการผู้จัดการ บริษัท เบส ออโต้ เซลส์ จำกัด และ นายศราวิช ไชยมังกร ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายขายบริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด ร่วมมอบเงินบริจาค จำนวน 500,000 บาท เพื่อสนับสนุนกิจการทางการแพทย์ ให้แก่ โรงพยาบาลคามิลเลียน โดยมี นพ.อานนท์ วงศ์กิตติรักษ์ ผู้อำนวยการแพทย์โรงพยาบาล และคณะผู้บริหาร โรงพยาบาลคามิลเลียน ให้เกียรติเป็นผู้แทนรับมอบเงินบริจาค พร้อมมอบวัคซีน MODERNA จำนวน 100 เข็ม (โดส) ให้แก่คณะผู้บริหาร พนักงาน บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด และในเครือ ทีโอเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง จำกัด
