เริ่มฉายพร้อมกันแล้วทั่วประเทศ สำหรับหนังรักอย่าง “OMG! รักจังวะ…ผิดจังหวะ” โดยงานนี้ คุณจิรภัทร สายเพชร ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการตลาดกลุ่มรถออโตเมติก และสนับสนุนการตลาด คุณอัญชลี ศรีพิทักษ์ ผู้จัดการส่วนบริหารตราสินค้า ประชาสัมพันธ์ และลูกค้าสัมพันธ์ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ร่วมกันมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีและถ่ายภาพร่วมกับ คุณจินา โอสถศิลป์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด และคุณฐิติพงศ์ เกิดทองทวี ผู้กำกับภาพยนตร์ “OMG! รักจังวะ…ผิดจังหวะ ”สกาย-วงศ์รวี นทีธร และ “จูเน่-เพลินพิชญา โกมลารชุน” พร้อมด้วยนักแสดงชั้นนำในงาน GALA “OMG! รักจังวะ…ผิดจังหวะ” สำหรับภาพยนตร์ “OMG! รักจังวะ…ผิดจังหวะ” เป็นอีกหนึ่งหนังรัก ‘รอ’ แมนติก ‘คอย’ เมดี้ กับเรื่องราวของ กายและจูน เพื่อนร่วมชั้นมหาวิทยาลัย กับจังหวะรักของทั้งสองคนที่ผิดที่ผิดเวลา โดยวัยรุ่น Gen Z เตรียมพบกับความต๊าซ! ของรถจักรยานยนต์ออโตเมติก สีสันสดใส YAMAHA FAZZIO HYBRID CONNECTED ใน “OMG! รักจังวะ..ผิดจังหวะ” ซึ่งฉายพร้อมกันทุกโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศเริ่มแล้ววันนี้
Category: Social
เอ็มจี เปิดโรงงานต้อนรับกระทรวงการต่างประเทศ
บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ให้การต้อนรับ เอกอัครราชทูตธนาธิป อุปัติศฤงค์ หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการ APEC 2022 TASK FORCE กระทรวงการต่างประเทศ ที่ให้เกียรติเยี่ยมชมโรงงาน พร้อมรับมอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้า และรถยนต์พลังงานทางเลือกรวมกว่า 25 คัน ประกอบด้วยNEW MG ZS EV, MG EP PLUS, NEW MG HS PHEV, NEW MG VS HEV และ NEW MG HS เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้เข้าร่วมประชุมสัปดาห์ผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค (APEC Economic Leaders’ Week: AELW) ตลอดการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชียแปซิฟิก (Asia-Pacific Economic Cooperation: APEC) หรือเอเปค 2022 ระหว่างวันที่ 14-19 พฤศจิกายน 2565 ในโอกาสนี้ มร. จาง ไห่โป และคณะผู้บริหาร ได้พาคณะทำงาน APEC 2022 TASK FORCE กระทรวงต่างประเทศเข้าเยี่ยมชมโรงงานประกอบรถยนต์ เอ็มจี บนพื้นที่กว่า 437.5 ไร่ มีกำลังการผลิต สูงสุด 100,000 คันต่อปี ด้วยนวัตกรรมระบบอัตโนมัติ(Automations) และหุ่นยนต์อัจฉริยะ(Intelligent Robotics) ผสานกับเทคโนโลยีการผลิตและระบบตรวจสอบคุณภาพที่ดีที่สุด และเป็นโรงงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC มีที่ตั้งที่มีความได้เปรียบในการเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค ทำให้โรงงานแห่งนี้เป็นฐานการผลิตรถยนต์เอ็มจีพวงมาลัยขวาระดับโลก และสามารถผลิตรถยนต์ได้ครบทุกระบบการขับเคลื่อน เพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศไทยและภูมิภาค และได้เดินชมไลน์การผลิตแบตเตอรี่ที่ใช้ในรถยนต์รุ่น MG VS HEV และMG HS PHEV รวมถึงได้พูดคุยถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต ที่ได้มีการศึกษาและวิจัยการจัดการกับแบตเตอรี่รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้งานแล้วอย่างต่อเนื่อง เพื่อแสดงศักยภาพการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีของรถยนต์ไฟฟ้า และขานรับนโยบายการขับเคลื่อนประเทศด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่อย่างBCG (Bio-Circular-Green Economy) ซึ่งรถยนต์พลังงานไฟฟ้าถือเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญในมิติของ Green Economy และจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในฐานะยานพาหนะหลักสำหรับการเดินทางของเจ้าหน้าที่ตลอดระยะเวลาการจัดการประชุม มร. จาง ไห่โป กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์–ซีพี จำกัด และ เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เอ็มจี รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งในการต้อนรับคณะทำงาน APEC 2022 TASK FORCE กระทรวงต่างประเทศ และการได้เป็นส่วนหนึ่งในการจัดการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชียแปซิฟิก (Asia-Pacific Economic Cooperation: APEC) หรือ เอเปค 2022 โดยบริษัทฯได้มีโอกาสเป็นพันธมิตรสนับสนุนยนตรกรรมในทุกระบบการขับเคลื่อนสำหรับอำนวยความสะดวกให้กับผู้เข้าร่วมประชุม รวมถึงคณะผู้ปฏิบัติงาน ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดย เอ็มจี ไม่เพียงแต่พัฒนายนตรกรรมที่รองรับทุกรูปแบบการใช้งานเท่านั้น แต่ยังมาพร้อมเทคโนโลยียานยนต์ที่ล้ำสมัย และระบบความปลอดภัยที่ครบครัน พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดียิ่งขึ้น รวมถึงความมั่นใจของศูนย์บริการ เอ็มจี กว่า 158 แห่ง ทั่วประเทศ นอกจากนี้ ยังเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจในการเสริมสร้างและผลักดันความยั่งยืนของสังคมให้น่าอยู่ โดยเอ็มจีหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมยานยนต์ที่ตอบโจทย์ทั้งความต้องการของลูกค้าและสามารถผลักดันประเทศไทยให้น่าอยู่มากยิ่งขึ้น ”
เดลต้า ออกแคมเปญแบรนด์วิดีโอปี 2565
บมจ. เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) เปิดตัวแคมเปญวิดีโอที่ 2 โดยมีเป้าหมายเพื่อจุดประกายให้ร่วมกันเปลี่ยนแปลงเพื่ออนาคตที่ยืดหยุ่นและยั่งยืน โดยวิดีโอใหม่ของเดลต้า ประเทศไทย แสดงให้เห็นว่าบริษัทประยุกต์ใช้นวัตกรรมประหยัดพลังงานเพื่อจัดการกับความท้าทายระดับโลกในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น โรคระบาด การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว ในปี 2562 เดลต้า ประเทศไทย ได้เปิดตัววิดีโอแบรนด์ครั้งแรกภายใต้คอนเซปต์ “Life Gets Better by Change” เพื่อแนะนำเกี่ยวกับบริษัทด้านการวิจัยและพัฒนา ศูนย์การผลิต และธุรกิจสาขาทั่วโลกของเดลต้า ซึ่งนำเสนอโซลูชันประหยัดพลังงานอัจฉริยะและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นสำหรับประเทศไทย นับตั้งแต่การระบาดของโควิด-19 ได้เร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลและระบบอัตโนมัติ สภาวะโลกร้อนได้กระตุ้นให้เกิดความต้องการรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลก วิดีโอใหม่ของเดลต้ากล่าวถึงเมกะเทรนด์ทั่วโลกในเนื้อหาปัจจุบันพร้อมอัปเดตข้อมูลเกี่ยวกับโซลูชันล่าสุดของบริษัทที่สนับสนุนการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนของประเทศไทยเข้าสู่ยุคNew Normal โซลูชันและแอปพลิเคชันเด่นของเดลต้า ประเทศไทย ได้แก่: • ระบบอุตสาหกรรมอัตโนมัติ: ระบบอัตโนมัติประสิทธิภาพสูงสำหรับการผลิตอัจฉริยะและสมาร์ทฟาร์ม • อาคารอัตโนมัติ: แอปพลิเคชันสำหรับอาคารสีเขียว ประหยัดพลังงาน เพื่อความปลอดภัยและสุขภาพต่อผู้อาศัย • ดาต้าเซ็นเตอร์: กรีนโซลูชันสำหรับแอปพลิเคชันด้านดิจิทัล IoT และ IIoT • พลังงานโทรคมนาคม: พาวเวอร์โมดูลประสิทธิภาพเยี่ยมสำหรับงานโทรคมนาคมที่น่าเชื่อถือและยืดหยุ่น • พลังงานอัจฉริยะ: การอนุรักษ์พลังงาน จัดเก็บ และจัดการพลังงานหมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพ • จอแสดงผลและมอนิเตอร์: สำหรับการตรวจสอบ ความปลอดภัย การโฆษณาและการแสดงภาพด้านความบันเทิง • สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า EV: สำหรับชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าส่วนตัวและเชิงพาณิชย์ที่ปลอดภัย รวดเร็วและสะดวกสบายสำหรับผู้ขับขี่รถยนต์EV แคมเปญวิดีโอแบรนด์ใหม่ที่จัดทำขึ้นนี้ เดลต้ามุ่งมั่นที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยใช้ชีวิตเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และใช้ประโยชน์จากโอกาสใหม่ ๆ ในระบบเศรษฐกิจดิจิทัลและระบบนิเวศน์สีเขียวแห่งอนาคตโซลูชันพลังงานหมุนเวียนและที่ชาร์จไฟฟ้า EV ของเดลต้าจะทำให้ประเทศไทยมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำและลดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมโดยไม่ส่งผลกระทบต่อความสะดวกสบายหรือให้เกิดความยุ่งยากในการดำเนินชีวิต เดลต้ามุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับพันธมิตรในท้องที่เพื่อให้เกิดเศรษฐกิจที่หลากหลายและยืดหยุ่นมากขึ้น ซึ่งจะช่วยคนไทยเติมเต็มชีวิตให้สมบูรณ์ ยั่งยืน และเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ เดลต้ามองถึงอนาคตที่สดใสและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสำหรับทุกคน ดั่งคำมั่นสัญญาของแบรนด์: Smarter. Greener. Together. สามารถชมวิดีโอใหม่นี้ได้ที่ลิงก์: YouTube: https://www.youtube.com/watch?v=9JdvBP1P5d4
“BRIDGESTONE เปลี่ยนยางขอบใหญ่ จัดให้ล้นถัง” ครั้งที่ 1
บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด จับรางวัลครั้งที่ 1 สำหรับโปรโมชั่นสุดยิ่งใหญ่ “BRIDGESTONE เปลี่ยนยางขอบใหญ่ จัดให้ล้นถัง” จัดหนัก แจกจริง!! มอบรางวัลบัตรเติมน้ำมันให้ลูกค้า ผู้โชคดีที่ซื้อและเปลี่ยนยางบริดจสโตน ขนาด 17 นิ้วขึ้นไป และลงทะเบียนรับประกันยาง พิธีจับรางวัลครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากผู้แทนกรมการปกครอง ร่วมเป็นสักขีพยาน ซึ่งมีรางวัลใหญ่เป็นบัตรเติมน้ำมัน ปตท มูลค่า 100,000 บาท 1 รางวัล นอกจากนี้ยังมีรางวัลบัตรเติมน้ำมัน ปตท มูลค่า 5,000 บาท จำนวน 50 รางวัล รวม 51 รางวัล สำหรับรายชื่อผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลประกาศทาง www.facebook.com/BridgestoneTH ในวันที่ 31 สิงหาคม 2565 และยังมีกำหนดการจับรางวัลอีก 2 ครั้ง พบกับการจับรางวัล “BRIDGESTONE เปลี่ยนยางขอบใหญ่ จัดให้ล้นถัง” ครั้งที่ 2 ในวันที่ 19 ตุลาคม 2565 สำหรับลูกค้าที่ซื้อยางในเดือนสิงหาคมและกันยายนเท่านั้น สำหรับกิจกรรม “BRIDGESTONE เปลี่ยนยางขอบใหญ่ จัดให้ล้นถัง” นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมเพื่อตอบแทนลูกค้า ที่เผชิญกับสถานการณ์ราคาน้ำมันแพง เมื่อลูกค้าซื้อและเปลี่ยนยางบริดจสโตนทุกรุ่นที่ร่วมรายการ ขอบ 17 นิ้วขึ้นไป ทุก 4 เส้น และลงทะเบียนรับประกันยาง จะได้รับสิทธิ์ร่วมชิงโชค 1 สิทธิ์ เพื่อลุ้นรับรางวัล บัตรเติมน้ำมัน ปตทมูลค่าสูงสุด 100,000 บาท ทุกๆ 2 เดือน รวมมูลค่า 1,050,000 บาท* ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 พฤศจิกายน 2565 เมื่อลูกค้าซื้อและเปลี่ยนยาง พร้อมลงทะเบียนรับประกันยางผ่านช่องทางhttps://tirewarranty.bridgestoneth.com เพื่อรับสิทธิ์ร่วมชิงโชคลุ้นรับรางวัล โดยมีกำหนดในการจับรางวัลทุกๆ 2 เดือน ทั้งหมด 3 ครั้ง สำหรับการจับรางวัลในแต่ละครั้ง ได้แก่ รางวัลที่ 1 บัตรเติมน้ำมัน ปตท มูลค่า 100,000 บาท จำนวน 1 รางวัล รวมมูลค่า 100,000 บาท และ รางวัลที่ 2 บัตรเติมน้ำมัน ปตท มูลค่า 5,000 บาท จำนวน 50 รางวัล รวมมูลค่า 250,000 บาท รวมจำนวนของรางวัลตลอดรายการ 153 รางวัล รวมมูลค่าทั้งสิ้น 1,050,000 บาท เงื่อนไขโปรโมชั่น: 1) ลูกค้าจะได้รับสิทธิ์ร่วมชิงโชคเพื่อลุ้นรับรางวัลบัตรเติมน้ำมัน ปตท รางวัลที่ 1 มูลค่า 100,000 บาท และรางวัลที่ 2 มูลค่า 5,000 บาท เมื่อซื้อและเปลี่ยนยางบริดจสโตนทุกรุ่นที่ร่วมรายการ ขอบ 17 นิ้วขึ้นไป ทุก 4 เส้น พร้อมลงทะเบียนรับประกันยาง และอัปโหลดใบเสร็จได้ถูกต้องครบถ้วน 2) ข้อมูลบนใบเสร็จต้องครบถ้วนสมบูรณ์ โดยมีรายละเอียด วันที่ใบเสร็จ, ชื่อร้านค้า, ชื่อ-นามสกุลลูกค้า, เบอร์โทรศัพท์มือถือ, ทะเบียนรถ, รุ่นยาง, ขนาดยาง, จำนวนยาง และราคายาง 3) จำกัดจำนวนสิทธิ์ 1 สิทธิ์ ต่อ 1 ใบเสร็จ 4) จำกัดสิทธิ์ 153 สิทธิ์ ตลอดระยะเวลาโปรโมชั่น 5) ระยะเวลาโปรโมชั่นตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 พฤศจิกายน 2565 6) กำหนดการจับรางวัล ดังนี้ – ครั้งที่ 1: จับรางวัลวันที่ 19 สิงหาคม 2565 เมื่อซื้อและเปลี่ยนยาง พร้อมลงทะเบียนรับประกันยาง ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน – 31 กรกฎาคม 2565 ประกาศผลผู้โชคดีภายในวันที่ 30 สิงหาคม 2565 – ครั้งที่ 2: จับรางวัลวันที่ 19 ตุลาคม 2565 เมื่อซื้อและเปลี่ยนยาง พร้อมลงทะเบียนรับประกันยาง ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม – 30 กันยายน 2565 ประกาศผลผู้โชคดีภายในวันที่ 30 ตุลาคม 2565 – ครั้งที่ 3: จับรางวัลวันที่ 19 ธันวาคม 2565 เมื่อซื้อและเปลี่ยนยาง พร้อมลงทะเบียนรับประกันยาง ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม – 30 พฤศจิกายน 2565 ประกาศผลผู้โชคดีภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2565 7) ประกาศผลผู้โชคดีผ่านทาง FACEBOOK Fanpage: Bridgestone Thailand และทางบริษัทฯ จะแจ้งผู้โชคดีทุกท่านผ่านทางโทรศัพท์ *สำหรับเกณฑ์การตัดสิน และเงื่อนไขต่างๆ ของโปรโมชั่น เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.bridgestone.co.th หรือสอบถามได้ที่แผนกลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 02-636-1555
กรุงไทยคาร์ทุ่มงบอีก 300 ล้าน
มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ดึงพันธมิตรจากกลุ่มกรุงไทยคาร์ ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจชั้นแนวหน้าของอุตสาหกรรมรถยนต์ไทย เข้ามาร่วมธุรกิจเป็นผู้จำหน่ายมาสด้าอย่างเป็นทางการ ภายใต้การบริหารงานโดย นายพิสิทธิ์ จันทรเสรีกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โก ออโตโมบิล จำกัด ด้วยการทุ่มงบประมาณลงทุนกว่า 300 ล้านบาท เพื่อเปิดโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการแบบครบวงจรแห่งใหม่ในย่านอ่อนนุชและลาดกระบัง ภายใต้ชื่อ “มาสด้า โก” บนเนื้อที่กว่า 2 ไร่ เพื่ออำนวยความสะดวกและรองรับความต้องการในการเข้ารับบริการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ตามพันธกิจของมาสด้า คือ การมุ่งมั่นยกระดับและส่งมอบประสบการณ์การบริการที่ดีที่สุดเกินความคาดหวังของลูกค้า และเพื่อขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายให้ครอบคลุมในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยลูกค้ามาสด้าสามารถเข้ามาเยียมชมและสัมผัสความโอ่อ่าหรูหรา พร้อมเลือกเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้าทุกรุ่นและทดลองขับ หรือนำรถมาเข้ารับบริการได้แล้วนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป มร. ทาดาชิ มิอุระ ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า มาสด้าได้เล็งเห็นถึงโอกาสในการขยายการเติบโตทางธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่เลือกใช้รถยนต์มาสด้าในเขตนิคมอุตสาหกรรมและเป็นย่านทำเลทองที่มีศักยภาพสูง รวมถึงย่านอ่อนนุชและเขตลาดกระบัง เป็นแหล่งชุมชนขนาดใหญ่ที่มีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น จึงเดินหน้าเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่แบบครบวงจรขึ้น โดยความร่วมมือกับ มาสด้า โก ซึ่งบริหารงานโดย คุณพิสิทธิ์ จันทรเสรีกุล ซึ่งมีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจรถยนต์ในประเทศไทยมายาวนาน และเพียบพร้อมไปด้วยทีมงานขายมืออาชีพ ทีมช่างเทคนิค และทีมงานคุณภาพสูง ด้วยเหตุนี้ มาสด้าจึงมั่นใจอย่างยิ่งว่าโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่นี้จะสามารถส่งมอบการบริการที่ตอบโจทย์ และมอบประสบการณ์อันแสนวิเศษ สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้อย่างแน่นอน ซึ่งผมขอแสดงความยินดีเป็นอย่างยิ่งกับผู้บริหารและทีมงาน มาสด้า โก ในการเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่ในครั้งนี้ คุณพิสิทธิ์…
ยามาฮ่าเปิดประสบการณ์การทดสอบขับขี่รถไฟฟ้า
คุณสุขวสา ขันธนันท์ ผู้จัดการส่วนการตลาดด้านอะไหล่ พร้อมด้วยนายวัชรพงศ์ สิบพันทา ผู้จัดการส่วนบริการและสนับสนุนด้านเทคนิค และนายอาจองค์ ปิงสุทธิวงศ์ ผู้จัดการส่วนการดำเนินการด้านอะไหล่ ให้เกียรติถ่ายภาพร่วมกับกลุ่มยามาฮ่าคลับ และผู้ใช้รถจักรยานยนต์ทั่วไป ในการเปิดประสบการณ์ทดสอบขับขี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า “YAMAHA E01” Demo Day ให้กับประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนผ่าน Facebook : YAMAHA RIDERS CLUB THAILAND ได้มาสัมผัสสมรรถนะและทดลองขับขี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า E01 โดยทาง บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด จะทำการเปิดให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าลงทะเบียนทดสอบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า YAMAHA E01 อย่างต่อเนื่อง โดยสามารถติดตามข่าวสารการเปิดทดสอบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าได้ที่ Facebook : YAMAHA RIDERS CLUB THAILAND สำหรับกิจกรรม “YAMAHA E01” Demo Day ในครั้งนี้ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากผู้ใช้รถจักรยานยนต์ทั่วไปที่เข้าร่วมลงทะเบียนทดสอบผ่าน Facebook : YAMAHA RIDERS CLUB THAILAND มากกว่า 300 ท่าน #Yamaha #YamahaSocietyThailand #E01 #EV100% #E01DemoDay
การเปลี่ยนแปลงสู่พลังงานสีเขียวอัจฉริยะ
งานสัมมนา Delta Future Industry Summit ที่จะจัดขึ้น ณ โรงแรมคาร์ลตัน กรุงเทพฯ สุขุมวิท โดยงานสัมมนาประจำปีของเดลต้า จะมีผู้นำทั้งจากภาครัฐและภาคอุตสาหกรรมไทย รวมถึงสื่อมวลชนพบปะและแลกเปลี่ยนพุดคุยความรู้แบ่งปันวิสัยทัศน์และข้อมูลเชิงลึกล่าสุดด้านเทคโนโลยีนวัตกรรมแห่งอนาคต งานสัมมนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของเดลต้าในปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 4 ภายใต้หัวข้อ Smart Green Energy for a Resilient and Sustainable Thailand เพื่อเป็นประโยชน์กับธุรกิจไทย ทางเดลต้าจึงจัดงานในรูปแบบ Hybrid เพื่อให้ผู้ชมทั่วไปสามารถเข้าร่วมงานสัมมนาทางออนไลน์ นอกเหนือจากแขกรับเชิญของเดลต้า โดยผู้สนใจสามารถลงทะเบียนได้ที่ https://summit2022.deltathailand.com/th/ ในงานสัมมนา นอกเหนือจากโอกาสทางธุรกิจ ผู้เข้าร่วมจะได้ชมบูธจัดแสดงโซลูชันเทคโนโลยีจากเดลต้าและร่วมรับประทานอาหารว่างและอาหารกลางวัน เนื่องจากที่นั่งมีจำนวนจำกัด ประชาชนที่ลงทะเบียนเข้าร่วมงานอาจได้รับเชิญให้เข้าร่วมงาน ณ สถานที่จัดงาน หรือเข้าร่วมงานผ่านช่องทางออนไลน์ ผลิตภัณฑ์ของเดลต้าที่ได้นำมาจัดแสดงได้แก่: โครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์ เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า 22kW AC MAX เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบสองทิศทาง V2X อินเวอร์เตอร์เครื่องแปลงไฟสำหรับที่อยู่อาศัย ระบบจัดการพลังงาน DeltaGrid ซอฟต์แวร์ VTScada สำหรับจัดการฟาร์มอัจฉริยะ ในงานสัมมนา กระทรวงพลังงานของประเทศไทยจะแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความสำคัญของพลังงาน 4.0 ต่อแผนการพัฒนาประเทศไทย 4.0 นอกจากนี้ วิทยากรท่านอื่น ๆ จะนำเสนอและพูดคุยเกี่ยวกับโซลูชันนวัตกรรมที่จะมาช่วยแก้ไขปัญหาต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียน รวมถึงแผนการเร่งเปลี่ยนสังคมไทยสู่สมาร์ทกริดและโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสีเขียว โดยหัวข้ออื่น ๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์ของประเทศไทยสำหรับเศรษฐกิจดิจิทัลใหม่และการผลิตสู่อุตสาหกรรม 4.0 ด้วยเทคโนโลยี big data, 5G และระบบอัตโนมัติ มร.แจ็คกี้…
ฮอนด้า “เปลี่ยน…ให้ปลอดภัย เพราะเราห่วงใยไม่เคยเปลี่ยน”
ความปลอดภัยเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักการดำเนินธุรกิจของฮอนด้าในปีพ.ศ. 2593 เพื่อมุ่งสร้างสังคมปลอดอุบัติเหตุและลดการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วโลกให้เป็นศูนย์ (Zero Traffic Collision Fatalities) บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) ให้ความสำคัญกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์และความปลอดภัยของลูกค้าด้วยความห่วงใยเสมอมา เช่นเดียวกับกรณีการเปลี่ยนชิ้นส่วนในชุดถุงลม เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อคุณภาพผลิตภัณฑ์ และเสริมความมั่นใจและความปลอดภัยในการขับขี่บนท้องถนน เดินหน้าแคมเปญ “เปลี่ยน…ให้ปลอดภัย เพราะเราห่วงใยไม่เคยเปลี่ยน” แจ้งลูกค้าฮอนด้าที่มีรถยนต์อยู่ในข่ายต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนในชุดถุงลมที่ยังไม่ได้เข้ารับบริการ สามารถนำรถยนต์เข้ารับบริการได้ที่ศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ 228 แห่ง ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 ฮอนด้าได้ให้ความสำคัญในการติดตามลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ในการนำรถยนต์ เข้ารับการตรวจสอบและเปลี่ยนชิ้นส่วนในชุดถุงลมแบบไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อให้ครอบคลุมผู้ใช้รถยนต์รุ่นที่ เข้าข่ายได้มากที่สุด ปัจจุบัน พบว่ายังมีลูกค้าบางส่วนที่ยังไม่ได้เข้ารับการตรวจสอบ สาเหตุอาจมาจากการเปลี่ยนผู้ครอบครอง จึงทำให้ไม่สามารถติดต่อลูกค้ากลุ่มนี้ได้ ซึ่งฮอนด้าได้ประชาสัมพันธ์เพื่อแจ้งข้อมูลลูกค้าผ่านทุกช่องทางอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการดำเนินกิจกรรมแคมเปญ “เปลี่ยน… ให้ปลอดภัย เพราะเราห่วงใยไม่เคยเปลี่ยน” ในครั้งนี้ สำหรับรถยนต์รุ่นที่เข้าข่ายต้องตรวจสอบและเปลี่ยนชิ้นส่วนในชุดถุงลม เฉพาะรถยนต์ที่ผลิตและจำหน่ายรุ่นปี ค.ศ. 1998 – 2014 (พ.ศ. 2541 – 2557) ได้แก่ · บริโอ้ รุ่นปี ค.ศ. 2012 -2014 (พ.ศ. 2555 – 2557) · บริโอ้ อเมซ รุ่นปี ค.ศ. 2014 (พ.ศ. 2557) · ซิตี้ รุ่นปี ค.ศ. 1998 – 1999 (พ.ศ. 2541 – 2542) รุ่นปี ค.ศ. 2003 – 2013 (พ.ศ. 2546 – 2556) · แจ๊ซ รุ่นปี ค.ศ. 2004 – 2006 (พ.ศ. 2547 – 2549) รุ่นปี ค.ศ. 2009 – 2013 (พ.ศ. 2552 – 2556) · ซีวิค รุ่นปี ค.ศ. 2001 – 2014 (พ.ศ. 2544 – 2557) · แอคคอร์ด รุ่นปี ค.ศ. 1998 – 2000 (พ.ศ. 2541 – 2543) รุ่นปี ค.ศ. 2003 – 2012 (พ.ศ. 2546 – 2555) · ซีอาร์-วี รุ่นปี ค.ศ. 1998…
รถไฟฟ้ามาล่าสุดนามว่า NETA รุ่น V ราคา 549,000 บาท อึ้งกันไปเลย
บริษัท โฮซอน นิว เอนเนอร์ยี่ ออโต้โมบิล จำกัด ผู้ผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบรนด์ NETA จากประเทศจีนสะท้อนจุดยืน “Popularizer of Smart EV: สรรสร้างนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อทุกคน” เปิดตัวแบรนด์ NETA อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ตั้งบริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด เป็นศูนย์กลางธุรกิจรถไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียน พร้อมผนึกพันธมิตรใหญ่ ปตท. สร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าในไทย เตรียมแนะนำรถยนต์ไฟฟ้าเข้าสู่ตลาดอย่างน้อยปีละ 1 รุ่น ประเดิมเปิดตัว “NETA V” (เนต้า วี) รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ภายใต้แนวคิด“Touchable Smart EV” เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าเพื่อคนไทยทุกคน มร.หวัง เฉิงเจี่ย (Mr. Wang ChengJie) รองประธาน บริษัท โฮซอน นิว เอนเนอร์ยี่ ออโต้โมบิล จำกัด กล่าวว่า “ด้วยเป้าหมายที่จะให้ผู้คนทั่วทุกมุมโลกมีโอกาสได้ใช้งานรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% พร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัยได้อย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น บริษัทฯ จึงทุ่มเทให้กับ “การสร้างรถยนต์เพื่อการใช้งานสำหรับทุกคน“ ให้มี“สิทธิในการเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างเท่าเทียมกัน“ โดยทำหน้าที่เป็น “ผู้สรรสร้างนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้” ทำให้ NETA เริ่มแผนการขยายธุรกิจไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาโดยประเทศไทยคือเป้าหมายแรกภายใต้กลยุทธ์ดังกล่าวซึ่งเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมยานยนต์ในภูมิภาคอาเซียนที่มีศักยภาพสูง ภาครัฐมีนโยบายและมาตรการส่งเสริมการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม ขณะที่ผู้บริโภคก็เปิดรับยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นเช่นกัน” NETA รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่เติบโตสูงอย่างต่อเนื่องในจีน บริษัท โฮซอน นิว เอนเนอร์ยี่ ออโต้โมบิล จำกัด หรือ Hozon Auto เป็นผู้ผลิตรถยนต์แบรนด์ NETA ซึ่งเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% จากประเทศจีน ก่อตั้งขึ้นในปี 2557 มีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นในระยะเวลาเพียง 4 ปี ของการดำเนินธุรกิจโดยสามารถเปิดตัวรถยนต์รุ่นแรกได้ภายในปี 2561 และจัดอยู่ในกลุ่มบริษัทรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่มียอดขายที่เติบโตสูงอย่างต่อเนื่องในตลาดรถยนต์ประเทศจีน ด้วยอัตราการเติบโตสูงกว่า 362% ในปี 2564 ที่ผ่านมา มียอดจำหน่ายรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารวมแล้วกว่า 170,000 คัน ช่วยลดการปล่อยมลพิษได้กว่า279,000 ตัน ปัจจุบันบริษัทฯ มีรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ทำตลาด 3 รุ่นได้แก่ NETA U รถยนต์พลังงานไฟฟ้าสไตล์SUV; NETA V รถยนต์พลังงานไฟฟ้าสไตล์ City Car รวมไปถึง NETA S รถยนต์พลังงานไฟฟ้าสไตล์สปอร์ต NETA ทุ่มเทให้กับการสร้างนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อทุกคน ตั้งเป้าแนะนำรถรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง ด้วยความมุ่งมั่นที่ต้องการให้ทุกคนมี “สิทธิในการเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างเท่าเทียม” บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม และเทคโนโลยีอัจฉริยะในทุกมิติเพื่อพัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่มีนวัตกรรม ล้ำสมัยด้วยเทคโนโลยีที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้อย่างแท้จริง ปัจจุบันบริษัทฯ มีศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวม 6 แห่ง โดย 3 แห่งอยู่นอกประเทศจีน ครอบคลุมทั้งในเยอรมนี อิตาลี รวมทั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะใน Silicon Valley สหรัฐอเมริกา พร้อมโรงงานผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าได้มาตรฐานระดับโลกรวม 3 โรงงานตั้งอยู่ในมณฑลเจ้อเจียง มณฑลเจียงซี และหนานหนิงเขตกวางสี ที่มีกำลังการผลิตรวม250,000 คันต่อปี โดยโรงงานที่เมืองหนานหนิงจะเป็นโรงงานหลักสำหรับผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าพวงมาลัยขวาเพื่อส่งออกมายังภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก โดยมีตลาดที่สำคัญอยู่ที่ประเทศไทย พร้อมกำลังการผลิตอยู่ที่ 100,000 คัน ยิ่งไปกว่านั้น NETA ยังร่วมมือกับผู้นำด้านนวัตกรรมระดับโลกในหลายธุรกิจ อาทิ Sense Time ผู้พัฒนาอัลกอริทึมAI รายใหญ่ของโลก; Horizon Robotics ผู้นำด้านแพลตฟอร์มการประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ (AI); Huawei ผู้ให้บริการโซลูชั่นเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT); CATL หนึ่งในผู้ผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก รวมไปถึงกลุ่มปตท. ในประเทศไทย NETA มีแพลตฟอร์มรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอัจฉริยะ 2 แพลตฟอร์ม ได้แก่ HPC และ HPA ครอบคลุมตลาดตั้งแต่กลุ่ม A00 ถึงระดับ B โดยตั้งเป้าแนะนำรถยนต์รุ่นต่างๆ ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง จับมือกลุ่มปตท. ร่วมสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศให้แข็งแกร่ง NETA ได้ขยายธุรกิจสู่ตลาดประเทศไทยในปี 2565 ในนาม บริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด พร้อมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ บริษัท อรุณ พลัส จำกัด (Arun Plus) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ ปตท. ถือหุ้น100% เพื่อศึกษาความเป็นไปได้สำหรับโอกาสทางธุรกิจและการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว Arun Plus จะเข้ามาร่วมสร้างนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าร่วมกันกับ NETA ในหลากหลายมิติ โดยบทบาทหลักคือการเป็นผู้ผลิตรถยนต์ให้กับ NETA ผ่านบริษัท Horizon Plus ซึ่งจะสามารถเปิดสายพานการผลิตได้ภายในปี 2024 อีกทั้งยังเป็นฐานการผลิตสำหรับการส่งออกไปจำหน่ายในภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย มร.เป่า จ้วงเฟย (Mr. Bao Zhuangfei) ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยว่า“การดำเนินงานในประเทศไทย บริษัทฯ มุ่งเน้นความสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ ช่องทางการจัดจำหน่ายที่ครอบคลุม และมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดี เพื่อส่งมอบประสบการณ์การขับขี่รถยนต์พลังงานไฟฟ้าในรูปแบบใหม่ เพื่อคนไทยสามารถเข้าถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ NETA “Popularizer of Smart EV: สรรสร้างนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้” · ด้านผลิตภัณฑ์ : บริษัทฯ มีแผนแนะนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ครอบคลุมทั้งในกลุ่มรถยนต์นั่ง และรถยนต์ในกลุ่ม SUV เพื่อตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้าคนไทย ประเดิมด้วย NETA V สำหรับลูกค้าที่ชื่นชอบรถยนต์นั่งในกลุ่ม B ที่ให้ความคล่องตัวในการขับขี่ ก่อนจะเปิดตัวรถรุ่นอื่นๆ อีกอย่างต่อเนื่องทุกปี · ด้านช่องทางจำหน่าย : ปัจจุบัน NETA มีผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยแล้ว 24 แห่ง ครอบคลุมในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล รวมถึงหัวเมืองใหญ่ในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าวางเป้าหมายขยายเพิ่มเป็น 30 แห่ง ภายในปีนี้ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและรองรับจำนวนลูกค้าที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ยังเปิดให้บริการ NETA SPACE (เนต้า สเปช) ภายในพื้นที่ศูนย์การค้าเพื่อรองรับกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้า · ด้านประสบการณ์ลูกค้า : บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริการหลังการขาย โดยมีการเตรียมความพร้อมในทุกๆ ด้าน ทั้งการฝึกอบรมความพร้อมเจ้าหน้าที่สำหรับดูแลลูกค้าอย่างมืออาชีพ การจัดเตรียมอะไหล่สำรองให้สามารถรองรับกับความต้องการของลูกค้าอย่างทันท่วงที บริการช่วยเหลือลูกค้ากรณีฉุกเฉินผ่าน NETA Call Center ที่พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง NETA V : A Touchable Smart EV รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ทุกคนเข้าถึงได้ NETA V รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% สไตล์ City Car มาพร้อมแนวคิด “Touchable Smart EV” รถยนต์พลังงานไฟฟ้าอัจฉริยะที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้ ได้รับการออกแบบภายนอกที่ลงตัวตามหลักอากาศพลศาสตร์ และการออกแบบภายในที่เรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย โดดเด่นด้วยหน้าจอInfotainment ระบบสัมผัส ขนาดใหญ่ 14.6 นิ้ว พร้อมระบบการเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือ กุญแจแบบสมาร์ทคีย์พร้อมระบบ Ride & Go ให้รถพร้อมสำหรับการขับขี่ทันทีที่เปิดประตูรถ…
TTC Motor จัดงานเพื่อลูกค้า
TTC MOTOR เชิญลูกค้าชม ยนตรกรรมทรงสมรรถนะ Mercedes-AMG และร่วมกิจกรรม AMG Drip & Drive พร้อมรับแคมเปญพิเศษ Ultimate Fantastic Deal ดอกเบี้ย 0.88% ดาวน์เริ่มต้น 88,000 บาท ผ่อนเริ่มต้น 19,900 บาท MBSP 5 ปี ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 นาน 5 ปี ร่วมลุ้นรับทองคำมูลค่า 5 บาทและ 15 บาท สำหรับท่านที่สนใจ AMG GLC43 4MATIC Coupé GLB200 Progressive และ A200 AMG Dynamic ที่ โชว์รูมTTC สาขาพัฒนาการ 45 วันนี้ถึง 31 สิงหาคมนี้ คุณอัครินทร์ ตั้งทวีสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีซี มอเตอร์ จำกัด ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์, เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี, เมอร์เซเดส-มายบัคและเมอร์เซเดส-อีคิว อย่างเป็นทางการ เผยว่า TTC Motor ได้จัดเตรียมกิจกรรม AMG Drip & Drive คือ Coffee Makeover Class โดยบาริสต้า มาให้ความรู้เกี่ยวกับกาแฟและแนะนำการ Drip กาแฟ พร้อมกับการตกแต่งพวงกุญแจ Handcrafted Leather และการขับ Simulator Machine of AMG ยนตรกรรมทรงสมรรถนะ พร้อมรับแคมเปญ Ultimate Fantastic Deal กรณีจองหรือออกรถในเดือนสิงหาคมนี้ พร้อมสิทธิ Voucher Rebalance :Manual Physical Therapy สำหรับรายละเอียดของแคมเปญ ประกอบด้วย · ดอกเบี้ย 0.88% · ดาวน์เริ่มต้น 88,000 บาท · ผ่อนเริ่มต้น 19,900 บาทกับโปรแกรม mySTAR* · MBSP 5 ปี (โปรแกรมบำรุงรักษาและขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์ อุ่นใจไม่รู้จบให้กับลูกค้าโดยเฉพาะ) · ประกันภัย 5 ปี · ผ่อนดาวน์ผ่านบัตรเครดิต 0% นาน 6 เดือน นอกจากนี้ ลูกค้าที่จองหรือออกรถ AMG GLC43 4MATIC Coupé ราคาเริ่มต้น 4,999,000 บาท รวมmySTAR 5 ปี ประกันภัย 1 ปี รับประกันตัวรถ 3 ปี แถมทองมูลค่า 15 บาท* GLB200 Progressive ราคาเริ่มต้น2,899,000 บาท รวม mySTAR 5 ปี ประกันภัย 1 ปี รับประกันตัวรถ 3 ปี แถมทองมูลค่า 5 บาท* และ A200AMG Dynamic ราคาเริ่มต้น 2,150,000 บาท รวม mySTAR 5 ปี ประกันภัย 1 ปี รับประกันตัวรถ 3 ปี แถมทองมูลค่า 5 บาท ทั้งนี้ภายในโชว์รูมยังมีการจัดตกแต่ง เพื่อสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้า สามารถเช็คอิน อวดมุมสวยๆผ่านออนไลน์ ได้อย่างเพลิดเพลิน มาแล้วมาอีกได้ หากคุณพลาดมุมพิเศษในสไตล์ไหนไป สามารถกลับมาเช็คอินที่ทีทีซี มอเตอร์ พัฒนาการ 45 ทั้งนี้เรายังมีอาหารรสเลิศ สุดพิเศษจาก Water Library เพื่อบริการให้ลูกค้าทุกท่านอีกด้วย สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ พัฒนาการ 45 1274, 083-545-6456 อุบลราชธานี 045-475-222…
