Automobile

New Scoopy Snoopy Limited Edition

 

 รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ส่งมอบความสนุกครั้งใหม่ให้วัยรุ่น ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถแฟชั่น เอ.ที. ของเมืองไทย ด้วยการเปิดตัวรถลิมิเต็ดรุ่นพิเศษ New Scoopy Snoopy Limited Edition ที่เกิดจากการครอสแบรนด์กันระหว่าง Scoopy และ Snoopy ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 4,000 คัน เท่านั้น! New Honda Scoopy Snoopy Limited Edition ได้รับการออกแบบภายใต้คอนเซปต์ “สนู๊ป…หลุดกรอบ” ครั้งแรกของโลกกับการผสาน 2 ไอคอนแห่งความสนุกเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว นั่นคือ Scoopy ไอคอนรถจักรยานยนต์ที่โดนใจวัยรุ่นไทย และ Snoopy ไอดอลแห่งความกวนจากการ์ตูน 4 ช่องของหนังสือพิมพ์อเมริกัน ตัวรถถ่ายทอดคาแรกเตอร์ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Snoopy และ Charlie Brown อย่างเด่นชัด เท่ทุกมุมมอง ด้วยลวดลายที่ไม่เหมือนใคร ด้านหนึ่งเป็นการ์ตูน Snoopy ที่มาในชุดนักบินมาดเท่ และอีกด้านหนึ่งเป็นเพื่อนซี้คู่ใจอย่าง Charlie Brown เสริมความเท่ด้วยการเล่นแถบสีเหลือง แดง น้ำเงิน บนพื้นสีขาวของตัวรถ พร้อมกับบ่งบอกความเป็นลิมิเต็ดด้วยแบดจ์ Scoopy x Snoopy ทั้งนี้ ยังผสานความสนุกและความกวน Scoopy ไอคอนรถจักรยานยนต์ที่เต็มไปด้วยความสนุก และ Snoopy ไอคอนการ์ตูนที่เป็นสัญลักษณ์ของความกวน หลุดกรอบจากการ์ตูน 4 ช่องของหนังสือพิมพ์อเมริกัน ส่งมอบความมันส์ นอกจากลวดลายที่โดดเด่นแล้ว New Honda Scoopy Snoopy Limited Edition ยังทันสมัยด้วยไฟหน้าLED ช่องชาร์จไฟสำรอง USB Socket กุญแจรีโมทอัจฉริยะ Honda SMART Key และกล่องเก็บของ U Box ที่มีความจุถึง 15.4 ลิตร New…

Read More

ฮอนด้า “ไทย” สู่ “มอเตอร์ไซค์ชิงแชมป์โลก”

 

 “ฮอนด้า” ผู้นำวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย พยายามอย่างหนักมากกว่า 40 ปี ในการผลักดันนักแข่งรถจักรยานยนต์ชาวไทยขึ้นสู่เวทีระดับโลก ซึ่งที่ผ่านมาเรามีนักแข่งรถสัญชาติไทยไต่ขึ้นไปสูงสุดในระดับ โมโตทู และรุ่น 250 ซีซี เท่านั้น โครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” ถูกเปิดตัวขึ้นเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา ภายใต้ “โร้ดแม็ป” การพัฒนาเด็กไทยอย่างเต็มรูปแบบครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งต้องเริ่มต้นจากอายุน้อยๆ เช่นเดียวกับชาติชั้นนำอย่าง สเปน และ อิตาลี ที่เริ่มต้นพัฒนานักบิดตั้งแต่อายุ 5-6 ขวบ ส่งผลให้มีนักกีฬาจากทั้งสองชาติโลดแล่นในโมโตจีพีอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีดาวรุ่งชาวไทย 2 คน ซึ่งเป็นผลผลิตของโครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” คนแรกคือ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา วัย 22 ปี ที่โลดแล่นอยู่ในฤดูกาลที่ 3 ของรุ่น โมโตทู ชิงแชมป์โลกใน เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ สมเกียรติ เจ้าของรถแข่งหมายเลข 35 กำลังค้นหาสไตล์การบิดที่แข็งแกร่งของตนเองใน…

Read More

นิสสัน สร้างรอยยิ้มให้ ทาสแมว

 

 การศึกษาทางวิทยศาสตร์บ่งชี้ว่าการดูวิดีโอเกี่ยวกับแมวทำให้ผู้ดูมีความรู้สึกเชิงบวกเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับเทรนด์การเลี้ยงแมวที่กำลังเติบโตในประเทศไทยเนื่องมาจากสถานการณ์โควิด-19 ด้วยเหตุนี้ทาง นิสสัน ประเทศไทย จึงได้เปิดตัววิดีโอน้องเหมียวน่ารักเพื่อสร้างความบันเทิงและรอยยิ้มให้แก่ผู้บริโภคชาวไทยอย่างสรรค์ผ่าน นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ คลิปวิดีโอเกี่ยวกับแมวได้รับการพิสูจน์แล้วว่าส่งผลดีต่อสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญ เช่น เพิ่มความกระปรี้กระเปร่าเพิ่มอารมณ์ในเชิงบวกและลดความรู้สึกด้านลบ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในช่วงการระบาดของโควิด โดยประเทศไทย(42%) มีจำนวนผู้เลี้ยงแมวสูงสุดเป็นอันดับสามในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก, และยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเพราะสถานการณ์โควิด  ด้วยเหตุนี้นิสสันจึงนำข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภคดังกล่าวมาใส่ไว้ในวิดีโอ ‘Kicks loves Cats’ ในคอนเซ็ปต์ #เหมียวแอพพรูฟ ดารานำในคลิปคือแมวเซเลบอย่าง ‘คุณมณี’ จากเพจ “คุณมณี นินิว” ที่รับบทเป็น ‘คิกกี้’ น้องเหมียวช่างเลือกและมีสไตล์ คุณมณีเหมาะสมกับบทนี้มากเป็นพิเศษเพราะเป็นแมวพันธุ์ไทยขาวมณีหายาก บุคลิกของเธอเชื่อมโยงนิสัยโดยธรรมชาติของแมวซึ่งมีความพิถีพิถันและรักอิสระเข้ากับจุดเด่นเฉพาะตัวของ    นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ได้อย่างสร้างสรรค์ มร.อิซาโอะ เซคิกุจิ ประธาน นิสสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “จากความนิยมการเลี้ยงแมวที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทยประกอบกับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับผู้บริโภคว่าวิดีโอเกี่ยวกับแมวนั้นช่วยให้คนเรารู้สึกมีความสุขมากขึ้น นิสสันจึงได้แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์วิดีโอสนุก ๆ กับเซเลบแมวชื่อดังของไทย เราอยากที่จะสร้างรอยยิ้มให้กับผู้บริโภคพร้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติอันโดดเด่นของ e-POWER ในฐานะที่ผมเองก็เป็นคนรักแมวเหมือนกัน การที่เจ้าเหมียวเพื่อนยากของเรานั้นช่างเลือกและมีมาตรฐานสูงจึงทำให้แมวนั้นเหมาะที่จะเป็นตัวแทนในการนำเสนอ นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยเทคโนโลยี e-POWER เหมาะมากสำหรับผู้นำเทรนด์ และการออกแบบที่มีสไตล์ของ Kicks รวมถึงประสบการณ์การขับขี่แบบรถยนต์ไฟฟ้าโดยที่ไม่ต้องชาร์จไฟ ก็ทำให้รถรุ่นนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ชอบความโดดเด่นมีสไตล์ไม่เหมือนใคร เรามีเป้าหมายที่จะนำเสนอเทคโนโลยีและฟีเจอร์ต่าง ๆ ของ นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ด้วยเนื้อหาที่สร้างสรรค์และน่ารักน่าเอ็นดู ผ่านภาษาและภาพที่เข้าใจง่าย และทำให้น่าสนใจยิ่งขึ้นด้วยการเล่าเรื่องจากมุมมองของ”คิกกี้” เจ้าแมวช่างเลือก คลิปวิดีโอนี้ฉีกกฎคลิปรถยนต์แบบเดิม ๆ ที่คนทั่วไปคุ้นเคย และคิกกี้ยังเป็นเหมือนตัวแทนของผู้บริโภคที่ต้องการผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีที่สุดที่คุ้มค่าและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของตัวเอง”  นอกจากนี้ นิสสันยังต่อยอดเพิ่มการรับรู้ในกลุ่มคนรักแมวบนโลกออนไลน์ ด้วยการโปรโมตคลิปวิดีโอในคอนเทนต์สนุก ๆ บนเพจเฟซบุ๊กแมวชื่อดัง อาทิ เพจเค้าเรียกผมว่าแมว เพจขนทองแมวเอ๋อ เพจหน้าแมว เป็นต้น  นิสสันชวนคุณมาอมยิ้มและเพลิดเพลินไปกับเรื่องราวความรักสุดอลเวงของเจ้าเหมียวช่างเลือกกับภารกิจนัดเดตPURRFECT MATCH เพราะเธอถือคติที่ว่า ‘จะธรรมดาไปทำไม ในเมื่อเป๊ะปังสุดๆ ได้!’ ติดตามชมเรื่องราวเต็มๆ ได้ทางFacebook – Nissan หรือ YouTube – Nissan Thailand

Read More

มาสด้า ปันสุข

 

 มาสด้า เริ่มปันความสุขแล้วทั่วฟ้าเมืองไทย มาสด้าเริ่มเดินหน้าโครงการ “มาสด้า ปันสุข ปี 2” เต็มกำลังจัดตั้งตู้ “ปันสุข” หน้าโชว์รูมรถยนต์มาสด้าตลอดเดือนสิงหาคม พร้อมขบวนคาราวานไปทั่วทุกชุมชน เพื่อแบ่งปันอาหาร ยาสามัญประจำบ้าน และสิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีพให้แก่พี่น้องชาวไทยทั่วประเทศ ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 พร้อมส่งมอบการแบ่งปันไปยังกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ เยาวชน และประชาชนทุกคนที่ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่ต่างๆ อย่างทั่วถึง เพื่อต่อเติมพลังแรงใจและสนับสนุนให้ทุกคนสามารถก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้อีกครั้ง ทั้งนี้ กิจกรรมได้เริ่มเป็นวันแรกเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา และจะจัดขึ้นตลอดเดือนสิงหาคม จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2564 ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความอิ่มเอมใจของทั้งผู้ให้และผู้รับไปพร้อมๆ กัน นอกจากนี้ มาสด้ายังได้จัดขบวนคาราวานเข้าไปส่งมอบสิ่งของที่จำเป็นกับการแบ่งปันและส่งกำลังใจไปให้ประชนชนในทุกกลุ่มในทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น บุคลากรทางการแพทย์ เยาวชน หรือเจ้าหน้าที่ภาครัฐ รวมถึงจัดตั้ง “ตู้ปันสุข” ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการแบ่งปันความสุขในครั้งนี้ได้ถ้วนหน้ามากยิ่งขึ้น โครงการ “มาสด้า ปันสุข ปี 2” จะจัดขึ้นจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2564 ซึ่งพี่น้องประชาชนที่ต้องการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแบ่งปันในครั้งนี้ สามารถนำสิ่งของต่างๆ มาสมทบที่ “ตู้ปันสุข” บริเวณหน้าโชว์รูมรถยนต์มาสด้าได้ด้วยเช่นกัน โดยได้วางมาตรการเพื่อความปลอดภัยทางด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ด้วยการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ “ตู้ปันสุข” ทุก 1-2 ชั่วโมง และวางมาตรการเว้นระยะห่างจากการสัมผัสให้มากที่สุด เพื่อให้ทุกท่านอุ่นใจและปลอดภัยจากโรคโควิด-19  มาสด้าขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งจากพลังเล็กๆ เพื่อสร้างสรรค์สังคมแห่งการแบ่งปันที่ยั่งยืนในประเทศไทย ซึ่งความคาดหวังของมาสด้า คือการได้เห็นรอยยิ้มของทุกคนจากการได้เป็นทั้ง “ผู้ให้” และ “ผู้รับ” และสามารถก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้ด้วยกันได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง ทั้งนี้ มาสด้าจะยังคงเดินหน้าสานต่อโครงการ “มาสด้า ปันสุข” และกิจกรรมเพื่อสังคมตลอดไปเพื่อให้การช่วยเหลือคนไทยในทุกสถานการณ์ความยากลำบาก ตามความวิสัยทัศน์ของมาสด้า เพื่อโลก เพื่อสังคม และเพื่อผู้คน ที่ยั่งยืนตลอดไป

Read More

ฟอร์ด มี 5 ฟีเจอร์ใน เอเวอเรสต์

 

 ไลฟ์สไตล์และการใช้งานที่หลากหลาย รถยนต์ เป็นเพื่อนคู่ใจ นับว่ามีความสำคัญไม่น้อย เพราะรถเอสยูวีขนาดกลางอย่างฟอร์ด เอเวอเรสต์ นอกจากจะเหมาะกับการใช้งานสำหรับครอบครัวแล้ว ยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีที่พร้อมทำให้สมาชิกในครอบครัวเพลิดเพลินไปกับการฟังเพลงหรือพอดแคสต์รายการโปรด พร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้นทั้งบนทางเรียบและแบบออฟโรด และอุปกรณ์ปกป้องความปลอดภัยสำหรับคนที่คุณรักในทุกการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการรับ-ส่งลูกๆ ไปโรงเรียน ตระเวณซื้อของใช้ที่จำเป็น พาลูกๆ ไปเล่นกีฬาในวันหยุดหรือพาเจ้าตัวเล็กไปสำรวจโลกกว้าง ในรถยนต์ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ มี 5 ฟีเจอร์หลัก อันเป็นเหตุผลที่ทำให้ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ พร้อมเป็นผู้ช่วยให้สุดยอดการใช้งานรถ เอสยูวี ได้โฟกัสกับคนสำคัญที่สุดในชีวิตได้อย่างเต็มที่ยิ่งกว่าเดิม อาทิ 1.มอบความปลอดภัยสำหรับเจ้าตัวน้อย 
พ่อแม่ทุกคนรู้ดีถึงความยากลำบากในการติดตั้งเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็กหรือคาร์ซีทให้แน่น ของที่ดูใช้ง่ายอย่างหัวล็อกและสายรัด อาจกลายเป็นเรื่องยุ่งยากได้หากรถของคุณไม่มีอุปกรณ์พื้นฐานรองรับ แต่การยึดคาร์ซีทที่เบาะแถวที่สองของฟอร์ด เอเวอเรสต์ ทำได้อย่างง่ายดาย ด้วยตัวช่วยอย่างจุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX ที่รองรับคาร์ซีทได้หลายรูปแบบ ช่วยให้คุณแม่อุ่นใจและพร้อมออกเดินทางไปด้วยกันได้ทั้งครอบครัว 2.เพิ่มเพื่อนร่วมทางหรือสัมภาระได้จุใจ 
ในวันที่เด็กๆ ต้องทำกิจกรรมร่วมกันกับเพื่อนๆ  ห้องโดยสารที่กว้างขวางของฟอร์ด เอเวอเรสต์ พ้อมรองรับผู้โดยสารได้ถึง 7 คน หรือคุณแม่อาจปรับเบาะแถวที่ 3 ด้วยระบบพับเบาะไฟฟ้า เพิ่มพื้นที่ในการบรรทุกสัมภาระได้กว่า 876 ลิตร ง่ายๆ เพียงกดปุ่มด้านหลังเพียงปุ่มเดียว 3.เชื่อมต่ออุปกรณ์เพื่อความบันเทิงได้ตลอดทาง
สำหรับการเดินทางไกลๆ การเปิดการ์ตูนเรื่องโปรดหรือให้เด็กๆสาละวนอยู่กับเกมหรือกิจกรรมต่างๆ ในแท็บแล็ต เป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้เด็กๆ ได้เพลิดเพลินตลอดเส้นทางโดยคุณแม่ไม่ต้องกังวลว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จะแบตหมด ด้วยช่องต่อยูเอสบีหลายจุด และอุปกรณ์เสริมในรุ่นไทเทเนียม พลัส ที่เพิ่มปลั๊กไฟบ้านแบบ 230 โวลต์ ให้ใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าได้อย่างเต็มที่ แถมยังมีช่องเก็บของทั้งคันอีกกว่า 30 จุด ช่วยให้คุณแม่จัดระเบียบของเล่นและเก็ตเจ็ตได้อย่างสบายใจไม่ต้องกลัวรก 4.ใช้งานง่าย สะดวกสบาย และทันสมัย หมดปัญหามือไม่ว่างเปิดประตูในวันที่ถือข้าวของพะรุงพะรัง เพราะสุดยอดคุณแม่สามารถโชว์พลังวิเศษเปิดประตูท้ายได้ด้วยระบบประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรีในฟอร์ด เอเวอรเรสต์ ไม่ว่าจะเก็บรถเข็นเด็ก หรือข้าวของที่ซื้อมาจากซุปเปอร์มาร์เก็ต เพียงคุณแม่เตะเท้าไปที่เซนเซอร์ท้ายรถ ประตูท้ายรถก็จะเปิดขึ้นหรือปิดลงแบบอัตโนมัติได้อย่างง่ายดาย 5.อุ่นใจด้วยระบบเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย
ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของครอบครัว ด้วยโครงสร้างและสมรรถนะอันทรงพลังของฟอร์ด นอกจากเสียงเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยทันทีที่ขึ้นรถ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ยังอัดแน่นด้วยฟีเจอร์ความปลอดภัยที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นถุงลมนิรภัย 7 จุดเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่อัจฉริยะทั้งบนถนนและแบบออฟโร้ด อาทิ ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวที่จะช่วยให้คุณแม่พาเจ้าตัวเล็กออกไปสำรวจโลกกว้างหรือตั้งแคมป์ปิคนิกได้ทุกที่อย่างมั่นใจ ไม่ว่าเส้นทางจะสมบุกสมบันแค่ไหนก็ตาม สามารถดูรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมที่ได้เว็บไซต์ https://www.ford.co.th/suvs/everest/ หรือขอโบรชัวร์ และโปรโมชั่นข้อเสนอสุดพิเศษผ่าน LINE Official Account @FordThailand พร้อมบริการจัดส่งรถทดลองขับถึงบ้าน ที่ผู้จำหน่ายฟอร์ดพร้อมบริการจัดส่งรถทดลองขับที่ได้รับการทำความสะอาดฆ่าเชื้อถึงบ้านคุณ  

Read More

MG HS PHEV รถยอดเยี่ยมด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี

 

 บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่สามารถตอบสนองความต้องการและยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกค้าด้วยรางวัลสุดยอดนวัตกรรมสินค้าและบริการแห่งปี พ.ศ. 2564 (Product Innovation Awards) ประเภทยานยนต์ ในกลุ่มรถยนต์พลังงานทางเลือก จากรุ่น MG HS PHEV  MG HS PHEV เป็นรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดที่สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการดำเนินงานของเอ็มจีในการมุ่งมั่นนำเสนอรถยนต์ที่เพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยี ความทันสมัย และคุณค่าที่ได้รับ โดยมีความโดดเด่นด้านเทคโนโลยีโดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบปลั๊กอินไฮบริดที่ให้มีสมรรถนะขั้นสูงให้กำลังแรงม้าและแรงบิดที่สูงอีกทั้งยังมี ระยะทางการขับขี่ด้วยไฟฟ้า หรือ EV Range สูงถึง 67 กิโลเมตร ซึ่งรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี ทางด้านการออกแบบ MG HS PHEV มีการผสมผสานระหว่างความสปอร์ตและความหรูหราได้อย่าง             ลงตัว ดีไซน์ภายในมีการตกแต่งให้เรียบหรู มีระดับ และห้องโดยสารเงียบให้ความเป็นส่วนตัว พร้อมฟังก์ชั่นและฟีเจอร์ต่างๆ ที่ติดตั้งมาให้อย่างครบครันพร้อมมอบประสบการณ์ใหม่และยกระดับการขับขี่ให้กับผู้บริโภคด้วยนวัตกรรมการเชื่อมต่ออัจฉริยะผ่านระบบปฎิบัติการi-SMART รวมไปถึงการติดตั้งระบบความปลอดภัยกว่า 25 ระบบ ที่ทำงานประสานกัน (Advanced Synchronized Protection Systems) ตลอดจนเทคโนโลยีที่ช่วยในการขับขี่ 
หรือ ADAS ที่เทียบเท่าระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติระดับที่ 2 สามารถขับขี่ได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น  
โดยปัจจุบัน MG HS PHEV เป็นรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยมีจำหน่ายแล้วกว่า 
15 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรีย เบลเยี่ยม เดนมาร์ก ฝรั่งเศส เยอรมัน อังกฤษไอร์แลนด์ อิสราเอล อิตาลี นอร์เวย์ สเปน สวีเดน เนเธอร์แลนด์ ออสเตรเลีย และประเทศไทย ซึ่งกว่า 13 ประเทศ ล้วนอยู่ในทวีปยุโรป แสดงให้เห็นถึงคุณภาพของรถยนต์แบรนด์เอ็มจี ที่ได้รับความไว้วางใจและมีการการันตีคุณภาพระดับสากล สำหรับรางวัล PRODUCT INNOVATION AWARD 2021 จัดขึ้นโดยนิตยสาร BUSINESS+ ภายใต้บริษัท 
เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อมอบรางวัลสุดยอดนวัตกรรมสินค้าและบริการแห่งปีให้แก่สินค้าและบริการที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีนวัตกรรมที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค 
รวมทั้งช่วยสร้างสรรค์ให้ชีวิตของลูกค้าดีขึ้น ซึ่งเป็นผลโหวตจากผู้บริโภคทั่วประเทศ คุณพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า 
“อุตสาหกรรมยานยนต์โลกกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างยุคของรถยนต์สันดาปไปสู่ยุคของยานยนต์ไฟฟ้า ในขณะที่พฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การหาความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าจึงเป็นประเด็นที่น่าสนใจและควรให้ความสำคัญ สิ่งเหล่านี้ผลักดันให้เราไม่หยุดในการพัฒนาและนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ สำหรับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เอ็มจีพร้อมจะเป็นแบรนด์รถยนต์ยุคใหม่ที่มอบสิ่งที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้าอยู่เสมอ รวมทั้งจุดประกายและผลักดันตลาดรถยนต์ในประเทศไทยก้าวสู่อีกระดับต่อไป”  MG HS PHEV “REFINEMENT” คุณค่าสูงสุดแก่ผู้ขับขี่ ทั้งดีไซน์ สมรรถนะ ฟังก์ชั่น และเทคโนโลยี MG HS PHEV มาพร้อมแนวคิด “REFINEMENT” ขับเคลื่อนทุกคุณค่าของชีวิต โดดเด่นด้วยระบบ Plug-in Hybrid ที่ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์เทอร์โบขนาด 1.5 ลิตร และมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงที่มาพร้อมนวัตกรรม Hairpin Design พร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาดใหญ่ 16.6 kWh ที่ทำให้มีระยะการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าสูงสุดถึง 67 กิโลเมตร ในด้านของสมรรถนะใช้เกียร์อัตโนมัติแบบ EDU II – 10 Speeds มีกำลังสูงสุด 284 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 ได้ในระยะเวลา 7.5 วินาที มีรูปแบบการขับขี่ถึง 5 รูปแบบ โดยมีจุดเด่นที่โหมด Super Sport และ EV Mode ที่มาพร้อมระบบ KERS (Kinetic Energy Recovery System) สามารถชาร์จพลังงานในระหว่างการขับขี่กลับเข้าแบตเตอรี่ MG HS PHEV มีดีไซน์พื้นฐานมาจาก MG HS รถเอสยูวีที่ผสานความหรูหราและความสปอร์ตได้อย่างลงตัวกระจังหน้าแบบ Stellar Magnetic Field ไฟหน้า LED Projector พร้อมระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ ไฟส่องสว่างสำหรับขับขี่เวลากลางวัน (Daytime Running Lights) ไฟท้าย LED Space Light Field และไฟเลี้ยวแบบ Sequential ที่แสดงผลแบบไล่ระดับ ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยสี 2-Tone Monaco Blue ใช้วัสดุ Soft Touch เบาะหนังคู่หน้าแบบ Sport Bucket Seat ตกแต่งด้วยวัสดุ Alcantara เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า6 ทิศทาง และเบาะนั่งผู้โดยด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง เพิ่มความเป็นส่วนตัวในห้องโดยสารด้วย NVH Luxury…

Read More

TTB มอบสิทธิพิเศษสุดคุ้มที่ศูนย์บริการรถยนต์ชั้นนำ

 

 บัตรเครดิตทีทีบี จัดโปรโมชั่นสุดคุ้มรับเครดิตเงินคืน 2  ต่อ สำหรับลูกค้าที่มียอดใช้จ่าย ณ ศูนย์บริการของผู้แทนจำหน่ายแบรนด์รถยนต์ชั้นนำที่ร่วมรายการทั่วประเทศ ได้แก่ ศูนย์บริการฮอนด้า อีซูซุ มาสด้า มิตซูบิชิ นิสสัน ซูซูกิ และโตโยต้า ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 กันยายน 2564  ต่อที่ 1  รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 10,800 บาท เมื่อมียอดใช้จ่าย 3,000 บาท ขึ้นไป / เซลล์สลิป รับเครดิตเงินคืน 50 บาทยอดใช้จ่าย 5,000 บาท ขึ้นไป / เซลล์สลิป รับเครดิตเงินคืน 120 บาท ยอดใช้จ่าย 10,000 บาท ขึ้นไป / เซลล์
สลิป รับเครดิตเงินคืน 300 บาท ยอดใช้จ่าย 30,000 บาท ขึ้นไป / เซลล์สลิป รับเครดิตเงินคืน 1,000 บาท และยอดใช้จ่าย 50,000 บาท ขึ้นไป/ เซลล์สลิป รับเครดิตเงินคืน 1,800 บาท ลูกค้าสามารถลงทะเบียน SMS พิมพ์ JP ตามด้วยหมายเลขบัตรเครดิต 12 หลักสุดท้าย ส่งมาที่ 4806026 ต่อที่ 2  แลกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 15% เมื่อใช้คะแนนสะสม ttb rewards plus ขั้นต่ำ 3,000 คะแนน สามารถแลกคะแนนสะสมสูงสุดได้ถึง 30,000 คะแนน / บัญชีบัตรหลัก / เดือน โดยลูกค้าบัตรเครดิต ttb reserve infinite และ ttb reserve signature แลกรับเครดิตเงินคืน 15% ลูกค้าบัตรเครดิตทีทีบี ประเภทที่มีคะแนนสะสมอื่น ๆ แลกรับเครดิตเงินคืน 10% ลงทะเบียน SMS ทุกครั้งที่ร่วมรายการ พิมพ์ JC ตามด้วยคะแนนที่ใช้แลก เว้นวรรค ตามด้วยหมายเลขบัตรเครดิต 12 หลักสุดท้าย ส่งมาที่ 4806026  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่  ttb contact center 1428

Read More

มาสด้าร่วมแบ่งปัน

 

 มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย พร้อมด้วยผู้จำหน่ายมาสด้าทั่วประเทศเดินหน้าสานต่อโครงการแบ่งปันน้ำใจสู่ชุมชน“มาสด้า ปันสุข ปี 2” จัดตั้ง “ตู้ปันสุข” หน้าโชว์รูมรถยนต์มาสด้าตลอดเดือนสิงหาคม 2564 เพื่อเป็นศูนย์กลางในการแบ่งปันอาหาร ยาสามัญประจำบ้าน และของใช้ที่จำเป็นในการดำรงชีพให้แก่ประชาชนทั่วประเทศไทย เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการระบาดของโควิด-19 และร่วมแบ่งปันสิ่งดีๆ คืนกลับสู่สังคม ควบคู่กับการวางมาตรการเพิ่มความปลอดภัยด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด พร้อมยืดหยัดให้การช่วยเหลือผู้คนตลอดไปเพื่อให้คนไทยทุกคนก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน คุณชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เป็นระยะเวลากว่า2 ปี ที่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ขึ้นในประเทศไทย ซึ่งส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ด้วยความมุ่งหวังที่อยากให้คนไทยก้าวผ่านสถานการณ์ความยากลำบากครั้งนี้ไปได้ด้วยกันอีกครั้ง มาสด้าจึงลุกขึ้นมาทำกิจกรรมเพื่อตอบแทนสังคม ผ่านโครงการ “มาสด้า ปันสุข ปี 2” ด้วยการจัดตั้ง “ตู้ปันสุข” ที่บริเวณด้านหน้าโชว์รูมรถยนต์มาสด้า เพื่อเป็นศูนย์กลางในการแบ่งปันสิ่งของที่จำเป็นต่อการดำรงชีพให้กับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนทั่วประเทศ โดยจะเริ่มดำเนินการระหว่างวันที่ 1-31 สิงหาคม 2564 เพราะมาสด้าเชื่อมั่นว่าด้วยการสนับสนุนเพียงคนละเล็กคนละน้อยจากทุกภาคส่วนจะก่อเกิดเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ เพื่อเป็นกำลังใจให้เราทุกคนก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกันอีกครั้ง โครงการ “มาสด้า ปันสุข” ได้ริเริ่มขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2563 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อแบ่งปันน้ำใจและให้การช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทย ซึ่งปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 ด้วยการจัดตั้ง“ตู้ปันสุข” ณ บริเวณด้านหน้าโชว์รูมรถยนต์มาสด้าทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด เพื่อเป็นศูนย์กลางในการแบ่งปันสิ่งของเครื่องอุปโภคและบริโภค อาทิ ข้าวสาร อาหารแห้ง หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ ยาสามัญประจำบ้าน และสิ่งของที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวัน เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนสามารถนำสิ่งของเหล่านี้กลับไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ พร้อมกันนี้ มาสด้าขอเชิญชวนผู้มีจิตอาสาร่วมแบ่งปันน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ในครั้งนี้ด้วยกัน ด้วยการนำสิ่งของต่างๆ มาร่วมสมทบในตู้ปันสุข โดยมาสด้าวางมาตรการเพื่อความปลอดภัยทางด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ด้วยการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ “ตู้ปันสุข” ทุก 1-2 ชั่วโมง และวางมาตรการเว้นระยะห่างจากการสัมผัสให้มากที่สุด เพื่อให้ประชาชนอุ่นใจและปลอดภัยจากโรคโควิด-19 ทั้งนี้ มาสด้าขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเกื้อกูลสังคมไทย ให้สามารถก้าวผ่านช่วงเวลาแห่งความยากลำบากนี้ไปด้วยกัน มาสด้าให้คำมั่นสัญญาว่าจะเดินหน้าให้การช่วยเหลือคนไทยทุกคนในทุกสถานการณ์ความยากลำบากอย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข ตามวิสัยทัศน์ระยะยาวของมาสด้า “Sustainable Zoom-Zoom 2030” เพื่อโลก เพื่อสังคม และเพื่อผู้คน ตลอดไป

Read More

สตาร์ท อัพ ในประเทศจีน สู่ ธุรกิจสื่อยานยนต์ไทย

 

 เนื่องมาจาก ตลาดยานยนต์ไทยเนื้อหอม ซีอีโอ AutoFun โรบิน ซู  เลือกเป็นอีกหนึ่งประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ลุยธุรกิจยานยนต์แบบครบวงจร หลังสุดปังกับตลาดมาเลเซียและอินโดนีเซีย ด้วยประสบการณ์ที่คร่ำหวอดในวงการเทคโนโลยีของประเทศจีนมากว่า 20 ปี เคยเป็นผู้บริหารระดับสูงของหัวเหว่ยและ อาลีบาบา กรุ๊ป คุณโรบิน ซู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ ผู้ก่อตั้งAutoFun.co.th มองว่าตลาดยานยนต์ในประเทศไทยมีความน่าสนใจ เป็นตลาดที่ดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้บริโภคมีกำลังซื้อที่ดี มีความหลากหลาย เหมาะสำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีของผลิตภัณฑ์และการสร้างสรรค์เนื้อหา ก่อนเริ่มดำเนินงาน AutoFun.co.th นั้น ทีมจากกวางโจว ประเทศจีนได้ร่วมทำงานกับทีมไทยเป็นเวลาเกือบ 2 ปี ศึกษาอย่างรอบด้านเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ การตลาด และผู้บริโภค เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นไปกำหนดเป็นกลยุทธ์เชิงธุรกิจ และเมื่อเดือนมิถุนายน 2563 ที่ผ่านมา  AutoFun.co.th ได้เปิดตัวกับผู้ใช้ชาวไทยอย่างเป็นทางการ   การทำงานในประเทศไทยของ AutoFun ในวาระครบรอบ 1 ปี ได้สร้างสรรค์เนื้อหาด้านยานยนต์ให้ครอบคลุม มีความทันสมัย สนุกสนาน ผู้ใช้สามารถมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นกับประเด็นต่างๆ ได้อย่างเปิดกว้าง ส่งผลให้มีผู้ใช้งานกว่า 930,000 ต่อเดือน อาทิ การทดลองขับรถแบบระยะยาว วิดีโอในรูปแบบ Vlog หรือ ซีรีย์สั้น ควบคู่กับการสร้างสรรค์เนื้อหาผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งเฟสบุ๊ก (Facebook) ยูทูป (YouTube) และ ติ๊ก ต๊อก (Tik Tok) ที่มีผู้ติดตามให้ความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และแน่นอนเรายังคงเดินหน้าพัฒนาแพลตฟอร์มเว็บไซต์ที่แตกต่าง เพื่อก้าวสู่ความเป็นศูนย์รวมยานยนต์แบบครบวงจร ทั้งค้นหาข้อมูลและซื้อรถใหม่สำหรับผู้ใช้ในประเทศไทย  

Read More

NISSAN FOMULA E

 

 นิสสันนำโครงการการพัฒนากระบวนการคิดขั้นสูง เพิ่มประสิทธิภาพนักแข่งฟอร์มูล่า อีนักแข่งนิสสัน จะได้รับการฝึกซ้อม และพัฒนาการจัดการในการเรียนรู้ การตอบสนองให้มีความสม่ำเสมอระหว่างการแข่งกันเพื่อเพิ่มความเร็วให้กับนักแข่ง บริษัท นิสสัน มอเตอร์ จำกัด เปิดตัวโครงการนวัตกรรมพัฒนากระบวนการทางความคิดขั้นสูง และการวิจัยด้านกายวิภาคศาสตร์ เพื่อฝึกซ้อมให้กับเซบาสเตียน บูเอมี (Sebastien Buemi) และโอลิเวอร์ โรวแลนด์ (Oliver Rowland) นักแข่งรถฟอร์มูล่า อี โครงการดังกล่าวใช้ชื่อว่า Nissan Brain to Performance ใช้การถ่ายภาพสมองขั้นสูง และการวิเคราะห์เพื่อกำหนดลักษณะเฉพาะทางกายวิภาคของนักแข่งมืออาชีพ และนำไปพัฒนาการโปรแกรมการฝึกซ้อม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการคิดและกายวิภาคในการแข่งขัน          มร.ทอมมาโซ โวลป์ ผู้อำนวยการระดับโลกฝ่ายกีฬาทางรถยนต์ของนิสสันในการแข่งขันฟอร์มูล่า อี กล่าวว่า “ที่นิสสัน เรากล้าทำในสิ่งที่คนอื่นไม่กล้า นวัตกรรมสุดล้ำนี้จะช่วยให้เราเข้าใจการทำงานของสมองของนักแข่งได้มากกว่าที่เคยเพื่อเพิ่มศักยภาพการขับขี่บนสนามแข่งฟอร์มูล่า อี จะดีแค่ไหนหากเราสามารถช่วยให้นักแข่งของเราทำผลงานได้ดีขึ้นผ่านการวิเคราะห์และฝึกซ้อมการทำงานของสมองขั้นสูง เวลาทุกเสี้ยววินาทีในการแข่งขันฟอร์มูล่า อี มีความหมายมาก จึงเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นที่เราจะได้เห็นทีมวิจัยของนิสสันสามารถพัฒนาการทำงานสมองของทั้ง เซบาสเตียน และ โอลิเวอร์ ที่มีประสิทธิภาพสูงอยู่แล้วให้ทำงานดียิ่งกว่าเดิม”

Read More
Visit Us On FacebookVisit Us On TwitterVisit Us On YoutubeCheck Our Feed