คุณทรงไทย สังขเวทัย รองผู้อำนวยการ ศูนย์การศึกษาและฝึกอบรมโตโยต้า บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ประเทศไทย จำกัด และ คุณเฉลิมพงษ์ บุญรอด รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ร่วมเป็นประธานในพิธีปิดการฝึกอบรมและมอบวุฒิบัตรหลักสูตรยกระดับฝีมือ สาขาช่างซ่อมตัวถังและสีรถยนต์ โดยมีผู้บริหารจากผู้แทนจำหน่ายในพื้นที่ และผู้แทนจากบริษัทสีที่ให้การสนับสนุนในการฝึกอบรม ให้เกียรติเข้าร่วมในพิธี ณ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน7 จังหวัดอุบลราชธานี ความร่วมมือทางวิชาการในการจัดหลักสูตรในครั้งนี้ ศูนย์การศึกษาและฝึกอบรมโตโยต้า ได้สนับสนุนอุปกรณ์และเครื่องมือในการฝึกอบรม รวมทั้งการจัดสอบรับรองมาตรฐาน เพื่อให้ช่างมีความรู้และทักษะด้านการปฏิบัติงานให้ทันสมัย และสอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการ โดยช่างทั้งหมดจำนวน 23 คน ได้รับการจ้างงานจากผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า ดังต่อไปนี้ บริษัท โตโยต้า อำนาจเจริญ จำกัด บริษัท โตโยต้า ดีลักซ์ จำกัด บริษัท โตโยต้าพัทยา(1988) จำกัด บริษัท โตโยต้า เมืองสองแคว จำกัด บริษัท โตโยต้าสาเกตนคร จำกัด บริษัท โตโยต้าร้อยเอ็ด ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด บริษัท โตโยต้าจันทบุรี(1972) ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด
Category: Social
เบนซ์ไพรม์มัส ส่งมอบรถไฟฟ้าให้ลูกค้ารายแรกแล้ว
“เบนซ์ไพรม์มัส” เร่งเปิดตลาดรถไฟฟ้าในไทย ชูธุรกิจเติบโตควบคู่รักษาสิ่งแวดล้อม หลังไทยเผชิญวิกฤติน้ำมันแพง ส่งผลผู้บริโภคแห่จองรถไฟฟ้าเพิ่ม ประเดิมมอบ The new EQS รายแรก ให้แก่ “นลิน วราสิน” ผู้บริหารธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป คุณนลิน วนาสิน กรรมการ บริษัท ธนบุรี แฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ให้เกียรติรับมอบรถยนต์ไฟฟ้าMercedes-EQS 450+ AMG Premium คันแรกที่จำหน่ายจากโชว์รูมและศูนย์บริการ “เบนซ์ไพรม์มัส” โดยมี“ณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ” ประธาน, “จิระพล รุจิวิพัฒน์” กรรมการผู้จัดการ และ “ศราวิช ไชยมังกร” ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขาย บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด ให้การต้อนรับและร่วมส่งมอบรถยนต์รุ่นดังกล่าว พร้อมทั้งให้เกียรติร่วมถ่ายภาพหมู่กับผู้บริหาร “เบนซ์ไพรม์มัส” ณ โชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์ Mercedes-EQ” คุณณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Benz, Mercedes-AMG, Mercedes-Maybach, Mercedes-EQ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เปิดเผยว่า ตามที่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้มีการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่น The new EQS 450+ AMG Premium ราคา 8,570,000 บาท กับรุ่น The new EQS 450+ Edition 1 ราคา 8,780,000 บาท ทำให้ได้รับกระแสการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี โดยดำเนินการส่งมอบรถดังกล่าวให้แก่ “เบนซ์ไพรม์มัส” ซึ่งเป็นดีลเลอร์ Mercedes-EQ อย่างเป็นทางการ เรียบร้อยแล้วนั้น ถือเป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งในการสร้างยอดขายให้แก่เราได้เป็นอย่างดี ทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสนวตกรรมยานยนต์ ที่เปี่ยมด้วยเทคโนโลยีระดับสูงของ The new EQS อย่างใกล้ชิด ทำให้ความมั่นใจและตัดสินใจในการเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น ผนวกกับปัจจุบัน ปัญหาราคาน้ำมันที่มีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้รถไฟฟ้าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สำคัญของผู้บริโภค เพราะนอกจากจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ประหยัดพลังงานแล้ว ยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ตลาดรถไฟฟ้ามีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ล่าสุด “เบนซ์ไพรม์มัส” ได้ดำเนินการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า100% ในรุ่น The new EQS 450+ AMG Premium สีขาว รายแรกของโชว์รูมและศูนย์บริการของเรา ให้แก่ลูกค้าคนสำคัญ “นลิน วนาสิน” กรรมการ บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) คุณจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด เปิดเผยว่า Mercedes-EQ เป็นยานยนต์ไฟฟ้าระดับลักชัวรี่ โดดเด่นทั้งการออกแบบแพลตฟอร์ม ขุมพลังไฟฟ้า และฟังก์ชั่นการใช้งานต่าง ๆ ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ทาง “เบนซ์ไพรม์มัส” จึงได้เตรียมความพร้อมด้านสถานที่ในการจัดแสดงรถไฟฟ้าโดยเฉพาะ พร้อมดำเนินการคัดเลือกบุคลากรที่มีประสิทธิภาพสำหรับรองรับการให้บริการแก่ลูกค้าคนสำคัญ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดควบคู่ความพึงพอใจสูงสุด โดยทีมงานดังกล่าวจะได้รับการอบรมในหลักสูตรตามมาตรฐานของ “เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)” โดยมุ่งเสริมการเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจเทคโนโลยีอย่างลึกซึ้งและครอบคลุมทุกด้าน เพื่อการนำเสนอข้อมูลให้แก่ลูกค้าได้อย่างถูกต้อง ชัดเจนและแม่นยำ ด้านบริการหลังการขาย ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาความรู้ด้านเทคโนโลยีใหม่ และเพิ่มความชำนาญในการซ่อมบำรุงรถยนต์ Mercedes-EQ ให้แก่บุคลากรอย่างต่อเนื่อง โดยทีมงานทุกคนได้ผ่านมาตรฐานการรับรองจาก MBTH พร้อมเพิ่มความพิเศษ ด้วยทีมเจ้าหน้าที่ช่างเทคนิควิเคราะห์ ที่จบการศึกษาด้านวิศวกรรมยานยนต์โดยตรง ทำให้มีความรู้และความเข้าใจเทคนิครถยนต์โดยเฉพาะ ส่งผลทำให้การวิเคราะห์ปัญหาต่างๆ เป็นไปอย่างแม่นำและถูกต้อง ช่วยประหยัดเวลา และทำให้งานซ่อมมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ผู้ใดสนใจเป็นเจ้าของรถยนต์ Mercedes-EQ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ 02 095 5555, www.benzprimus.com , FB : Benz Primus และ LINE @benzprimus
บีเอฟกู๊ดริช แอดแวนเทจ ทัวริ่ง
‘บีเอฟกู๊ดริช’ ได้เปิดตัว ‘บีเอฟกู๊ดริช แอดแวนเทจ ทัวริ่ง’ (BFGoodrich Advantage Touring) ยางรถยนต์สำหรับวิ่งบนทางเรียบที่ให้ความคุ้มค่าเหนือกว่าและออกแบบมาเพื่อการขับขี่อย่างมั่นใจในทุกสภาพถนน โดยยางรุ่นนี้ครอบคลุมการใช้งานร่วมกับรถเก๋ง รถกระบะ รถมินิแวน รวมทั้งรถอเนกประสงค์ประเภท CUV และ SUV คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 85 ของรถยนต์ที่ใช้งานบนท้องถนน ด้วยขนาดยางที่มีให้เลือกรวมทั้งสิ้น 69 ขนาดตั้งแต่ 13-20 นิ้ว ในจำนวนนี้เป็นยางขนาดใหม่ถึง 25 ขนาด มร.ทิม ฮอร์ หัวหน้างานฝ่ายโมเดลธุรกิจของบีเอฟกู๊ดริช ประจำภาคพื้นเอเชียตะวันออกและออสเตรเลียเปิดเผยว่า “ยาง ‘บีเอฟกู๊ดริช แอดแวนเทจ ทัวริ่ง’ มุ่งเจาะกลุ่มผู้ขับขี่ที่มีวิถีชีวิตไม่หยุดนิ่ง มองหาสิ่งที่คุ้มค่าสมราคา และต้องการความมั่นใจขณะขับขี่ผจญภัยในเขตเมือง ยางรุ่นนี้โดดเด่นในเรื่องขนาดที่มีให้เลือกหลากหลายตลอดจนสมรรถนะและรูปลักษณ์ที่ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีการรับประกันสินค้า 6 ปี …เรียกได้ว่าเป็นยางที่ให้ความคุ้มค่าอย่างแท้จริงเลยทีเดียว” คุณสมบัติเด่นของยาง ‘บีเอฟกู๊ดริช แอดแวนเทจ ทัวริ่ง’ ได้แก่▪รูปลักษณ์ที่สวยงามและประสิทธิภาพในการลดเสียงรบกวนที่ดียิ่งขึ้น ด้วยดอกยางดีไซน์ใหม่ที่ดูเรียบง่ายและทรงพลังขึ้น ตลอดจนลายดอกยางสองทิศทางแบบไม่สมมาตร (Asymmetric, Non-Directional Tread Pattern) ที่หน้าสัมผัสของดอกยางได้รับการปรับแต่งด้วยคอมพิวเตอร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการลดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสาร ออกแบบเพื่อการขับขี่และการเบรกอย่างมั่นใจในทุกสภาพถนน ด้วยดีไซน์ดอกยางแบบ ไม่สมมาตรซึ่งมาพร้อมบล็อกดอกยางและไหล่ยางที่แข็งแกร่ง ช่วยให้ตอบสนองต่อการบังคับควบคุมได้ดั่งใจ อีกทั้งบล็อกดอกยางยังมีขนาดใหญ่และมีร่องดอกยางลึก ช่วยให้มีสมรรถนะในการเบรกเป็นเยี่ยมทั้งบนถนนเปียกและถนนแห้ง โดยร่องรีดน้ำยังได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากยางบีเอฟกู๊ดริชที่ใช้ในการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ และ นวัตกรรมแบบเต็มความหนาหน้ายางที่ให้ความมั่นใจขณะขับขี่ตลอดอายุการใช้งานยาง ได้แก่ แถบเนื้อยางเสริมระหว่างบล็อกดอกยาง (Interlocking Band) ที่ช่วยลดแรงเสียดทานและความร้อน ซึ่งส่งผลต่อการประหยัดเชื้อเพลิง และพื้นที่หน้าสัมผัสของยางกับผิวถนนที่ได้รับการออกแบบขึ้นเป็นพิเศษสำหรับตลาดยางรถยนต์ที่ต้องเผชิญกับสภาพความร้อนรุนแรงในการใช้งาน ปัจจุบัน ยาง ‘บีเอฟกู๊ดริช แอดแวนเทจ ทัวริ่ง’ มีวางจำหน่ายแล้ว ณ ร้านตัวแทนจำหน่ายยางบีเอฟกู๊ดริชอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ โดยมีขนาดยางให้เลือกรวมทั้งสิ้น 69 ขนาด (ยางรหัสความเร็ว H, T และ V) ตั้งแต่13-20 นิ้ว คลิกอ่านข้อมูลเพิ่มเติมและชมภาพผลิตภัณฑ์ได้ที่ BFGoodrich.co.th
บีเอ็มดับเบิลยู แต่งตั้งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารการเงินคนใหม่
บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย ประกาศแต่งตั้ง มร. คาร์สเทน สตัมพ์ฟ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารการเงินคนใหม่ เข้ารับตำแหน่งต่อจาก มร. วิลฟรีด ลุกซ์ ซึ่งย้ายไปรับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารการเงินของบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศเม็กซิโก โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2565 เป็นต้นไป มร.คาร์สเทน สตัมพ์ฟ มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านการบริการทางการเงินมายาวนาน หลังจากเริ่มต้นการทำงานในแผนกการพัฒนาธุรกิจ ณ สำนักงานใหญ่บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ที่เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี มร. สตัมพ์ฟได้เข้าทำงานในแผนกควบคุมและวางแผนองค์กร บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศอังกฤษ และหลังจากเข้ารับตำแหน่งในแผนกกลยุทธ์ที่สำนักงานใหญ่ในเมืองมิวนิค เส้นทางการทำงานในทวีปเอเชียก็ได้เริ่มต้นขึ้น ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารการเงิน บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศอินเดียก่อนที่สานต่อด้วยการเข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารการเงินคนใหม่ของบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียลเซอร์วิส ประเทศไทย มร.บียอร์น แอนทอนส์สัน ประธานกรรมการบริหาร บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทยกล่าวว่า“ผมขอขอบคุณ มร. ลุกซ์ สำหรับความทุ่มเท ความมุ่งมั่นและความเชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่นำไปสู่ความสำเร็จส่วนหนึ่งของบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย ตลอดหลายปีที่ผ่านมา และในโอกาสนี้ ผมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ มร. คาร์สเทน สตัมพ์ฟ ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารการเงินคนใหม่ของบีเอ็มดับเบิลยูไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย ด้วยประสบการณ์ด้านการให้บริการทางการเงินมาเป็นเวลาหลายปีของ มร. สตัมพ์ฟ ผมมั่นใจว่าเราจะสามารถสร้างจุดยืนอันเข้มแข็งในตลาดประเทศไทยและพัฒนาการให้บริการของเราเพื่อให้สามารถตอบโจทย์ด้านการเงินแก่ลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น”
ฟอร์ดเสริมความหลากหลาย
ฟอร์ด ประเทศไทย มุ่งมั่นส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานรถที่หลากหลายของลูกค้า ล่าสุดได้คัดสรรแบรนด์ยางรถยนต์ที่ได้รับความไว้วางใจและมีคุณภาพระดับสากลอย่างแบรนด์ฮันกุก (Hankook) และอพอลโล(Apollo) มาเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าฟอร์ดได้ใช้ยางคุณภาพมาตรฐานในราคาคุ้มค่ามาจำหน่ายที่ศูนย์บริการฟอร์ดทั่วประเทศ พร้อมมอบข้อเสนอพิเศษมากมายให้กับลูกค้าครอบครัวฟอร์ด คุณสันติ จิตพิชิตชัย ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้า ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวว่า “ฟอร์ดมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาสินค้าด้านบริการอย่างต่อเนื่อง ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายเพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานรถของลูกค้า เรายินดีที่ได้นำแบรนด์ยางระดับสากลอย่างแบรนด์ฮันกุกและอพอลโล ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางและมีมาตรฐานมาจัดจำหน่ายให้กับลูกค้าฟอร์ดในราคาที่คุ้มค่า เพื่อเป็นการยกระดับการบริการ การสร้างความมั่นใจ และมอบประสบการณ์การบริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าของเรา” ยางรถยนต์ฮันกุกเป็นหนึ่งในแบรนด์ยางระดับโลกจากประเทศเกาหลีใต้ที่ได้รับการยอมรับทั้งในทวีปยุโรปและอเมริกา โดยมีราคาเริ่มต้นเพียงเส้นละ 1,480 บาท ยางรถยนต์ฮันกุกสำหรับรถยนต์นั่ง มี 5 รุ่นให้เลือก ได้แก่ รุ่นKinergy ECO2 ยางรถแต่งมาตรฐาน รุ่น Ventus V12 Evo2 ยางรถยนต์ที่เน้นความสปอร์ต รุ่น Ventus Prime3 ยางรถยนต์ที่ช่วยในเรื่องของการควบคุม รวมถึงรุ่นที่ให้ความนุ่มนวลขณะขับอย่าง รุ่น Ventus V2 Conecpt2 และVentus S1 Noble2 ยางรถยนต์ฮันกุกสำหรับรถอเนกประสงค์และรถกระบะ มีให้เลือก 5 รุ่น คือ รุ่น Dynapro HP2 ยางรถยนต์ออนโรด ที่เน้นการขับขี่ด้วยความเร็ว รุ่น Dynapro HT ยางรถยนต์ออนโรด ที่เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน รุ่น Vantra LT ยางรถยนต์สำหรับการบรรทุกมาตรฐาน เหมาะสำหรับการขับขี่ในทุกสภาพถนน (ALL-Terrain / OFF-ROAD) รุ่น Dynapro AT2 ยางรถยนต์กึ่งออฟโรด เหมาะกับการใช้งานหลากหลายประเภท และรุ่น Dynapro MT2 ยางรถยนต์ออฟโร้ดสำหรับการขับขี่บนเส้นทางขรุขระ ยางอพอลโลเป็นอีกหนึ่งในแบรนด์ยางชั้นนำของโลกจากอินเดียที่นำเสนอยางคุณภาพในราคาที่คุ้มค่าหลากหลายรุ่นตามประเภทรถ ได้แก่ ยางรถยนต์อพอลโลสำหรับรถยนต์นั่ง มีให้เลือก 4 รุ่น คือ รุ่น ALNAC 4G ยางที่มีคุณภาพและมอบสมรรถนะสูง รุ่น AMAZER 3G MAXX เป็นยางที่ช่วยประหยัดน้ำมัน รุ่น ASPIRE 4G ยางที่มอบสมรรถนะการเข้าโค้งได้อย่างแม่นยำ ปลอดภัยในทุกเส้นทาง และรุ่น Manchester United ยางรุ่นพิเศษสำหรับผู้ชื่นชอบทีมฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่อพอลโลร่วมมือกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด นอกจากนี้ แบรนด์อพอลโลยังมาพร้อมยางสำหรับรถยนต์รถอเนกประสงค์ และรถกระบะ รถตู้สำหรับการขับขี่บนถนนหลวง อีก 4 รุ่น ได้แก่ รุ่น APTERRA HT ยางเพื่อรถยนต์อเนกประสงค์คุณภาพมาตรฐาน รุ่นAPTERRA HT2 ยางที่มอบความเงียบให้กับห้องโดยสารขณะขับ รุ่น ALTRUST ยางที่มอบความไว้ใจในความทนทาน เหมาะสำหรับการขับขี่ในทุกสภาพถนน (ALL-Terrain / OFF-ROAD) และรุ่น APTERRA AT2 ยางที่ เหมาะกับการขับขี่ทั้งในเมือง ทางทุรกันดาร หรือออฟโรดเป็นบางครั้ง นอกจากนี้ ฟอร์ดยังมียางรถยนต์หลากหลายแบรนด์วางจำหน่ายที่ศูนย์บริการฟอร์ดโดยมีราคาเริ่มต้น ดังนี้ · ยางขอบ 17 นิ้ว สำหรับรถฟอร์ด เรนเจอร์ ราคาเริ่มต้นเส้นละ 3,330 บาท · ยางขอบ 18 นิ้ว สำหรับฟอร์ด เอเวอเรสต์ ราคาเริ่มต้นเส้นละ 3,730 บาท พบกับข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อยางที่ศูนย์บริการฟอร์ด ดังนี้ · ลูกค้ารถฟอร์ดซื้อยาง 3 เส้น แถมฟรี 1 เส้น สำหรับแบรนด์ที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2565 พร้อมข้อเสนอผ่อน 0% นาน 10 เดือน เมื่อชำระผ่านบัตรเครดิตที่ออกโดยธนาคารกสิกรไทย และกรุงศรีอยุธยา ที่เข้าร่วมรายการ · โปรแกรมรับประกันราคายาง หากเจอที่อื่นถูกกว่า รับเงินส่วนต่างคืนทันที · รับประกันอุบัติเหตุจากสภาพถนนนานสูงสุด 120 วัน · สำหรับการซื้อยางอพอลโลเฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการ รับประกันอุบัติเหตุจากสภาพถนนนานสูงสุด 2 ปี ลูกค้ารถฟอร์ดที่สนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ฟอร์ด(Ford Call Center) โทร. 1383 หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญและรายละเอียดด้านการบริการเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.ford.co.th
เวสป้า ยกทัพพรีเมี่ยมสกู๊ตเตอร์ถ่ายทอดสีสันแห่งอิสระ
เอกลักษณ์สไตล์อิตาลี ผ่าน 4 รุ่น 8 เฉดสีพร้อมเตรียมเซอไพรส์เหล่าคนรักสกู๊ตเตอร์ตลอดปี 2022 เวสป้าเพิ่มอรรถรสผ่านเฉดสีให้กับทุกการขับขี่อีกครั้ง ภายใต้คอนเซปต์ “Tell Your Story with Colours” ถ่ายทอดเรื่องราวของคุณผ่านความหลากหลายของสีสัน ไปกับเวสป้าไอคอนนิกสกู๊ตเตอร์ทั้ง 4 รุ่น 8 เฉดสี โด่ดเด่นด้วยดีไซน์และสีสันที่สะท้อนเอกลักษณ์สุดพรีเมี่ยมบ่งบอกบุคลิก ตัวตน ความหลงใหล และสไตล์ของผู้เป็นเจ้าของ ลองมาสัมผัสประสบการณ์แห่งสีสันที่ไร้ขอบเขต กับ ‘เวสป้า’ ถ้าคุณพร้อมก็ออกไปโลดแล่นกันได้เลย เริ่มต้นที่ Vespa Sprint 125 i-Get ABS โดดเด่นเกินใครไปได้ทุกที่อย่างที่ใจคุณอยากไป กับรถสกู๊ตเตอร์เวสป้าสไตล์สปอร์ตที่ยังคงความคลาสสิกของยุค 60’s ไว้อย่างลงตัวกับรูปทรงปราดเปรียว โฉบเฉี่ยวขับขี่คล่องตัว มาพร้อมสมรรถนะที่เร้าใจ ตอบรับชีวิตในเมืองได้อย่างลงตัว ไฟหน้าทรงหกเหลี่ยมสไตล์สปอร์ตเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ Vespa Sprint กับ 2 เฉดสีล่าสุด สีน้ำเงิน Blue Estroverso เฉดสีใหม่ล่าสุดที่ให้ลุคสปอร์ตพรีเมี่ยมสไตล์ยุโรป และ สีเหลือง Yellow Sole สะกดทุกสายตาด้วยเฉดสีที่สดใส พร้อมพลังความสุขในทุกเส้นทางให้กับผู้ขับขี่ สำหรับสกู๊ตเตอร์รุ่นนี้ราคา 113,900* บาท มาต่อที่สไตล์สปอร์ตกับ Vespa Sprint S 150 i-Get ABS สัมผัสกับความเร้าใจ ลุคสปอร์ต เด่นด้วยการตกแต่งเนกไทสีแดง ที่มาพร้อมเบาะหนังปั๊มลอน และสติกเกอร์ลายกราฟิกบริเวณตัวถัง และสัญลักษณ์ตัว S บริเวณล้อหน้า-หลัง ช่วยทำให้ล้อแม็กซ์สีดำมีความดุดันขึ้นไปอีกระดับ มาด้วยกัน 2 เฉดสี กับ สีเขียว Green Tenace สีแห่งแฟชั่นนำสมัย บ่งบอกความเป็น New Gen เรียบง่ายแต่เต็มเปี่ยมไปด้วยความโดดเด่น และ สีส้ม Orange Tramonto บ่งบอกถึงความสนุก สดใส แต่ในขณะเดียวกันก็มีเสน่ห์ซ่อนเร้นที่น่าค้นหา สำหรับสกู๊ตเตอร์รุ่นนี้ราคา136,900* บาท อีกหนึ่งไอคอนนิกแห่งยุค Vespa Primavera 150 i-Get ABSรถสกู๊ตเตอร์เวสป้าไฟกลม สุดคลาสสิกกลับมาอีกครั้งพร้อมรูปโฉมใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Vespa Primavera ต้นฉบับในปี 1968 ผสานกับความทันสมัยของรถสกู๊ตเตอร์เวสป้าต้นแบบ Vespa 946 จนกลายมาเป็นสกู๊ตเตอร์ที่คงเอกลักษณ์และลงตัวสำหรับชีวิตคนเมือง มาพร้อมเฉดสีล่าสุด “Green Relax” เติมเต็มความรู้สึกสดใหม่ สะท้อนรสนิยมเท่แต่เรียบง่าย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทุกวันของทุกการขับขี่ สำหรับสกู๊ตเตอร์รุ่นนี้ราคา 131,400* บาท และล่าสุด เวสป้าเพิ่มอรรถรสการขับขี่ให้ดึงดูดใจไปอีกขั้นกับ Vespa Primavera S 150 i-Get ABS Touring เติมเต็มทุกอารมณ์การขับขี่สไตล์ทัวร์ริ่ง มาพร้อมเอกลักษณ์กับไฟทรงกลมสุดคลาสสิก เสริมลุคใหม่ให้โดดเด่นด้วยการตกแต่งสีน้ำเงิน บริเวณคิ้วตัวถังด้านหน้า บังแตร บังโคลนหน้า ล้อแม็ก ที่พักเท้า ตัดกับสีตัวรถอย่างลงตัว และสติกเกอร์ข้างตัวถังพร้อมด้วยดีไซน์ธงชาติอิตาลี พร้อมให้คุณออกไปสร้างเรื่องราวใหม่ ๆ ที่บ่งบอกความเป็นคุณได้ตลอดเส้นทาง กับ 3 เฉดสีล่าสุด สีเบจ Beige Avvolgente, สีน้ำเงิน Blue Estroverso และสีเหลือง Yellow Sole สำหรับสกู๊ตเตอร์รุ่นนี้ราคา 137,900* บาท ตลอดปี 2022 นี้ เวสป้าเตรียมเซอไพรส์ส่งต่อความสนุกให้เหล่าคนรักสกู๊ตเตอร์ได้คึกคักกันตลอดปี โดยสามารถติดตามข่าวประชาสัมพันธ์ของเวสป้าได้ที่ LINE @vespathailand หรือhttp://www.vespa.co.th เฟซบุ๊กOfficial Vespa Society Thailand และ อินสตาแกรม @vespathailand
TOP INNOVATIVE COMPANY AWARD 2565
ฯพณฯ องคมนตรี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย มอบรางวัล TOP INNOVATIVE COMPANY AWARD ให้กับนางสาวนันทิยา พิทักษ์วงษ์ดีงาม (ซ้าย) ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจ B2C ประเทศไทยบริษัท สยามมิชลิน จํากัด โดยรางวัลนี้ได้มอบให้กับสุดยอดองค์กรธุรกิจไทยที่มีผลการดำเนินงานยอดเยี่ยมและมีความเป็นเลิศในแต่ละด้าน ภายใต้แนวคิด “The Next Normal Transformation for Business Sustainability การปรับเปลี่ยนธุรกิจสู่ความยั่งยืนในยุคปกติครั้งใหม่” เพื่อให้รางวัลนี้เป็นรางวัลแห่งเกียรติยศและสร้างความภาคภูมิใจในความสำเร็จขององค์กร รางวัล “THAILAND TOP COMPANY AWARDS 2022” หรือ “สุดยอดองค์กรธุรกิจไทยแห่งปี 2565” จัดทำโดยนิตยสาร BUSINESS+ โดย บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยซึ่งได้จัดทำการสำรวจด้านผลการดำเนินงานขององค์กร การประกอบธุรกิจที่มีความโดดเด่น มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
IMC จับมือ OR
คุณขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธาน บริษัท สื่อสากล จำกัด ลงนามสัญญาร่วมกับ จิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ ในการเป็นผู้อุปถัมภ์อย่างเป็นทางการในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39” เมื่อเร็วๆ นี้ พบกับงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39” วันที่ 1-12 ธันวาคม 2565 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานีติดตามข้อมูล MOTOR EXPO ได้ทาง www.motorexpo.co.th, FB : MotorExpo, IG : Motorexpoth, Youtube : IMCOnlineTH, Line : Motorexpo และ Twitter : MotorExpoTH
BRIDGESTONE เปลี่ยนยางขอบใหญ่ จัดให้ล้นถัง
บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดหนัก จัดเต็ม ส่งโปรโมชั่นสุดยิ่งใหญ่ “BRIDGESTONE เปลี่ยนยางขอบใหญ่ จัดให้ล้นถัง” ตอบแทนลูกค้าที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ราคาน้ำมันแพง เมื่อลูกค้าเปลี่ยนยางบริดจสโตนทุกรุ่นที่ร่วมรายการ ขอบ 17 นิ้วขึ้นไป ทุก 4 เส้น และลงทะเบียนรับประกันยาง จะได้รับสิทธิ์ร่วมชิงโชค 1 สิทธิ์ เพื่อลุ้นรับรางวัล บัตรเติมน้ำมัน ปตท มูลค่าสูงสุด 100,000 บาท ทุกๆ 2 เดือน รวมมูลค่า 1,050,000 บาท* ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 พฤศจิกายน 2565 เมื่อลูกค้าซื้อและเปลี่ยนยางพร้อมลงทะเบียนรับประกันยางผ่านช่องทาง https://bridgestoneth.com เพื่อรับสิทธิ์ร่วมชิงโชคลุ้นรับรางวัล โดยมีกำหนดในการจับรางวัลทุกๆ 2 เดือน ทั้งหมด 3 ครั้ง สำหรับการจับรางวัลในแต่ละครั้ง ได้แก่ รางวัลที่ 1 บัตรเติมน้ำมัน ปตท มูลค่า 100,000 บาท จำนวน 1 รางวัล รวมมูลค่า 100,000 บาท และรางวัลที่ 2 บัตรเติมน้ำมัน ปตท มูลค่า 5,000 บาท จำนวน 50 รางวัล รวมมูลค่า 250,000 บาท รวมจำนวนของรางวัลตลอดรายการ 153 รางวัล รวมมูลค่าทั้งสิ้น 1,050,000 บาท เงื่อนไขโปรโมชั่น: 1) ลูกค้าจะได้รับสิทธิ์ร่วมชิงโชคเพื่อลุ้นรับรางวัลบัตรเติมน้ำมัน ปตท รางวัลที่ 1 มูลค่า 100,000 บาท และรางวัลที่ 2 มูลค่า 5,000 บาท เมื่อซื้อและเปลี่ยนยางบริดจสโตนทุกรุ่นที่ร่วมรายการ ขอบ 17 นิ้วขึ้นไป ทุก 4 เส้น พร้อมลงทะเบียนรับประกันยาง และอัปโหลดใบเสร็จได้ถูกต้องครบถ้วน 2) ข้อมูลบนใบเสร็จต้องครบถ้วนสมบูรณ์ โดยมีรายละเอียด วันที่ใบเสร็จ, ชื่อร้านค้า, ชื่อ-นามสกุลลูกค้า, เบอร์โทรศัพท์มือถือ ทะเบียนรถ, รุ่นยาง, ขนาดยาง, จำนวนยาง และราคายาง 3) จำกัดจำนวนสิทธิ์ 1 สิทธิ์ ต่อ 1 ใบเสร็จ 4) จำกัดสิทธิ์ 153 สิทธิ์ ตลอดระยะเวลาโปรโมชั่น 5) ระยะเวลาโปรโมชั่นตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 พฤศจิกายน 2565 6) กำหนดการจับรางวัล ดังนี้ ครั้งที่ 1: จับรางวัลวันที่ 19 สิงหาคม 2565 เมื่อซื้อและเปลี่ยนยาง พร้อมลงทะเบียนรับประกันยาง ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน – 31 กรกฎาคม 2565 ประกาศผลผู้โชคดีภายในวันที่ 30 สิงหาคม 2565 ครั้งที่ 2: จับรางวัลวันที่ 19 ตุลาคม 2565 เมื่อซื้อและเปลี่ยนยาง พร้อมลงทะเบียนรับประกันยาง ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม – 30 กันยายน 2565 ประกาศผลผู้โชคดีภายในวันที่ 30 ตุลาคม 2565 ครั้งที่ 3: จับรางวัลวันที่ 19 ธันวาคม 2565 เมื่อซื้อและเปลี่ยนยาง พร้อมลงทะเบียนรับประกันยาง ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม – 30 พฤศจิกายน 2565 ประกาศผลผู้โชคดีภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2565 7) ประกาศผลผู้โชคดีผ่านทาง FACEBOOK Fanpage: Bridgestone Thailand และทางบริษัทฯ จะแจ้งผู้โชคดีทุกท่านผ่านทางโทรศัพท์ สำหรับเกณฑ์การตัดสิน และเงื่อนไขต่างๆ ของโปรโมชั่น เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.bridgestone.co.th หรือสอบถามได้ที่แผนกลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 02-636-1555
ยอดขาย ORA Good Cat เดือนพฤษภาคมสูงเป็นประวัติการณ์
เกรท วอลล์ มอเตอร์ เขย่าวงการยานยนต์ไฟฟ้าอีกครั้งในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาด้วยยอดขายของยนตรกรรมอัจฉริยะทั้ง 3 รุ่นที่มีจำหน่ายในประเทศไทยเป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น 1,132 คัน นำโดยเจ้าเหมียวไฟฟ้า 100% ขวัญใจผู้บริโภค ORA Good Cat ที่สร้างปรากฏการณ์ด้วยยอดขายและส่งมอบสูงที่สุดนับตั้งแต่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยถึง 508 คัน พร้อมยกกำลังความสำเร็จขึ้นไปอีกขั้นกับ All New HAVAL H6 Hybrid SUV ที่ยังคงยืนหนึ่งในตลาดคอมแพคเอสยูวี 5 เดือนติดต่อกัน โดยจนถึงปัจจุบัน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ส่งมอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าออกสู่ท้องถนนประเทศไทยไปแล้วกว่า 8,277 คัน สานต่อภารกิจในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าของไทย (xEV Leader) ที่มุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์ยานยนต์ซึ่งอัดแน่นด้วยนวัตกรรมล้ำสมัยเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์สังคมแห่งยานยนต์ไฟฟ้าที่ยั่งยืนในอนาคต ในปีที่ 2 ของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เกรท วอลล์ มอเตอร์ เดินหน้าอย่างแข็งแกร่งท่ามกลางการแข่งขันอันเข้มข้นของอุตสาหกรรมยานยนต์ การันตีด้วยความโดดเด่นของ ORA Good Cat ที่ได้เข้ามาปลุกกระแสความตื่นตัวของผู้บริโภคอย่างยิ่งใหญ่จนก้าวขึ้นเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 100% ทันทีตั้งแต่มีการส่งมอบ ซึ่งเกรท วอลล์ มอเตอร์ สามารถส่งมอบเจ้าเหมียวไฟฟ้าให้กับแฟนๆ ชาวไทยได้ถึง 508 คันในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงพฤษภาคม ORA Good Cat มียอดส่งมอบไปแล้วทั้งสิ้น 1,286 คัน โดยตั้งแต่เริ่มส่งมอบจวบจนถึงปัจจุบัน มีจำนวน ORA Good Cat วิ่งอยู่บนท้องถนนประเทศไทยกว่า 1,748 คัน และยังมียอดจองที่รอส่งมอบอีกกว่า 3,000 คัน โดยบริษัทฯ จะทำงานร่วมกับสำนักงานใหญ่ที่ประเทศจีนและพาร์ทเนอร์ทั่วประเทศ เพื่อทยอยส่งมอบเจ้าเหมียวไฟฟ้ารุ่นนี้ให้แก่ลูกค้าโดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังการประกาศลดภาษีสรรพสามิตของรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเป็นทางการจาก 8 เปอร์เซ็นต์เหลือ 2 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ผุ้บริโภคชาวไทยตื่นตัวและมีความต้องการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น สำหรับ All New HAVAL H6 Hybrid SUV สามารถยืนหยัดรั้งตำแหน่งผู้นำในกลุ่มรถยนต์คอมแพคเอสยูวีได้อย่างเหนียวแน่นติดต่อกัน 5 เดือนซ้อนในปีนี้ ด้วยยอดขายและส่งมอบในเดือนพฤษภาคมถึง 431 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 43.8 เปอร์เซนต์จากยอดขายรวมทั้งหมดในเซ็กเมนต์ 983 คัน โดยในปัจจุบัน เกรท วอลล์ มอเตอร์ได้ส่งมอบ All New HAVAL H6 Hybrid SUV ให้กับลูกค้าทั่วประเทศไปแล้วเป็นจำนวนทั้งสิ้น 4,504 คัน โดย 1,863 คันเป็นยอดขายและส่งมอบภายในปีนี้ ตอกย้ำความสำเร็จและสะท้อนถึงการตอบรับที่ดีเยี่ยมอย่างต่อเนื่องจากผู้บริโภค ในส่วนของเอสยูวีระดับพรีเมียม All New HAVAL JOLION Hybrid SUV เจ้าสิงโตอารมณ์ดีที่มาพร้อมนวัตกรรมยานยนต์อันล้ำสมัยและสมรรถนะโดดเด่นเหนือระดับรองรับไลฟ์สไตล์การขับขี่หลากหลายรูปแบบ ยังคงได้รับความสนใจจากลูกค้าชาวไทยด้วยยอดขายและส่งมอบในเดือนพฤษภาคมถึง 193 คัน รวมส่งมอบไปแล้วนับตั้งแต่เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมาเป็นจำนวนทั้งสิ้น 2,025 คัน โดยเป็นยอดขายและยอดส่งมอบภายในปี 2565 (มกราคม-พฤษภาคม) จำนวน 1,426 คัน คุณณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ความสำเร็จตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ นับตั้งแต่ก้าวแรกทีได้เข้ามาดำเนินธุรกิจอย่างเป็นทางการในประเทศไทยจนถึงปัจจุบันนี้เกิดจากความรัก ความไว้วางใจ และการสนับสนุนของแฟนๆ ชาวไทยที่ช่วยจุดประกายความมุ่งมั่นตลอดจนหล่อเลี้ยงความตั้งใจให้เราสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการคุณภาพรวมถึงสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องในทุกช่องทางทั้ง Online และ Offline เพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าของไทยได้อย่างแท้จริง โดยเราจะยังคงยึดมั่นแนวทางการดำเนินงานที่มีผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง(User-Centric) ด้วยการรับฟังเสียงของทุกคนอยู่เสมอเพื่อน้อมนำทุกความคิดเห็นมาต่อยอดและยกระดับความพึงพอใจของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น พร้อมกับขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ตลอดจนระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าของไทยให้แข็งแกร่งและมีมาตรฐานเทียบเท่าสากลตามนโยบายของภาครัฐที่ต้องการสร้างสังคมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างยั่งยืน” ทั้งนี้ เพื่อเป็นการตอกย้ำภารกิจในการส่งเสริมการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าไทยอย่างเป็นรูปธรรม เกรท วอลล์ มอเตอร์ เดินหน้ากลยุทธ์ด้านช่องทางการจัดจำหน่ายด้วยการขยาย GWM Store ทั้งที่เป็น Direct Store และPartner Store อย่างต่อเนื่องให้ครอบคลุมพื้นที่สำคัญๆ ทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและรองรับกับจำนวนลูกค้าที่เพิ่มสูงขึ้น ล่าสุด พร้อมให้บริการแล้วทั้งสิ้น 46 แห่ง แบ่งออกเป็น Direct Store 9 แห่ง และ Partner Store 37 แห่ง และมี Partner Store ที่อยุ่ในระหว่างการก่อสร้างอีก 25 แห่ง ซึ่งนอกจากจะช่วยให้ผู้บริโภคชาวไทยสามารถเข้าถึงรถยนต์พลังงานไฟฟ้าจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้สะดวกและง่ายดายยิ่งขึ้น ยังจะมีส่วนช่วยในการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่การเป็นสังคมยานยนต์ไฟฟ้าในท้ายที่สุดอีกด้วย นอกจากประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังคงมีผลงานที่น่าประทับใจในเวทีระดับโลกเช่นเดียวกัน โดยในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มียอดขายรถยนต์รวมทุกรุ่น 80,062 คัน เพิ่มขึ้น48.9% จากเดือนเมษายนที่ผ่านมา จำแนกรถยนต์จากแบรนด์ HAVAL จำนวน 41,748 คัน แบรนด์ ORA 10,768 คันและแบรนด์อื่นๆ รวม 27,546 คัน
