บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดพิธีมอบประกาศนียบัตรโครงการนักเรียนช่างฝึกหัดที่ผ่านการรับรองคุณภาพเมอร์เซเดส-เบนซ์ตามมาตรฐานการศึกษาทวิภาคีเยอรมัน ในสาขาวิชาเมคคาทรอนิคส์ยานยนต์เพื่อความเป็นเลิศในการศึกษาทวิภาคีและเพื่อพัฒนาศักยภาพ ของนักเรียนอาชีวะสู่การเป็นช่างเทคนิคมืออาชีพที่ผ่านการรับรองคุณภาพมาตรฐานเดียวกับประเทศเยอรมนี โดยมีประธานในพิธีคือ มร. โรลันด์ โฟล์เกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วยมร. ฮันส์ อูลริช ซึดเบคอัครราชทูตและหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ สถานเอกอัคราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย และ ดร. โรลันด์ ไวน์ ผู้อำนวยการบริหาร หอการค้าเยอรมัน-ไทย ร่วมกับตัวแทนสถาบันการศึกษาที่เข้าร่วมโครงการกับบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ได้ผ่านการทดสอบจากสมาคมหอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งเยอรมนี หรือAssociation of German Chambers of Commerce and Industry (DIHK) และเป็นบริษัทแรกในประเทศไทยที่ผ่านการรับรองในด้านการฝึกอาชีพ ในระดับอาชีวศึกษาและฝึกอบรมทวิภาคีในประเทศไทยตามหลักสูตรเยอรมันหรือ Certificate ระดับ บี (Level B) ในปีพ.ศ. 2561 และเป็นบริษัทแรกในประเทศไทยที่ผ่านการรับรองถึงระดับอาชีวศึกษาและฝึกอบรมทวิภาคีหลักสูตรเยอรมันในต่างประเทศ หรือ Certificate ระดับ เอ (Level A) ในปีพ.ศ. 2562 ซึ่งทั้งสองระดับเป็นหลักสูตร 2 ปีของการเรียนการสอนในภาคปฏิบัติที่ควบคุมโดยผู้ฝึกอบรมที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการฝึกอบรมจากบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติกับรถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ณ ศูนย์ฝึกอบรม “Mercedes-Benz Training Center” ถนนบางนา-ตราด กม. 19 และศูนย์บริการของผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการ โดยในปีนี้มีนักเรียนช่างฝึกหัดเมอร์เซเดส-เบนซ์สำเร็จการศึกษา รุ่นที่ 31 จำนวน 75 คนและ รุ่นที่ 32 จำนวน 44 คน จากผู้จำหน่าย 21 แห่ง ได้รับประกาศนียบัตร Certificate Level A มีจำนวนทั้งสิ้น 20 คน และประกาศนียบัตร Certificate Level B มีจำนวนทั้งสิ้น 99 คน โดยทั้งนักเรียนช่างฝึกหัดและเจ้าหน้าที่ทุกคนจะนำความรู้ที่ได้รับจากการเรียนไปรับใช้เพื่อยกระดับการให้บริการลูกค้าที่ดีที่สุด และสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้าทุกท่านที่เข้ารับบริการกับผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส -เบนซ์อย่างเป็นทางการทุกแห่งทั่วประเทศ ทั้งนี้ นักเรียนที่สำเร็จการศึกษาทุกคนจะได้รับการบรรจุเข้าทำงานในบริษัทของผู้จำหน่ายรถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการ รวมทั้งสิ้น 21 แห่ง คือ บริษัท เค้งหงษ์ทอง จำกัด, บริษัท เบนซ์ ตลิ่งชัน จำกัด, บริษัท เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป จำกัด, บริษัท เบนซ์ พระราม 3 จำกัด, บริษัท เภตรา อยุธยา จำกัด, บริษัท เมโทร ออโต้เฮ้าส์ จำกัด, บริษัท เอ็มบี สุขุมวิท จำกัด, บริษัท แอทต้า ออโต้เฮ้าส์ จำกัด, บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด, บริษัท จันทบุรี เจพี มอเตอร์ จำกัด, บริษัทจิตต์ชัยชลบุรี จำกัด, บริษัท ทองหล่อ-รามอินทรา จำกัด, บริษัท ที เอส ที หัวหิน จำกัด, บริษัท ทีเอสที เมอร์เซเดส-เบนซ์ จำกัด, บริษัท ทีทีซี มอเตอร์ จำกัด, บริษัท ธนบุรีพานิช จำกัด (สาขาลุมพินี), บริษัท ธนบุรีพานิช จำกัด (สาขา งามวงศ์วาน), บริษัท ธนบุรีพานิช จำกัด (สาขา ราชดำเนิน), บริษัท บีเคเค ออโตเฮาส์ กาญจนาภิเษก จำกัด, บริษัท สตาร์แฟลก จำกัด และ บริษัท สวนหลวง ออโต้เฮ้าส์ จำกัด ภายในงาน ทางบริษัทฯ ยังได้มอบประกาศนียบัตรแก่เจ้าหน้าที่ของทางผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ อันได้แก่ประกาศนียบัตรในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ที่ปรึกษาการขายที่ผ่านการรับรอง (Certified Salespeople) จำนวน 52 คนเจ้าหน้าที่ที่ปรึกษาการบริการที่ผ่านการรับรอง (Certified Service Advisor) จำนวน 17 คน และเจ้าหน้าที่ช่างวิเคราะห์ที่ผ่านการรับรอง (Certified Diagnosis Technician) จำนวน 4 คน จากผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการ 18 แห่งดังต่อไปนี้ – บริษัท เบนซ์ เภตรา จำกัด, บริษัท เบนซ์ ตลิ่งชัน จำกัด, บริษัท เบนซ์บีเคเค กรุ๊ป จำกัด, บริษัท เบนซ์ บีเคเค วิภาวดี จำกัด, บริษัท เบนซ์ พระราม 3 จำกัด, บริษัท เบนซ์ ราชครู จำกัด, บริษัท เบนซ์ อุดรธานี จำกัด, บริษัท เมโทร ออโต้เฮ้าส์ จำกัด, บริษัท แอทต้า ออโต้เฮ้าส์ จำกัด, บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด, บริษัททองหล่อ-รามอินทรา จำกัด, บริษัท ทีทีซี มอเตอร์ จำกัด, บริษัท ธนบุรีพานิช จำกัด (สาขาลุมพินี), บริษัท ธนบุรีพานิช จำกัด (สาขา งามวงศ์วาน), บริษัท บีเคเค ออโตเฮาส์ กาญจนาภิเษก จำกัด, บริษัท พรีเมจ ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท สตาร์แฟลก จำกัด และ บริษัท สวนหลวง ออโต้เฮ้าส์ จำกัด พร้อมกันนี้ ทางบริษัทฯ ยังได้มอบประกาศนียบัตรแก่ศูนย์ซ่อมสีและตัวถังของผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการที่ผ่านการรับรองระหว่างปี 2564- 2565 (Certified Body & Paint Service Center) จำนวน 8 แห่ง ได้แก่ บริษัท เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป จำกัด, บริษัท เบนซ์ ภูเก็ต จำกัด, บริษัท เอ็มบี สุขุมวิท จำกัด, บริษัท แอทต้า ออโต้เฮ้าส์ จำกัด, บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด, บริษัท ทีเอสที เมอร์เซเดส-เบนซ์ จำกัด, บริษัท ทีทีซี มอเตอร์ จำกัด และบริษัท ธนบุรีพานิช จำกัด (สาขาลุมพินี)
Category: Social
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้ มร.มาร์ติน ชเวงค์ เป็น CEO คนใหม่
เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอจี ประกาศแต่งตั้ง มร. มาร์ติน ชเวงค์ ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด คนใหม่ ต่อจากมร. โรลันด์ โฟล์เกอร์ ซึ่งจะไปรับตำแหน่งใหม่ที่สำนักงานใหญ่ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ในประเทศเยอรมนี ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 ภายใต้การบริหารงานที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย มร. โรลันด์ โฟล์เกอร์มีบทบาทสำคัญในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับบริษัท ทั้งยังช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับเครือข่ายผู้จำหน่ายรถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ในประเทศไทย มร. โรลันด์ยังมีบทบาทสำคัญในการผลักดันนโยบายของแบรนด์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ที่จะก้าวไปสู่การเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัวในอนาคต ทั้งการเตรียมความพร้อมในการเป็นฐานการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าและแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ตลอดจนการผลักดันให้เกิดโครงการ Charge to Change ซึ่งทั้งหมดคือหัวใจสำคัญของความสำเร็จที่ก้าวนำเทรนด์ นอกจากนี้ การผลักดันนโยบายการทำงานด้านดิจิทัลยังส่งผลให้บริษัทบรรลุผลสำเร็จทางธุรกิจผ่านช่องทางออนไลน์ที่สามารถวัดผลได้ชัดเจนทั้งในเรื่องของยอดขายและการบริการลูกค้า มร. มาร์ติน ชเวงค์ ซึ่งจะมารับตำแหน่งต่อจากมร. โรลันด์ โฟล์เกอร์ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 เริ่มต้นการทำงานกับเมอร์เซเดส-เบนซ์ในปี 2535 เมื่อเขาเข้าร่วมทำงานใน ‘Mercedes-Benz-Nachwuchsgruppe’ ที่เมืองสตุตการ์ตในตำแหน่งวิศวกรผู้ควบคุมคุณภาพ หลังจากการทำงานในหลากหลายหน้าที่ทางด้านคุณภาพและการเงินในโรงงานผลิตหลายแห่งของเมอร์เซเดส-เบนซ์ใน เมืองรัสแตท ประเทศเยอรมนี มาร์ตินก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าแผนกควบคุมการวางแผนการผลิตที่ตั้งขึ้นใหม่ในซินเดลฟิงเงน จากนั้น ตั้งแต่ปี 2549 ถึงปี 2558 มาร์ตินได้เข้าไปดูแลงานด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการเงินและการควบคุม ทั้งในแอฟริกาใต้ ออสเตรีย รวมถึงการทำงานในตำแหน่งประธานบริหารด้านการเงิน (CFO) ของ MBUSI ในสหรัฐอเมริกา ในปี 2558 มาร์ตินย้ายไปเมืองปักกิ่ง ประเทศจีนเพื่อรับตำแหน่ง CFO ให้กับเมอร์เซเดส-เบนซ์ เซลส์ในประเทศจีนมาร์ตินมีส่วนสำคัญต่อความสำเร็จของแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ รวมถึงความก้าวหน้าของโครงการสำคัญ ๆ และกระบวนการทางธุรกิจมากมายในประเทศจีน ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 มาร์ตินเข้ารับตำแหน่งประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (อินเดีย) จำกัด โดยเขามีบทบาทสำคัญในการเตรียมเมอร์เซเดส-เบนซ์ อินเดียเพื่อก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงในอนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉพาะการขับเคลื่อนและผลักดันการริเริ่มการทำงานเกี่ยวกับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าและดิจิทัล เขายังมีส่วนสำคัญในการกำหนดกลยุทธ์การเติบโตของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ซึ่งรวมถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์เครื่องยนต์สันดาปหลักในตลาด การบุกเบิกการเดินทางด้วยรถยนต์ไฟฟ้าระดับลักชัวรีด้วยรถยนต์รุ่น EQC การยกระดับกลยุทธ์เครือข่ายการค้าปลีกด้วยรูปแบบการค้าปลีกMAR 2020 และการนำโมเดลธุรกิจ ‘การค้าปลีกแห่งอนาคต’ ไปใช้งานได้อย่างดีและประสบความสำเร็จในอินเดีย ตลอดช่วงเวลาที่เขาทำงานอยู่ที่อินเดีย เมอร์เซเดส-เบนซ์ อินเดียประสบความสำเร็จในการบรรเทาวิกฤติโควิด-19 ทั้งยังเพิ่มความแข็งแกร่งมากขึ้นในฐานะองค์กรที่มีความยืดหยุ่น ภายใต้วิสัยทัศน์ ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ การมีส่วนร่วมอย่างลึกซึ้งกับผู้คน คู่ค้า และลูกค้าของเขา ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กรที่พร้อมรับมือกับอนาคต มีความโปร่งใส และมุ่งเน้นที่ผู้คนเป็นศูนย์กลาง การได้รับการแต่งตั้งในตำแหน่งใหม่ที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทยของมร. มาร์ติน ชเวงค์ในวันนี้ บริษัทมีความมั่นใจว่า ด้วยประสบการณ์กว่า 3 ทศวรรษในอุตสาหกรรมยานยนต์ในหลากหลายทวีปของเขา จะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจและนำพาให้เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ก้าวสู่ความสำเร็จใหม่ในอนาคตที่น่าตื่นเต้นของเทรนด์การขับเคลื่อนใหม่ ๆ ที่กำลังมาในโลกยานยนต์
Mercedes-Benz S 350 d Exclusive เสริมทัพบริการระดับ 6 ดาว
Mercedes-Benz S 350 d Exclusive เป็นรถยนต์รุ่นใหม่เจเนอเรชันล่าสุดในครอบครัวเมอร์เซเดส-เบนซ์ เอสคลาส ที่พร้อมนำเสนอประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดภายใต้ความหรูหรา ความสะดวกสบาย และความปลอดภัยขั้นสูงสุด ด้วยนวัตกรรมสุดล้ำหน้าที่ให้ความสำคัญกับผู้ใช้ กับเครื่องยนต์ดีเซลที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น การออกแบบทั้งภายในและภายนอกใหม่หมดจด ภายใต้คอนเซ็ปต์ Sensual Purity ในภาษาดีไซน์ที่ได้รับการยกระดับขึ้นในทุก ๆ ส่วน พร้อมตอบรับความต้องการของผู้โดยสารในทุกที่นั่งด้วยประสบการณ์ดิจิทัลที่เป็นที่สุด โดยเฉพาะระบบมัลติมีเดีย MBUX7 เจเนอเรชันใหม่ และระบบความปลอดภัยสุดล้ำหน้า ที่พร้อมยกระดับประสบการณ์การขับขี่ขึ้นอีกขั้นในทุกรายละเอียด งานนี้ มร.บีเยิร์น กุซเทรา รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ส่งมอบรถยนต์ “Mercedes-Benz S 350 d Exclusive” จำนวน 6 คัน ให้กับ มร.เคลาส์ คริสตันเดิล ผู้จัดการทั่วไปโรงแรม เดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ โดยมี มร.แซม เฉีย รองผู้จัดการใหญ่ โรงแรม เดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ คุณปัญจวิไล สงค์อิ่ม กรรมการผู้จัดการ บริษัท โอเรียนเต็ลทรานซ์ แอนด์ คาร์ เซอร์วิซ จำกัด ผู้ให้บริการรถลิมูซีนสำหรับโรงแรมชั้นนำของเมืองไทย และ คุณกรกฎ วารวิจิตร ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายรถยนต์ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์(ประเทศไทย) จำกัด ร่วมเป็นสักขีพยานในการรับมอบรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอส คลาสรุ่นใหม่ ซึ่งโรงแรม เดอะเซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ เลือกใช้เป็นรถยนต์นั่งสำหรับแขกผู้เข้าพักในโรงแรม เพื่อยกระดับการบริการที่พร้อมมอบทั้งความหรูหราและความสะดวกสบายยิ่งขึ้นให้กับทุกคน
เตรียมพบกับ NEW MG4 ELECTRIC…รีวิวเต็มวันเสาร์ที่ 26 พย.นี้ทาง YOUTUBE
NEW MG4 ELECTRIC รถแฮทช์แบ็คพลังงานไฟฟ้า 100% ที่มาพร้อมคอมเซ็ปต์ “ICON” นิยามของการเป็น“ต้นแบบ” และมาตรฐานใหม่ของรถ EV ที่ขับสนุก โดดเด่นด้วยระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ตอกย้ำการเป็นอีวี สายพันธุ์แท้ด้วยนวัตกรรม NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM มั่นใจด้วยระบบความปลอดภัยADVANCED SYNCHRONIZE PROTECTION SYSTEM ให้อุ่นใจในทุกการขับขี่ ภายใต้แนวคิด BRIT DYNAMIC เต็มประสิทธิภาพทั้งในด้านสมรรถนะ (PERFORMANCE) การควบคุม (HANDLING) การออกแบบ (DESIGN) และความปลอดภัย (SAFETY) NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM โครงสร้างการออกแบบ “เนบิวลา” ที่พัฒนาขึ้นเพื่อยนตรกรรมไฟฟ้าโดยเฉพาะ ครั้งแรกของ NEW MG4 ELECTRIC กับการพัฒนาบนแพลตฟอร์ม NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM นวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่ดีไซน์มาเพื่อรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ กับความสามารถในการนำไปปรับใช้ร่วมกับรถยนต์ไฟฟ้าได้ครอบคลุมหลากหลายเซกเมนต์ หลายขนาด ตั้งแต่รถแฮทช์แบ็ค ซีดานไปจนถึงรถกระบะรวมถึงรองรับแบตเตอรี่หลากหลายความจุ คุณพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “จากจุดเริ่มต้นในการเป็นผู้นำและผู้บุกเบิกให้กับตลาดยานยนต์ EV สู่ประเทศไทยกับ MG ZS EV จนถึงปัจจุบัน ที่เราพร้อมนำเสนอ NEW MG4 ELECTRIC ที่จะเข้าเติมเต็มและพลิกโฉมวงการยานยนต์ไฟฟ้าอีกครั้งกับ “The First Rear Wheel Drive EV”พร้อมกับนวัตกรรมอันล้ำสมัยที่ทางเอ็มจีได้พัฒนา ที่นอกจากจะมัดรวมความคุ้มค่าทั้งด้านดีไซน์ที่สะดุดตาและเป็นเอกลักษณ์แล้ว ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ให้ประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าสนุกและคล่องตัวยิ่งขึ้นอีกด้วย และยังให้ความมั่นใจในด้านความปลอดภัยเมื่ออยู่บนท้องถนน โดยนอกจากความมุ่งมั่นในการก้าวสู่การเป็นผู้ริเริ่มของตลาดรถยนต์ EV แล้ว เอ็มจียังเล็งเห็นถึงความสำคัญ ในการสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าให้กับลูกค้าที่ใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ด้วยการพัฒนาสถานีชาร์จ ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่มากกว่า 128 แห่งทั่วประเทศ และสร้างความมั่นใจด้วยศูนย์บริการที่สามารถรองรับรถยนต์ไฟฟ้าจาก เอ็มจี ได้ทุกรุ่นกว่า 160 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้ลูกค้าก้าวเข้าสู่ยุคของรถยนต์พลังงานสะอาดได้มั่นใจยิ่งขึ้น” ICONIC DESIGN โดดเด่นด้วยสไตล์การออกแบบ NEW MG4 ELECTRIC ดีไซน์ภายนอกสปอร์ตรอบคัน โฉบเฉี่ยวในทุกการเคลื่อนไหว · การออกแบบตัวรถใหม่แบบ AVANT-GARDE INDUCTIVE DESIGN · ไฟหน้า LED GALAXY TECHNOLOGY MATRIX HEADLIGHTS …
อีซูซุ เช็กความฟิตก่อนเดินทางเที่ยวปีใหม่
ข่าวดี! ของผู้ใช้รถอีซูซุทั้งหลาย พารถเก่าเข้าศูนย์ รับโปรสุดคุ้มจากอีซูซุ งานนี้กลุ่มตรีเพชรโดย คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ กรรมการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เชิญชวนลูกค้าอีซูซุมาตรวจเช็กสภาพรถให้พร้อมก่อนออกเดินทางเที่ยวปีใหม่ โดยขอมอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าผู้ใช้รถปิกอัพและรถยนต์นั่งอเนกประสงค์อีซูซุทุกรุ่นที่จำหน่ายก่อนปี ค.ศ. 2011 (อีซูซุดราก้อนเพาเวอร์ อีซูซุดีแมคซ์รุ่นปี ค.ศ. 2003 – 2011 และอีซูซุมิว-เซเว่น) เข้ารับบริการที่ศูนย์บริการมาตรฐานอีซูซุพร้อมรับโปรโมชั่นดีๆ ดังนี้ · แพ็กเกจสุดคุ้มเมื่อเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตรีเพชร ดีดีไอแมคซ์ จำนวน 7 ลิตร พร้อมไส้กรองน้ำมันเครื่องอะไหล่แท้ตรีเพชรรวมค่าแรง ฟรี! ค่าบริการตรวจเช็กสภาพรถ 30 รายการ สำหรับน้ำมันเครื่องเกรดมาตรฐาน SAE 15W-40 API CI4 ราคาเพียง 1,390 บาท และ น้ำมันเครื่องเกรดกึ่งสังเคราะห์ SAE 10W-30 API CI4 ราคา 1,690 บาท · ส่วนลดอะไหล่แท้ตรีเพชร 15% สำหรับอะไหล่ช่วงล่าง เบรก คลัตช์ ซีลล้อ ลูกปืนล้อ และรับส่วนลดสุดคุ้มเพิ่มเติมในกลุ่มอะไหล่บำรุงรักษาเชิงป้องกันเพื่อเป็นการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากชิ้นส่วนที่ไม่ได้อยู่ในรอบการบำรุงรักษาปกติ ได้แก่ ท่อยางน้ำมัน เกียร์อัตโนมัติ สายเกียร์อัตโนมัติ ลูกปืนล้อหน้าด้านใน/ ด้านนอก ปั๊มน้ำ ท่อยางระบบหล่อเย็น แม่ปั๊มคลัตช์บน แม่ปั๊มคลัตช์ล่าง เป็นต้น เพื่อให้ผู้ใช้รถอีซูซุทุกท่าน ใช้รถได้อย่างปลอดภัย และสบายใจมากขึ้น · คูปองส่วนลดค่าบริการมูลค่ารวมสูงสุด 3,000 บาท เพียงนำรถอีซูซุคันเก่าของท่านเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการมาตรฐานอีซูซุตามเงื่อนไข โปรโมชั่นพิเศษทั้ง 3 นี้สามารถใช้ร่วมกันได้จนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2565 สอบถามเพิ่มเติมที่ศูนย์บริการมาตรฐานอีซูซุทั่วประเทศ หรือสายด่วนลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 0-2118-0777 หรือ www.isuzu-tis.com
ALPHA VOLANTIS “INVENTING THE FUTURE”
การเปิดตัวรถจักรยานยนต์พรีเมียมออโตเมติกรุ่นแรกHORIZON 300 ดีไซน์ FuturisticPremiumเติมเต็มกลิ่นอายความคลาสสิกผสานความล้ำสมัย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์คนเมือง บริษัท ทริลเลี่ยน มอเตอร์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์รายล่าสุดของประเทศไทย เปิดตัวรถจักรยานต์พรีเมียมแบรนด์ ALPHA VOLANTIS (อัลฟ่า โวแลนทิส) อย่างเป็นทางการ ภายใต้แนวคิด “INVENTING THE FUTURE” สะท้อนความตั้งใจในการสร้างสรรค์และผลิตยนตรกรรมสองล้อดีไซน์ล้ำสมัยระดับพรีเมียมสู่ตลาดรถจักรยานยนต์ในเมืองไทย เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่แห่งอนาคตด้วยรถจักรยานยนต์ออโตเมติกรุ่นแรก HORIZON300 (ฮอไรซอน300) บริษัท ทริลเลี่ยน มอเตอร์ จำกัด เริ่มต้นจดทะเบียนพร้อมก่อตั้งโรงงาน เพื่อเป็นฐานการผลิตรถจักรยานยนต์ที่มีกระบวนการผลิต และการจัดการระดับมาตรฐานสากล ด้วยงบประมาณลงทุน 600 ล้านบาท โดยโรงงานผลิตตั้งอยู่ที่ จังหวัดฉะเชิงเทรา ครอบคลุมพื้นที่ 200 ไร่ ด้วยความต้องการที่จะสร้างสรรค์นวัตกรรมยานยนต์สองล้อให้ตอบสนองความต้องการด้านดีไซน์ที่สวยงามและตอบโจทย์การขับขี่ไปพร้อมๆกัน คุณธีระ ธีรติ ประธานบริหาร บริษัท ทริลเลี่ยน มอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ในนามของแครี่บอย ผู้นำอุตสาหกรรมหลังคาไฟเบอร์กลาส ชุดแต่งประดับยนต์และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับรถกระบะมากว่า 40 ปี เรามุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิต และการออกแบบอย่างต่อเนื่อง จนทำให้เราเป็นที่ยอมรับในวงกว้างทั้งตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ จนถึงทุกวันนี้ จากประสบการณ์ที่ผ่านมานี้เอง ที่ทำให้เรามองเห็นโอกาสในตลาดรถจักรยานยนต์ในเมืองไทยและต่างประเทศ ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่และมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยศักยภาพด้านการผลิต การออกแบบ และมาตรฐานคุณภาพ ทำให้เรามีความมั่นใจและมีความพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่ตลาดรถจักรยานยนต์ในฐานะผู้ผลิตและจำหน่ายรถจักรยานยนต์ ภายใต้ชื่อ อัลฟ่า โวแลนทิส เพื่อตอบสนองต่อความต้องการและความพึงพอใจของผู้บริโภคอย่างสูงสุด ในโอกาสนี้ ผมขอแนะนำ บริษัท ทริลเลี่ยน มอเตอร์จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรถจักรยานยนต์ อัลฟ่า โวแลนทิส อย่างเป็นทางการ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากทุกท่าน” Alpha Volantis ยนตรกรรมสองล้อระดับพรีเมียม แบรนด์ Alpha Volantis ได้รับแรงใจจากดวงดาว โดยดาวอัลฟ่าได้ถือกำเนิดขึ้นเป็นดวงแรกและเป็นดาวที่สว่างที่สุดในกลุ่มดาวโวแลนทิส เปรียบเสมือนรถจักรยานยนต์แบรนด์อัลฟ่า โวแลนทิส ที่ได้เริ่มต้นจุดประกายสรรค์สร้างยนตรกรรมสองล้อระดับพรีเมียมรุ่นแรก พร้อมพุ่งทะยานด้วยความสง่างาม สะท้อนตัวตนทุกการขับขี่ โดดเด่นทุกความเป็นคุณในทุกเส้นทาง นายธีรวิทย์ ธีรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทริลเลี่ยน มอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “แบรนด์ ALPHA VOLANTIS (อัลฟ่า โวแลนทิส) มุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์รถจักรยานยนต์ที่มีดีไซน์สวยตอบโจทย์ทุกความต้องการและไลฟ์สไตล์และพร้อมที่จะส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่มากกว่าการเดินทางให้กับผู้ใช้ รวมถึงการขยายการบริการที่มีคุณภาพระดับมาตรฐานสากล เพื่อรองรับผู้ขับขี่ในอนาคต อีกทั้ง จัดกิจกรรมส่งเสริมทางการตลาดเพื่อสร้างการรับรู้และกิจกรรมเพื่อผู้ใช้รถ เราเชื่อมั่นว่า รถจักรยานยนต์พรีเมียมออโตเมติกรุ่นแรก HORIZON 300 และHORIZON 150 จะตอบสนองไลฟ์สไตล์การขับขี่และสร้างความโดดเด่นทุกความเป็นคุณอย่างแน่นอน” HORIZON 300 รถจักรยานยนต์พรีเมียมออโตเมติกรุ่นแรก · HORIZON 300 เติมเต็มกลิ่นอายความคลาสสิกผสานความล้ำสมัยด้วยดีไซน์ Futuristic Premium ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์คนเมือง โดดเด่นด้วยเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ที่อยู่ในมิติตัวรถขนาดคล่องตัว กับขุมพลังเครื่องยนต์ 276 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้แรงบิดสูงสุดที่ 21.8 นิวตัน-เมตร ที่ 5,000 รอบ/นาที มอบพละกำลังขนาด 13.6 กิโลวัตต์ ที่ 6,500 รอบ/นาที แรงได้ต่อเนื่องเต็มสมรรถนะ ไร้กังวลในทุกเส้นทางขับขี่แม้ในระยะทางไกล ด้วยถังน้ำมันขนาด 9 ลิตร…
เปิดโชว์รูมใหม่ มาสด้า ย่านนวนคร
มาสด้า เน้นบริการที่เป็นเลิศแบบครบวงจร เพราะความสุขของลูกค้าเราพร้อมดูแลโดย มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย เดินหน้ายกระดับประสบการณ์สร้างความสุขให้กับลูกค้าในประเทศไทย จับมือกลุ่ม อาปิโก ไฮเทค ผู้เชี่ยวชาญด้านการดำเนินธุรกิจรถยนต์ และผู้คร่ำหวอดในแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับชั้นนำของประเทศไทย เปิดโชว์รูมแห่งใหม่บนทำเลศักยภาพใกล้กับนิคมอุตสาหกรรมนวนคร ปทุมธานี ภายใต้การบริหารงานของ บริษัท เอเบิล มอเตอร์ส จำกัด ด้วยงบประมาณกว่า 150 ล้านบาท พร้อมส่งมอบประสบการณ์แห่งความสุขให้กับลูกค้าด้วยการดูแลแบบครบวงจร บนแนวคิด “เพราะทุกความสุขของลูกค้า เราพร้อมดูแล” มร.ทาดาชิ มิอุระ ประธานบริหาร บรษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า มาสด้ายังคงเดินหน้าขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการให้ครอบคลุมในทุกพื้นที่ เพื่อรองรับการให้บริการลูกค้าให้ดีที่สุดตามเจตนารมณ์ของเรานั่นคือ ALL FOR CUSTOMER เราจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ลูกค้าของเรามีความสุข และภาคภูมิใจมากที่สุดในการเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้า โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการบริการหลังการขาย โดยเฉพาะลูกค้าที่ซื้อรถยนต์มาสด้าตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นมา มาสด้าได้มอบโปรแกรมพิเศษ MAZDA ULTIMATE SERVICE หรือ MUS คือการรับประกันคุณภาพ 5 ปี ฟรีค่าแรง ค่าอะไหล่ และผลิตภัณฑ์ของเหลว ฟรีบริการให้ความช่วยเหลือฉุกเฉิน ที่สำคัญมาสด้ากำลังได้รับความสนใจจากนักธุรกิจชั้นนำทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ทั้งในวงการและนอกวงการรถยนต์ ที่กำลังอยู่ในขั้นตอนของการเจรจาเพื่อเข้าร่วมดำเนินธุรกิจกับมาสด้า วันนี้มาสด้ากำลังสร้างความแข็งแกร่งให้กับเครือข่ายผู้จำหน่าย และเพิ่มศักยภาพด้านการแข่งขัน รวมทั้งสร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืนและเพื่อตอบสนองต่อความต้องการลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจสูงสุด ดังนั้น เพื่อสานต่อปณิธานและความมุ่งมั่นเหล่านี้ มาสด้าจึงเดินหน้าเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้เปิดโชว์รูม มาสด้า เอเบิล นวนคร โดยร่วมมือกับพันธมิตร บริษัท เอเบิล มอเตอร์ส จำกัด ซึ่งบริหารงานโดย มร. เย็บ ซู ชวน ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารธุรกิจรถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์ในประเทศไทย บนทำเลทองใกล้กับนิคมอุตสาหกรรมนวนคร แหล่งเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ ซึ่งมีประชากรและลูกค้ามาสด้าอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น ทั้งยังเป็นเขตอุตสาหกรรมที่มีนักลงทุนทั้งต่างชาติและคนไทยเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง มั่นใจอย่างยิ่งว่าการเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่นี้ จะมีลูกค้ามาเข้ารับบริการอย่างต่อเนื่อง และจะสามารถส่งมอบบริการที่ประทับใจและตอบสนองความต้องการของคนในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี มร.เย็บ ซู ชวน ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน) และ ประธานที่ปรึกษาบริษัท เอเบิล มอเตอร์ส จำกัด กล่าวว่า โชว์รูมและศูนย์บริการ มาสด้า เอเบิล นวนคร แห่งนี้ ได้รับการออกแบบให้พร้อมต่อการรองรับและการให้บริการลูกค้าในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการขาย การบริการ การสำรองอะไหล่พร้อมทั้งศูนย์ซ่อมตัวถังและสี บนพื้นที่กว่า 3.5 ไร่ มีพื้นที่โชว์รูมจัดแสดงรถที่กว้างขวาง หรูหรา พร้อมรองรับลูกค้าที่กำลังจะเข้ามาเยือน รวมถึงมีห้องรับรองลูกค้าที่ทันสมัย พร้อมรองรับลูกค้าที่จะนำรถมาเข้ารับบริการ นอกจากนี้ศูนย์บริการของมาสด้า เอเบิล นวนคร ยังเพียบพร้อมไปด้วยทีมช่างเทคนิคที่มีทักษะสูงและเป็นมืออาชีพ พร้อมให้การดูแลรถของลูกค้าด้วยความสะดวกรวดเร็ว โดยมีพื้นกว้างขวางสามารถรองรับการติดตั้งช่องซ่อมได้มากถึง17 ช่องซ่อม และมีศูนย์ซ่อมตัวถังและสีที่สามารถรองรับงานซ่อมได้ถึง 10 ช่องซ่อม หรือรองรับรถยนต์ที่มาใช้บริการได้ถึง 600 คันต่อเดือน ซึ่งลูกค้าสามารถมาเข้ารับบริการได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป นอกจากนี้ มร. เย็บ ซู ชวน ยังได้กล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักปรัชญาในการดูแลลูกค้าของ มาสด้า เอเบิล นวนคร ว่า“เราตั้งใจส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าของเราด้วยความเป็นมิตร และแบบมืออาชีพ เพื่อสร้างคุณค่าให้กับลูกค้าอย่างแท้จริง เราให้คำมั่นสัญญาว่า จะปฏิบัติต่อลูกค้าและพนักงานของเราเฉกเช่นเดียวกับคนในครอบครัวของเรา เพราะนั่นคือการเป้าหมายสูงสุดในการทำงานของเรา เราจะต้องสร้างบรรยากาศที่ดี เน้นการบริการด้วยความจริงใจ และทำให้ลูกค้าเกิดความภาคภูมิใจตลอดการครอบครองรถมาสด้า เพื่อให้ลูกค้ามีความสุขและเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เพราะทุกความสุขของลูกค้า เราพร้อมดูแล และนี่คือสิ่งที่มาสด้า เอเบิล ตั้งใจที่จะส่งมอบให้กับลูกค้าทุกคน” สำหรับลูกค้าที่สนใจเลือกซื้อรถยนต์มาสด้า ทดลองขับ หรือเข้ารับบริการหลังการขาย สามารถติดต่อโชว์รูมและศูนย์บริการ มาสด้า เอเบิล นวนคร ได้ที่ 14/9 ถ.พหลโยธิน ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี12120 โทรศัพท์ 02-105-4359 ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
เกรท วอลล์ มอเตอร์ รุกตลาดยุโรป
เกรท วอลล์ มอเตอร์ เดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ (xEV) ระดับพรีเมียมในยุโรปที่งานปารีส มอเตอร์โชว์ ประจำปี 2565 (Paris Motor Show 2022) พร้อมเผยโฉมยานยนต์ล้ำสมัยสู่สายตาผู้บริโภคนานาประเทศ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% อย่าง Funky Cat, Funky Cat GT และ The Next Ora Cat จากแบรนด์ ORA และรถยนต์รุ่นปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid) อย่าง Coffee 01 และ Coffee 02 จาก WEY แบรนด์พรีเมียมจากเกรท วอลล์ มอเตอร์ หลังจากที่ได้เปิดตัวในยุโรปที่งานอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ (IAA Mobility) เมื่อปี 2564 ล่าสุดเกรท วอลล์มอเตอร์ ได้เตรียมการรุกตลาดยุโรปเพื่อนำร่องเปิดตัวใน 2 ประเทศแรก ได้แก่ ฝรั่งเศส และเยอรมนี โดยงานปารีสมอเตอร์โชว์ในปีนี้ เป็นการกลับมาจัดงานครั้งแรกในรอบ 4 ปี ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 – 23 ตุลาคม 2565 เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์เทคโนโลยีสุดล้ำสมัยจากเกรท วอลล์ มอเตอร์ ผ่านยนตรกรรมอัจฉริยะมากมายที่จัดแสดง ณ พาวิลเลียน 6 บูท 641 โดยผู้ที่สนใจยังสามารถทดลองขับรถได้อีกด้วย มร.เฮนรี่ เมิ่ง ประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยุโรป กล่าวว่า “สโลแกนของปารีส มอเตอร์โชว์ในปีนี้คือ ‘Revolution is on’ ซึ่งสอดคล้องกับสิ่งที่เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยึดถือ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนายนตรกรรมพรีเมียมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่และอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสนำยานยนต์ไฟฟ้าของเกรท วอลล์ มอเตอร์ ไปจัดแสดงในงานปารีส มอเตอร์โชว์ในครั้งนี้ นอกจากนี้เราเล็งเห็นว่ายุโรปเป็นตลาดที่สำคัญที่สุดของเราในการทำการตลาดนอกประเทศจีน ดังนั้นการได้ร่วมปารีส มอเตอร์โชว์จึงเป็นโอกาสที่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งในการนำเสนอแบรนด์ เกรท วอลล์ มอเตอร์ รวมถึงยานยนต์อัจฉริยะในตลาดยุโรปอย่างเป็นทางการ” เดินหน้าสู่อนาคตอย่างไร้กังวลไปกับ ORA สำหรับ ORA แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า 100% น้องใหม่สุดทันสมัยของเกรท วอลล์ มอเตอร์ มีกลุ่มเป้าหมายเป็นคนรุ่นใหม่ที่ไม่หยุดนิ่ง และอาศัยอยู่ในเมือง โดยรถยนต์ไฟฟ้าที่นำไปจัดแสดงทั้ง 3 รุ่น ได้แก่ · ORA Funky Cat: หลังจากที่ ORA Cat รุ่นบุกเบิกประสบความสำเร็จในการเปิดตัวที่งาน IAA Mobility ในเมืองมิวนิคเมื่อปีที่แล้ว ล่าสุดเกรท วอลล์ มอเตอร์ได้จัดแสดง ORA Funky Cat รถยนต์ไฟฟ้า 100% ดีไซน์สไตล์เรโทร แต่ยังคงความสดใสและล้ำสมัย พร้อมที่จะเผชิญทุกการผจญภัย ซึ่งมีระยะการขับขี่ไกลถึง 310 กิโลเมตรต่อการชาร์จเพียง 1 ครั้ง โดยรถยนต์รุ่นนี้จะส่งมอบล็อตแรกในประเทศเยอรมนีในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ ส่วนประเทศถัดไปที่มีแผนจะส่งมอบคือสหราชอาณาจักรและอิสราเอล · ORA Funky Cat GT: เป็นอีกรุ่นของ ORA Funky Cat ที่มีดีไซน์สปอร์ต ปลายด้านหน้าแหลมดูโฉบเฉี่ยว ขณะที่อินเลย์ (inlays) ในกันชนหน้าและกันชนหลังยังมีเอกลักษณ์แตกต่างจากรุ่นอื่นๆ อย่างชัดเจน โดยผู้ขับขี่ GT ยังจะเพลิดเพลินไปกับช่องระบายอากาศแบบใหม่และพวงมาลัยดีไซน์พิเศษเฉพาะรุ่นนี้ · The Next Ora Cat: ยานยนต์ไฟฟ้าดีไซน์สปอร์ต ที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย การออกแบบที่หรูหรา และความสบายเหนือชั้น The Next Ora Cat เป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% แบบคูเป้ 4 ประตู หรูหราด้วยการออกแบบที่โค้งมนและประตูไร้เฟรม มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อมาตรฐานและยางขนาด 19 นิ้ว ด้วยแรงบิดสูงสุด 680 นิวตันเมตร และอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใน 4.3 วินาที WEY Coffee 01 และ WEY Coffee 02 เมื่อความสะดวกสบายผสานกับเทคโนโลยีอัจฉริยะอย่างลงตัว นอกจากรถยนต์ไฟฟ้า 100% สำหรับใช้ในเมืองแล้ว เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังจัดแสดงรถเอสยูวีระดับพรีเมียมรุ่นล่าสุดอีกด้วย ทั้ง WEY Coffee 01 และ Coffee 02 · WEY Coffee 01: รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดระดับพรีเมียมนี้เป็นรุ่นที่ทำรายได้หลักของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ และตรงตามมาตรฐานสูงสุดของยุโรป โดยแนวคิดพื้นฐานที่ทำให้ WEY เป็นผู้บุกเบิกรถยนต์อัจฉริยะรุ่นใหม่ คือ “การขับขี่เหนือระดับ” “ห้องโดยสารอัจฉริยะ” และ “อุปกรณ์อัจฉริยะ” นอกจากนี้ Coffee 01 ยังสามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้สูงถึง 150 กิโลเมตร พร้อมอัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 5 วินาที และเร่งความเร็วได้สูงสุดถึง235 กิโลเมตรต่อชั่วโมง · WEY Coffee 02: รุ่นนี้จะคล้ายกับ Coffee 01 ที่มอบความสะดวกสบายและเทคโนโลยีล้ำสมัยสำหรับทั้งครอบครัว โดยมีกล้องสี่ตัวสำหรับมุมมองรอบด้านแบบ 360 องศา ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ หน้าจอสัมผัสมัลติมีเดียขนาด 14.6 นิ้ว และสะดุดตาด้วยพื้นรถที่โปร่งใส Coffee 02 จึงโดดเด่นในด้านความสะดวกสบายและความปลอดภัยที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่สูงขึ้น
SUZUKI CELERIO ชูความโดดเด่น เหนืออีโคคาร์
ซูซูกิ รถยนต์ที่ตอบสนองการใช้งานที่หลากหลาย ยอดขายเติบโตครองอันดับสี่กลุ่มอีโคคาร์ แฮทช์แบ็ก ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา ด้วยเงื่อนไขสุดเร้าใจเป็นเจ้าของด้วยโปรโมชั่นพิเศษ ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 1,999 บาท คุณวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศ ไทย) จำกัด กล่าวว่า ในยุคที่ยานยนต์พลังงานไฟฟ้าเข้ามาเป็นหนึ่งในตัวเลือกของผู้บริโภคที่ต้องการรถยนต์ประหยัดพลังงาน แต่ด้วยปัจจัยในหลายด้านจึงยังส่งผลต่อความมั่นใจในการเลือกนำมาใช้งาน โดยเฉพาะเรื่องของระบบรองรับการใช้งานขั้นพื้นฐานที่ยังไม่สมบูรณ์แบบ ผู้บริโภคจึงยังคงมองหารถยนต์คุณภาพดี ดูแลรักษาง่าย และประหยัดพลังงาน เพื่อนำไปใช้งานได้อย่างคุ้มค่า คุ้มราคา ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้ครบครัน สำหรับซูซูกิ เรามีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายไว้รองรับความต้องการของลูกค้า โดยเฉพาะรถยนต์ในกลุ่มประหยัดพลังงาน นับว่ามีความโดดเด่นทั้งเรื่องของดีไซน์ สมรรถนะ และความคุ้มค่า จนเป็นหนึ่งในแบรนด์รถยนต์ที่ลูกค้าให้การยอมรับเป็นอย่างดี ส่งผลให้รถอีโคคาร์สมรรถนะเกินตัวอย่าง SUZUKI CELERIO สามารถสร้างยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง โดยนับตั้งแต่เปิดตัวเข้ามาเป็นหนึ่งในทางเลือกของผู้บริโภคในปี 2557 ในฐานะอีโคคาร์ รุ่นที่ 2 ของซูซูกิสามารถสร้างยอดขายรวมได้ทั้งสิ้นจำนวน 22,264 คัน สำหรับปีนี้ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา (เดือนมกราคม-กันยายน 2565) มียอดขายรวม 3,195 คัน คิดเป็นส่วนแบ่ง 20.61% จากยอดขายซูซูกิทั้งหมด ซึ่งมีส่วนผลักดันให้ภาพรวมของซูซูกิในปีนี้ มีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้น 5.18% SUZUKI CELERIO เป็นรถยนต์นั่งขนาดเล็กที่มอบความคุ้มค่าคุ้มราคาและตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างสูงสุดส่งผลให้ฐานลูกค้าในปัจจุบันไม่ใช่แค่เพียงแค่วัยทำงานรุ่นใหม่ แต่ยังเป็นหนึ่งในรถทางเลือกของครอบครัวขนาดเล็กยุคใหม่ ที่วางแผนการใช้ชีวิตอย่างรอบคอบ มองหาความความปลอดภัยในการเดินทาง สมรรถนะการใช้งานที่ดี ราคาคุ้มค่า ประหยัดพลังงาน ซึ่งล้วนแต่จุดเด่นสำคัญของผลิตภัณ์ของซูซูกิ โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลูกค้ามีความเชื่อมั่นและต้องการให้ SUZUKI CELERIO เป็นพาหนะคู่ใจ มาจากการเตรียมความพร้อมของบริษัท ในการตอบรับความต้องการของลูกค้าและตลาดรถยนต์ได้อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางกระแสการขาดแคลนชิ้นส่วนในการประกอบรถยนต์ จนส่งผลให้เกิดการส่งมอบรถล่าช้า แต่ในช่วงเวลาวิกฤติที่ผ่านมา ซูซูกิสามารถส่งมอบรถถึงมือลูกค้าได้ตามกำหนดอย่างรวดเร็วทันต่อความต้องการ ด้วยความโดดเด่นทุกด้านในสไตล์ซิตี้คาร์ จึงอยากตอกย้ำและพร้อมนำเสนอรถยนต์นั่งขนาดเล็กคุณภาพเกินตัวคันนี้ให้ผู้บริโภคเข้าถึงการใช้งานที่แสนจะคุ้มค่า และเป็นเจ้าของได้ง่ายมากยิ่งขึ้น กับแคมเปญพิเศษสำหรับผู้ที่สนใจ SUZUKI CELERIO เลือกรับข้อเสนอ SUZUKI SUPER FLASH DEAL ขับฟรี 90 วัน พร้อมบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท หรือ เลือกรับข้อเสนอผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 1,999 บาท พร้อมส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 5,000 บาท และบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงระยะเวลา 3 ปี อีกทั้งซูซูกิยังคงจับมือกับสถาบันการเงินเพื่อรองรับและอำนวยความสะดวกด้านการอนุมัติสินเชื่อเพื่อเช่าซื้อให้แก่ลูกค้า ได้แก่ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด(มหาชน) ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ภายใต้เงื่อนไขตามที่บริษัทฯ กำหนด โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ ทั้งนี้ SUZUKI CELERIO ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิดความคุ้มค่าและประหยัดในการใช้งาน รวมถึงความพึงพอใจในการขับขี่ เป็นรถยนต์ที่สามารถตอบสนองการใช้งานจริง มอบความประหยัดคุ้มค่า ขนาดห้องโดยสารที่กว้างสบาย มีพื้นที่รองรับการเดินทางที่สะดวกสบายมากพอ ทั้งห้องโดยสารตอนหน้าและห้องโดยสารตอนหลังพร้อมด้วยพื้นที่เก็บสัมภาระได้มากเกินคาด ตอบสนองการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ที่มอบพละกำลังและความสามารถเกินตัว ทั้งยังโดดเด่นด้วยอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่มากกว่า 20 กิโลเมตร/ลิตร บวกกับรูปลักษณ์ภายนอกและภายในห้องโดยสาร ที่ออกแบบให้ดูสะดุดตา เสริมความมั่นใจและความปลอดภัยด้วยระบบและอุปกรณ์เสริมความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน ตอกย้ำภาพลักษณ์ของซูซูกิภายใต้ราคาจำหน่ายที่กระตุ้นการตัดสินใจของผู้บริโภค SUZUKI CELERIO ตอบสนองการใช้งานด้วย 3 รุ่นทางเลือก ได้แก่ GA/MT ราคาจำหน่ายเพียง 338,000 บาทรวมถึง GL/CVT ราคาจำหน่าย 416,000 บาท และ GX/CVT ราคาจำหน่าย 442,000 บาท มาพร้อมสีภายนอกให้เลือกใช้ 4 สี ได้แก่ สีแดง สีเทา สีดำ และสีขาว (เฉพาะสีขาว เพิ่ม 3,000 บาท)
“ควิกเลน” จับมือ “เชฟรอน ไทย”
ควิกเลน แบรนด์ศูนย์บริการยางและรถยนต์ประเภทเร่งด่วนมาตรฐานระดับโลก ที่รองรับการบำรุงรักษารถยนต์ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ ผนึกกำลัง บริษัท เชฟรอน (ไทย) จํากัด ผู้ให้บริการสถานีบริการน้ำมันคุณภาพระดับโลกภายใต้แบรนด์‘คาลเท็กซ์’ จับมือร่วมเป็นพันธมิตรในการศึกษาโอกาสทางธุรกิจเพื่อขยายเครือข่ายธุรกิจบำรุงรักษารถยนต์ร่วมกับสถานีบริการน้ำมัน พร้อมเสริมความแข็งแกร่งของสองธุรกิจเพื่อเพิ่มโอกาสการเติบโตทางธุรกิจให้กับทั้งผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ และผู้สนใจลงทุนในกิจการฟาสต์ฟิตของควิกเลนให้มากยิ่งขึ้น คุณสันติ จิตพิชิตชัย ผู้อำนวยการควิกเลน ประเทศไทย กล่าว “ควิกเลนเดินหน้าขยายเครือข่ายสาขามาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่บุกตลาดเปิดตัวในประเทศไทยในปี พ.ศ.2562 การเป็นพันธมิตรกับบริษัท เชฟรอน (ไทย) จํากัดในครั้งนี้ ไม่เพียงตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของเราในการขยายธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์ เพื่อมอบบริการดูแลรักษารถยนต์ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ ด้วยคุณภาพมาตรฐานระดับโลกที่ ‘สะดวกกว่า วางใจได้จริง’ ให้กับผู้บริโภคได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นเท่านั้น แต่ยังถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ประกอบการไทยที่มองหาโอกาสทางธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง อย่างธุรกิจฟาสต์ฟิตอีกด้วย” คุณสุทัศน์ ลิมปิติกรานนท์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด ผู้ให้บริการสถานีบริการน้ำมันคุณภาพระดับโลกภายใต้แบรนด์ “คาลเท็กซ์” กล่าว “เชฟรอนมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาสถานีบริการน้ำมัน เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้บริการของลูกค้าไปอีกขั้น โดยความร่วมมือกันในครั้งนี้จะเข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับสถานีบริการน้ำมันให้ครบวงจรยิ่งขึ้น ด้วยการขยายบริการด้านการบำรุงรักษารถยนต์ที่มีมาตรฐานระดับโลก เราเชื่อมั่นในความเชี่ยวชาญของควิกเลนว่าจะช่วยมอบบริการที่สะดวก รวดเร็ว และไว้วางใจได้ให้กับลูกค้า นอกจากนี้ ยังเป็นการตอบสนองพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มองหาสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการเพิ่มเติมจากสถานีบริการน้ำมัน อาทิ บริการซ่อมบำรุงรถยนต์ ร้านอาหาร และการจับจ่ายสินค้าประจำวันควบคู่ไปกับการแวะเติมน้ำมัน จึงถือเป็นการขยายบริการและเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการมากกว่าการเติมน้ำมันเพียงอย่างเดียว” จากความร่วมมือในครั้งนี้ ควิกเลนคาดหวังโอกาสในการขยายศูนย์บริการบำรุงรักษารถยนต์ในสถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ให้มากกว่า 100 สาขาทั่วประเทศภายในปี พ.ศ. 2569 และถือเป็นอีกหนึ่งขั้นของความสำเร็จในการผนึกกำลังระหว่างพันธมิตรในธุรกิจบำรุงรักษารถยนต์กับสถานีบริการน้ำมัน ในการเติมเต็มธุรกิจของทั้งสองฝ่ายด้วยการผสานความแข็งแกร่ง ศักยภาพ และความพร้อมจากประสบการณ์ความเชี่ยวชาญทางธุรกิจ เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ที่ดี และความประทับใจให้กับผู้บริโภค ทั้งยังเป็นอีกหนึ่งโอกาสอันดีที่จะขยายฐานสู่ลูกค้ากลุ่มใหม่ให้ได้มีโอกาสทดลองใช้บริการของควิกเลน และ สถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ ที่ต่างนำเสนอผลิตภัณฑ์และการบริการที่มีคุณภาพดีเยี่ยม ปัจจุบัน ควิกเลนมีสาขาในประเทศไทยครอบคลุมทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดหลัก รวม 16 สาขาพร้อมให้บริการบำรุงรักษารถยนต์ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ มาตรฐานคุณภาพระดับโลก โดยช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญ ทีมงานมากประสบการณ์ เทคโนโลยีที่ทันสมัย ครอบคลุมบริการตั้งแต่การเปลี่ยนน้ำมันเครื่องและไส้กรอง เปลี่ยนยางรถยนต์ ตรวจซ่อมระบบเบรค โช้คอัพและระบบช่วงล่างจนถึงแบตเตอรี่รถยนต์ และบริการอื่น ๆ รวมกว่า 14 กลุ่ม
