เพื่อรับสิทธิ์ลดหย่อนภาษี โครงการ “ช้อปดีมีคืน 2565” ณ โชว์รูมและศูนย์บริการทั่วประเทศ 229 แห่ง ตั้งแต่ 1 ม.ค.- 15 ก.พ. 2565 บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) ชวนลูกค้าฮอนด้าเข้ารับบริการเพื่อรับสิทธิ์ลดหย่อนภาษี โครงการ“ช้อปดีมีคืน 2565” ณ โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้า 229 แห่งทั่วประเทศ โดยลูกค้าสามารถนำใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบจากยอดค่าใช้จ่ายจริง สูงสุด 30,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 15 กุมภาพันธ์ 2565 มาใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีภาษี 2565 ซึ่งค่าใช้จ่ายงานบริการที่เข้าร่วมเงื่อนไขในโครงการ “ช้อปดีมีคืน”* ได้แก่ งานตรวจเช็กตามระยะทาง (PM) งานซ่อมทั่วไป (GR) และงานซ่อมตัวถังและสี (BP) ประเภทลูกค้าเป็นผู้ชำระเงิน รวมถึงค่าใช้จ่ายในการซื้อชุดอุปกรณ์ตกแต่งที่โชว์รูมและศูนย์บริการอีกด้วย ลูกค้าสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ หรือศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง (Honda Call Center) โทร. 0 2341 7777 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมของการบริการต่าง ๆ และเลือกการบริการที่ใช่สำหรับคุณได้ที่ www.honda.co.th/service
Year: 2022
อุตสาหกรรมญี่ปุ่น เยี่ยมโตโยต้าไทย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรมญี่ปุ่น นายโคอิจิ ฮากิอูดะ เข้าเยี่ยมชมการดำเนินงาน ณ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด คณะผู้บริหารระดับสูงของ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ให้การต้อนรับ มร. โคอิจิ ฮากิอูดะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรมญี่ปุ่น และ มร. นาชิดะ คาสุยะ เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งญี่ปุ่นประจำราชอาณาจักรไทย ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานของ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ณ สำนักงานใหญ่โรงงานโตโยต้า สำโรง การเยี่ยมชมการดำเนินงาน ณฯ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ของ กระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรมญี่ปุ่น ในครั้งนี้ ถือเป็นกิจกรรมเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นตลอดจนเป็นการสนับสนุนในด้านการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ ซึ่งประเทศไทยนั้นถือได้ว่าเป็นหนึ่งในฐานการผลิตที่สำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก โดยมีบริษัทและหลากหลายองค์กรจากประเทศญี่ปุ่นเป็นภาคส่วนสำคัญในการพัฒนาและผลักดันภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน โดยนอกจากกิจกรรมการเยี่ยมชมกระบวนการผลิตรถยนต์ของ บริษัท โตโยต้าฯ แล้ว คณะผู้บริหารของโตโยต้า นำโดย นายโนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ได้ให้ข้อมูลในด้านแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯโดยกล่าวว่า “ปี 2565 นี้ นับเป็นวาระสำคัญของบริษัทฯ ในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยครบรอบ 60 ปี นอกเหนือจากการดำเนินงานในด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ เรายังพัฒนาทรัพยากรบุคคลและสิ่งแวดล้อมเพื่อขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืน เรายินดีและพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ต่อนโยบายของภาครัฐ ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรและทุกภาคส่วนที่มีแนวคิดตรงกันเพื่อร่วมกันผลักดันให้บรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนโดยเร็วที่สุดด้วยการแนะนำเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าหลากหลายรูปแบบเข้าสู่ประเทศไทย”
“SKILL DRIVING JUNIOR”
การร่วมมือกับ “THE MALL” ของงาน “SKILL DRIVING JUNIOR” จัดการเรียนรู้ ฝึกวินัยจราจรให้เด็ก และเยาวชน โดย คุณชไมพร ปภัสร์พงษ์ ผู้อำนวยการโครงการ ขับเป็น…ขับปลอดภัย กับ สื่อสากล ร่วมงาน “THE MALL KIDS FUNTASIA : KIDDO HERO” โดยจัดกิจกรรม“โตไป…ขับเป็น”(SKILL DRIVING EXPERIENCE JUNIOR) อบรมวินัยจราจรแก่เด็ก และเยาวชน ขับขี่ในถนนจำลองที่ปลอดภัย ณ MCC HALL THE MALL บางกะปิ สัปดาห์ที่ผ่านมา
ฮอนด้า ส่งนักแข่ง เริ่มออกเดินทางครั้งใหม่
“ก้อง-สมเกียรติ”เหินฟ้าสู่สเปนสู้ศึกโมโตทูปีที่ 4 ตั้งเป้ายกระดับผลงานคว้าโพเดี้ยม โดย “คิงคองก้อง” สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดไทยจากโครงการ “ฮอนด้า เรซ ทูเดอะ ดรีม บินลัดฟ้าร่วมทัพต้นสังกัด อิเดมิตสึฮอนด้า ทีม เอเชีย ที่แดนกระทิงดุ เตรียมความพร้อมก่อนลุยศึกโมโตทู ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ประจำฤดูกาล 2022 เจ้าตัวเผยสภาพร่างกายและจิตใจสมบูรณ์เกิน 100 เปอร์เซ็นต์ ขณะบอสฮอนด้าเชื่อมั่นศักยภาพและประสบการณ์ จะสามารถยกระดับผลงานจากปีก่อนที่คว้าท็อปไฟว์ ปีนี้มีลุ้นคว้าโพเดี้ยมฝากแฟนชาวไทยแน่นอน ความเคลื่อนไหวของ “คิงคองก้อง” สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดดาวรุ่งหนึ่งเดียวของไทยในการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบระดับเวิลด์กรังด์ปรีซ์ รุ่นโมโตทู เจ้าของหมายเลข 35 สังกัดทีมแข่งอิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีมเอเชีย ซึ่งลงแข่งขันแบบเต็มฤดูกาลต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ล่าสุด เมื่อช่วงเช้ามืดของวันอาทิตย์ที่ 23 มกราคม 2565 นักบิดดาวรุ่งชาวไทยวัย 23 ปี ได้ออกเดินทางสู่ประเทศสเปนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อเข้าโปรแกรมฝึกซ้อมโค้งสุดท้ายกับต้นสังกัด และเตรียมสตาร์ทการแข่งขันสนามแรกที่สนามโลแซล อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต ประเทศกาตาร์ ระหว่างวันที่ 4-6 มีนาคมนี้ โดยมี ดร.อารักษ์พรประภา รองประธานกรรมการบริหาร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ไปให้กำลังใจถึงที่สนามบินสุวรรณภูมิ สมเกียรติ จันทรา กล่าวว่า “ในช่วงพักเบรกปิดฤดูกาล ตัวผมยังคงมีการเตรียมความพร้อมอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นการฝึกซ้อมรถจักรยานยนต์ทางฝุ่น การขี่จักรยาน การเข้าเวทเทรนนิ่ง และที่สำคัญได้เข้าร่วมแคมป์ฝึกซ้อมของไทยฮอนด้าที่มีความเข้มข้นเป็นอย่างมาก ตอนนี้สภาพร่างกายและจิตใจมีความสมบูรณ์เกิน 100 เปอร์เซ็นต์ในปีนี้ผมจะนำประสบการณ์ที่ได้ไปแก้ไขรายละเอียดอีกเล็กน้อย เพื่อทำผลงานให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ฝากติดตามและเป็นกำลังใจเชียร์ผมด้วยครับ” ขณะที่ ดร.อารักษ์ พรประภา บริษัท ไทยฮอนด้า แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด กล่าวว่า “สมเกียรติ เป็นหนึ่งในผลผลิตจากโครงสร้างการพัฒนานักแข่ง ภายใต้โครงการ ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม ในฐานะตัวแทนหนึ่งเดียวของไทยในศึกระดับโลก จากปีก่อนที่คว้าอันดับท็อปไฟว์มาได้เป็นครั้งแรก ในรายการออสเตรียน กรังด์ปรีซ์ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของสมเกียรติเทียบชั้นนักบิดแถวหน้าของโลก และผมเชื่อมั่นว่าในปีนี้ด้วยประสบการณ์ที่มี เจ้าตัวมีโอกาสยกระดับผลงานคว้าโพเดี้ยมมาฝากแฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยอย่างแน่นอน ช่วยส่งกำลังใจและติดตามเชียร์นักบิดดาวรุ่งหนึ่งเดียวของไทยคนนี้ด้วยครับ” แฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยสามารถติดตามข่าวสารของ “คิงคองก้อง” สมเกียรติ จันทรา พร้อมส่งกำลังใจเชียร์นักบิดหนึ่งเดียวของไทยในศึกโมโตจีพี รุ่นโมโตทู ตลอดฤดูกาล 2022 รวมถึงนักบิดฮอนด้าทุกคนได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม : www.facebook.com/HondaRacingTeamTH #WhatStopsYou #มุ่งไปอย่าให้อะไรมาหยุด #SC35 #Moto2 #RaceToTheDream #HondaRacingThailand #IdemitsuHondaTeamAsia
“MOTOR EXPO”จับรางวัลใหญ่ รถยนต์ 3 คัน บิกไบค์ 1 คัน
คุณขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์” พร้อมด้วยผู้แทนค่ายรถยนต์ รถจักรยานยนต์รวมถึงสักขีพยานจาก สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย ร่วมงานจับรางวัล จากกิจกรรมคืนกำไรให้ผู้ชมงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38” MOTOR EXPO 2021 ซื้อรถ…ชิงรถ / ซื้อบัตร…ชิงรถ / ซื้อสินค้า…ชิงรถ / ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์ และชม Motor Expo Online ชิงรางวัล ณ ห้องจูปิเตอร์ 4-6 IMPACT เมืองทองธานี วันที่ 19 มกราคม ที่ผ่านมา สำหรับรายชื่อผู้โชคดีที่ผ่านการตรวจสอบว่าปฏิบัติตามกฎกติกาของการชิงรางวัล จะประกาศทางwww.motorexpo.co.th, www.autoinfo.co.th, Line @motorexpo ในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 และทางนิตยสาร ฟอร์มูลา, 4 WHEELS ฉบับประจำเดือนเมษายน 2565 พบกับงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39” วันที่ 1-12 ธันวาคม 2565 ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ติดตามข้อมูล MOTOR EXPO ได้ทาง www.motorexpo.co.th, FB : MotorExpo, IG : Motorexpoth, Youtube : IMCOnlineTH, Line : Motorexpo และ Twitter : MotorExpoTH
TOYOTA ALTIS GR Sport
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำรถยนต์นั่งยอดนิยม โคโรลล่า อัลติส GR Sport ปรับปรุงโฉมใหม่ล่าสุดในรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด HEV GR Sport และรุ่นเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.8 ลิตร GR Sport เพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน พร้อมสมรรถนะการขับขี่ และความทนทาน สบายใจตลอดอายุการใช้งาน ตอบโจทย์ทุกรูปแบบการใช้ชีวิต และการเดินทางให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น พร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับลูกค้าโคโรลล่า อัลติสทุกรุ่น บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำหนึ่งในตำนานของรถยนต์โตโยต้าที่การันตีด้วยคุณภาพมากกว่า 55 ปี นับตั้งแต่รุ่นแรกจนถึงรุ่นล่าสุด มียอดขายมากกว่า 50 ล้านคันทั่วโลก แสดงถึงการยอมรับในพื้นฐานอันสำคัญทางด้านคุณภาพ (Quality) ความทนทาน (Durability) และความน่าเชื่อถือ (Reliability) หรือ QDR ซึ่งสืบทอดจนถึงรุ่นปัจจุบัน โดยมีการพัฒนาด้านสมรรถนะการขับขี่ ด้วยสถาปัตยกรรมยานยนต์ใหม่ TNGA เสริมประสิทธิภาพในการทรงตัวและเกาะถนน ให้ความสนุกสนานในการขับขี่ (Fun-to-drive) พร้อมระบบช่วงล่างด้านหลังอิสระแบบปีกนกคู่ (Double Wishbone) ทั้งมอบความมั่นใจสูงสุด กับระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลกของรถโตโยต้า Toyota Safety Sense ในปีนี้ โตโยต้า เปิดศักราชด้วยการเสริมทัพรถยนต์นั่งยอดนิยม เพื่อเติมเต็มการใช้ชีวิตแบบวิถีใหม่ กับโคโรลล่าอัลติส GR Sport รุ่นปรับปรุงโฉมใหม่ กับรุ่น HEV GR Sport ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ไฮบริด และรุ่น 1.8 GR Sport กับขุมพลังเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.8 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i 7 สปีดพร้อม Sequential Shift พร้อมสัมผัสของสมรรถนะในการขับขี่ที่เร้าใจกว่าที่เคย ด้วยช่วงล่างปรับจูนใหม่แบบสปอร์ต ประกอบด้วยชุดคอยล์สปริงและช็อคแอบซอร์บเบอร์ พร้อมเหล็กกันโคลงด้านหลังที่พัฒนาใหม่ มอบความรู้สึกในการขับขี่ที่หนักแน่น เกาะถนนดีเยี่ยม ควบคุมได้ตามใจสั่ง โตโยต้า โคโรลล่า อัลติส GR Sport สะกดทุกสายตาด้วยดีไซน์ภายนอกแบบสปอร์ต ออกแบบให้รองรับการขับขี่ตามหลักอากาศพลศาสตร์ กับแพ็กเกจชุด GR SPORT ประกอบด้วย กันชนหน้า, กระจังหน้า, ไฟตัดหมอกดีไซน์ใหม่, สเกิร์ตข้าง, สเกิร์ตหลัง, ล้ออัลลอย 17 นิ้วออกแบบใหม่โดยเฉพาะ พร้อมสัญลักษณ์ GR Sport บริเวณท้ายรถ ภายในสะท้อนความเป็น GR ด้วยการตกแต่งเบาะหนัง เดินตะเข็บด้ายสีแดง พนักพิงศีรษะและปุ่มกดสตาร์ทตกแต่งด้วยสัญลักษณ์ GR มาพร้อมกับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ ช่องเสียบ USB แบบType C ในช่องเก็บของคอนโซลกลาง, หน้าจอ HUD แสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบสี, เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า พร้อมปุ่มปรับดันหลังไฟฟ้า (Lumbar Support), ระบบ Illuminate entry system, ระบบแจ้งเตือนลมยาง TPMS และ 3 สี พิเศษเฉพาะรุ่น ได้แก่ สีขาวมุก (Platinum White Pearl) สีแดง (Red Mica Metallic) และสีดำ (Attitude Black Mica) โคโรลล่า อัลติส GR รุ่นปรับปรุงโฉมใหม่ RACE YOUR SPORTY AMBITION…ขีดสุดความเร้าใจ อะไรก็หยุดไม่ได้ ใหม่ ดีไซน์ภายนอก,,,BRAND NEW RACER BRAND NEW FEELING โคโรลล่า อัลติส ฟิลเรซซิ่ง ใหม่ สายพันธุ์ GR -กันชนหน้าใหม่ GR Sport -กระจังหน้าใหม่ GR Sport -ไฟตัดหมอกดีไซน์ใหม่ -กระจกมองข้างสีดำและสเกิร์ตข้าง GR Sport -สเกิร์ตหลัง GR Sport -ล้อแมกซ์ขนาด 17 นิ้ว GR Sport -สัญลักษณ์ GR Sport บริเวณประตูท้าย ใหม่ ดีไซน์ภายใน…GR SPORT RACING INSIDE…
ฮอนด้า คว้าอันดับ 1 ตลาดรถยนต์นั่ง
บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศผลการดำเนินงานประจำปี 2564 สามารถครองอันดับ 1 ตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลปี 2564 ในประเทศไทย (มกราคม – ธันวาคม 2564) ด้วยยอดจำหน่ายสะสมรวม 88,692 คัน ครองส่วนแบ่งทางการตลาด 27.9% และครองอันดับ 1 ต่อเนื่องอีกปี อีกทั้งเป็นผู้นำใน 4 เซกเมนต์หลัก ตอกย้ำการเป็นแบรนด์ยอดนิยมในประเทศไทย พร้อมเดินหน้าสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าด้วยการยกระดับการบริการหลังการขายที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ภายใต้มาตรฐานเดียวกันจากโชว์รูมและศูนย์บริการ 229 แห่งทั่วประเทศ มร.โนริยุกิ ทาคาคุระ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า “ฮอนด้าขอขอบคุณลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจในแบรนด์ฮอนด้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปี 2564 ที่ผ่านมานับเป็นอีกปีที่ท้าทายสำหรับการทำงานในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เรา ต้องปรับเปลี่ยนการทำงาน ให้สอดคล้องและทันกับสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา เพื่อตอบสนองความต้องการ และพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป ด้วยความมุ่งมั่นและทุ่มเทในการทำงานของฮอนด้า ผู้จำหน่าย และทุกภาคส่วนที่ให้การสนับสนุนฮอนด้า ส่งผลให้เราได้รับความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากลูกค้าทั่วประเทศ ด้วยยอดจำหน่ายสะสม 88,692 คัน ครองส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับหนึ่งด้วยสัดส่วนถึง 27.9% ซึ่งในปี 2565 คาดว่าการแพร่ระบาดของ โควิด-19 และเศรษฐกิจจะมีแนวโน้มในทิศทางที่ดีขึ้น ฮอนด้าก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน และหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนที่ดีเช่นนี้ต่อไป” ฮอนด้าสามารถครองอันดับ 1 ใน 4 เซกเมนต์หลัก ได้แก่ 1.กลุ่มรถยนต์ซับคอมแพคท์และอีโค ซับคอมแพคท์ ซีดาน (B and B-Eco Sedan segments) ยอดจำหน่ายสะสม23,490 คัน คิดเป็น 28.2% •ฮอนด้า ซิตี้ เทอร์โบ ยอดจำหน่ายสะสม 21,221 คัน •ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ยอดจำหน่ายสะสม 2,269 คัน 2.กลุ่มรถยนต์ซับคอมแพคท์และอีโค ซับคอมแพคท์ ซีดานและแฮทช์แบ็ก (B and B-Eco Sedan and Hatchback segments) ยอดจำหน่ายสะสม 47,962 คัน คิดเป็น 29.8% •ฮอนด้า ซิตี้ ซีรีส์ ยอดจำหน่ายสะสม 47,962 คัน 3.กลุ่มรถยนต์คอมแพคท์ (C-segment) ยอดจำหน่ายสะสม 16,092 คัน คิดเป็น 65.9% •ฮอนด้า ซีวิค ยังครองความเป็นผู้นำอย่างต่อเนื่อง ยอดจำหน่ายสะสม 14,755 คัน •ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก ยอดจำหน่ายสะสม 1,337 คัน 4.กลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ (L-SUV segment) ยอดจำหน่ายสะสม 4,938 คัน คิดเป็น 45.7% •ฮอนด้า ซีอาร์-วี ยอดจำหน่ายสะสม 4,938 คัน ในปีที่ผ่านมา ฮอนด้าได้นำเสนอระบบการขับขี่ที่ชาญฉลาดและทรงพลังให้กับลูกค้าชาวไทย ด้วยยนตรกรรม ฟูลไฮบริด อี:เอชอีวี ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ซึ่งครอบคลุม ในหลากหลายเซกเมนต์ ได้แก่ ฮอนด้า เอชอาร์–วี อี:เอชอีวี ใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายปีที่แล้ว รวมทั้ง ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก อี:เอชอีวี และ ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ส่งผลให้ ยนตรกรรมอี:เอชอีวี ฟูลไฮบริด ได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้น โดยสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ ทั้งด้านสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังที่มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัย และให้อัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม สำหรับการดำเนินงานในปี 2565 ฮอนด้าจะยังคงเดินหน้าสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ด้วยการสร้างสรรค์และพัฒนายนตรกรรมคุณภาพที่ล้ำสมัยที่พร้อมด้วยเทคโนโลยีการขับเคลื่อนและความปลอดภัย โดยมุ่งไปสู่สังคมปลอดมลพิษและสร้างสังคมปลอดอุบัติเหตุ ตามเป้าหมายปี 2593 รวมทั้งยกระดับการบริการหลังการขาย ที่เพิ่มความสะดวกสบายและอุ่นใจในการใช้บริการแบบครบวงจรภายใต้มาตรฐานเดียวกันจากโชว์รูมและศูนย์บริการทั้ง 229 แห่งทั่วประเทศ พร้อมตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้า ด้วยทีมงานที่เชี่ยวชาญและมากประสบการณ์ อีกทั้งแพ็กเกจบริการต่างๆ เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจในผลิตภัณฑ์และการบริการของฮอนด้า
โตโยต้ารับรางวัล
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด โดยคณะผู้บริหารฯ คุณสุรักษ์ พานิชย์เจริญรักษาการณ์ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารการตลาดและประชาสัมพันธ์ และ คุณชนินทร์ ชุมภู รักษาการณ์ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดเพื่อการพาณิชย์ เข้ารับรางวัล “ธุรกิจยานยนต์ยอดนิยมแห่งปี 2564” หรือ TAQA: Thailand Automotive Quality Award 2021 จาก คุณภานุวัฒน์ ตรียางกูรศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในปี 2564 โตโยต้าได้รับรางวัล “ธุรกิจยานยนต์ยอดนิยมแห่งปี 2564” ทั้งหมด 2 รางวัลดังนี้ รางวัล “ธุรกิจยานยนต์ยอดนิยม” ด้านภาพลักษณ์ (Outstanding Brand Image) ประเภทบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือ (Trusted Brand) ประเภทบริการหลังการขายดีเด่น (Good After Sales Service) จากความมุ่งมั่นในการสร้าง “ยนตรกรรมที่ดียิ่งกว่า” (Ever-better Cars) การเน้นย้ำคุณภาพการผลิตให้ได้มาตรฐานระดับโลก รวมถึงการปรับปรุงด้านการขายและการบริการหลังการขาย เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ในการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส ตั้งอยู่บนหลักธรรมา ภิบาลพร้อมมุ่งมั่นในการร่วมพัฒนาสังคมไทยผ่านหลากหลายกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง เช่น การผลิตรถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การจัดทำโครงการต่างๆด้านสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังมีกิจกรรมด้านความปลอดภัยบนท้องถนน ตลอดจนการแบ่งปันความรู้เพื่อปรับปรุงและพัฒนาธุรกิจชุมชนทั่วประเทศ โดยบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด มีความภาคภูมิใจที่ได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการตัดสินรางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยมแห่งปี 2564 ให้ได้รับรางวัล 2 รางวัล นำมาซึ่งความภาคภูมิใจในการ คงความเป็นองค์กรที่มุ่งพัฒนาให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยและสังคมไทยเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน” รางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยม TAQA เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 โดยความร่วมมือของหน่วยงานหลัก 4 หน่วยงาน ประกอบด้วย สถาบันยานยนต์ บริษัท คัสต้อมเอเซีย จำกัด หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ และบริษัท สื่อสากล จำกัด รางวัลนี้สะท้อนความสำเร็จในการผลิต การให้บริการลูกค้าและการตลาดเป็นสำคัญ เนื่องจากเป็นผลจากการสำรวจความพึงพอใจของผู้บริโภคโดยตรงต่อผลิตภัณฑ์ การขาย และการบริการหลังการขาย เพื่อยกระดับคุณภาพของสินค้าและบริการในธุรกิจยานยนต์ และพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ ของประเทศ ทั้งนี้ รางวัลต่างๆเหล่านี้ ถือเป็นพลังผลักดันสำคัญที่ทำให้โตโยต้ายังคงพยายามทุ่มเท ในการที่จะพัฒนาให้เกิดมาตรฐานสูงสุดในทุกด้าน ทั้งด้านผลิตภัณฑ์และการบริการ เพื่อนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดเหนือความคาดหมายให้กับลูกค้าทุกท่านตลอดมา
Vespa LX 125 i-Get “PINK ROSA”
เวสป้า เติมเฉดสีแห่งความสดใสครั้งใหม่ ด้วย พร้อมเซอร์ไพรส์จากศิลปินไทยชื่อดังมาร่วมออกแบบคอลเลคชั่นพิเศษ Vespa LX 125 i-Get “PINK ROSA” เวสป้า ส่งความสดใสครั้งใหม่กับที่สุดของสกู๊ตเตอร์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนเมือง กับ Vespa LX 125 i-Get เฉดสีใหม่ล่าสุด สีชมพู “PINK ROSA” ที่จะมาหยุดทุกสายตาด้วยความโดดเด่นจากการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความสดใส น่ารัก แต่แฝงไว้ด้วยความเท่และคลาสสิกชวนหลงใหลตามแบบฉบับเวสป้า พร้อมดึง 2 ศิลปินไทยBenzilla และ Jirayu Koo ร่วมดีไซน์ของพรีเมี่ยมคอลเลคชั่นพิเศษ อัพเลเวลความสดใสให้กับสกู๊ตเตอร์รุ่นนี้เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว LIVE LIFE OUT OF THE ORDINARY….เติมเฉดใหม่ให้ชีวิตมีสีสันไม่ซ้ำใคร คอนเซ็ปต์ที่บ่งบอกตัวตนของVespa LX 125 i-Get กับเฉดสีใหม่ล่าสุด สีชมพู “PINK ROSA” เป็นอีกครั้งที่เวสป้าได้หยิบยกสีสันความสดใสมาอยู่บนสกู๊ตเตอร์ พร้อมเพิ่มความพิเศษมากขึ้น กับการ Collabs กับ 2 ศิลปินไทยชื่อดังอย่าง Benzilla ศิลปินสตรีทอาร์ต ที่เราคุ้นตาจากผลงานสุดโดดเด่น ‘LOOOK’ และอีกหนึ่งศิลปินอิลลัสเตรเตอร์ Jirayu Koo จากผลงานตัวการ์ตูนสุดน่ารัก ‘น้องกลมกลม’ กับคาแรกเตอร์ลักษณะอ้วนกลม เต็มไปด้วยความสดใสและสีสันที่หลากหลาย ซึ่งทั้งสองเคยได้ฝากผลงานร่วมผลกับบรรดาแบรนด์ดัง ๆ มาแล้วมากมาย มาร่วมออกแบบพรีเมี่ยมคอลเลคชั่นให้กับสกู๊ตเตอร์ Vespa LX 125 i-Get (PINK ROSA) ที่ประกอบไปด้วย หมวกกันน็อก ผ้าคลุมเบาะ พวงกุญแจ กระเป๋าผ้าพันคอ หน้ากากผ้า และ ชุดสติกเกอร์เรียกว่าเป็น Perfect Combination เมื่อจับคู่เข้ากันกับตัวสกู๊ตเตอร์ อนึ่ง ในเทศกาลเฉลิมฉลอง หากใครยังหาของขวัญไม่ได้ สกู๊ตเตอร์ Vespa LX 125 i-Get สี PINK ROSA เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของขวัญที่ประทับใจทั้งผู้ให้และผู้รับอย่างแน่นอน แอบกระซิบว่าของแถมพรีเมี่ยมคอลเลคชั่นพิเศษนี้มีจำนวนจำกัด สำหรับ 400 ท่านแรก ที่เป็นเจ้าของ Vespa LX 125 i-Get สีใหม่ล่าสุด PINK ROSA จะได้รับพรีเมี่ยมเซ็ตคอลเลคชั่นพิเศษ เพื่อเพิ่มสีสันในทุกการเดินทางให้มากยิ่งขึ้น ได้แก่ 1. หมวกกันน็อก 2. กระเป๋า 3. ผ้าคลุมเบาะ 4. ผ้าเช็ดหน้า5. พวงกุญแจ 6. หน้ากากผ้า และ ชุดสติกเกอร์ โดยราคาของ “Vespa LX 125 i-Get (PINK ROSA)” อยู่ที่ 91,900 บาทราคานี้เป็นราคา ON THE ROAD PRICE ที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ค่าจดทะเบียน พ.ร.บ. ประกันรถหาย 1 ปี พร้อมรับชุดWelcome kit และสำหรับลูกค้าท่านที่ซื้อ Vespa LX 125 i-Get สีอื่นๆ 500 ท่านแรก จะได้รับของพรีเมี่ยมเซ็ต ซึ่งประกอบไปด้วยกระเป๋าผ้า และพวงกุญแจ พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของแล้ววันนี้ที่ตัวแทนจำหน่ายเวสป้าทั่วประเทศ และอีกหนึ่งความพิเศษส่งท้ายปี เวสป้าขอมอบโปรโมชั่นสุดคุ้มถึง 2 ต่อ เมื่อออกสกู๊ตเตอร์ Vespa LX 125 i-Get ต่อที่ 1 รับทันที คูปองมูลค่า 2,000 บาท ต่อที่ 2 กองทัพของแถมสุดพิเศษสำหรับลูกค้าเวสป้าโดยเฉพาะ อาทิ Vespa Essential Kit, New Normal Pack, Vespa Welcome Kit และผ้ายางรองพื้น (ยกเว้นสี Pink Rosa) โดยสามารถกดรับคูปองได้ที่ LINE OA: vespathailand หรือ https://lin.ee/pyfkWB สามารถติดตามข่าวประชาสัมพันธ์ของเวสป้าได้ที่ LINE @vespathailand หรือ http://www.vespa.co.th เฟซบุ๊กOfficial Vespa Society Thailand และ อินสตาแกรม @vespathailand
ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่
บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ขอบคุณพลังความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากลูกค้าประกาศความสำเร็จยอดจอง ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่ ได้รับกระแสตอบรับดีเยี่ยม กวาดยอดจองทั่วประเทศแล้วกว่า 6,500 คัน หลังจากการประกาศราคาและเปิดจำหน่ายอย่างเป็นทางการเพียง 1 เดือน ตอกย้ำการเป็นสปอร์ตพรีเมียมเอสยูวีที่สมบูรณ์แบบสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง ด้วยเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดe:HEV ที่มอบสมรรถนะการขับขี่อันทรงพลังและประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม และเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะฮอนด้า เซนส์ซิ่ง ในทุกรุ่นย่อย พร้อมขับเคลื่อนความสำเร็จในฐานะผู้นำตลาดเอสยูวีในประเทศไทย กระแสตอบรับจากลูกค้าที่ท่วมท้นและความสำเร็จของ ฮอนด้า เอชอาร์–วี อี:เอชอีวี ใหม่ สะท้อนให้เห็นถึง การเป็นรถเอสยูวีที่ตอบโจทย์ความต้องการของทุกคนอย่างแท้จริงในทุกด้าน ทั้งดีไซน์ที่ลงตัวกับ ความอเนกประสงค์ สมรรถนะการขับขี่ Full Hybrid ที่ทรงพลังและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับพรีเมียม ผสานด้วยฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน อีกทั้งยังเป็นการตอกย้ำถึงความเชื่อมั่น และความไว้วางใจที่ลูกค้ามีต่อฮอนด้า ในฐานะแบรนด์ที่สร้างสรรค์ยนตรกรรมคุณภาพ และบริการหลังการขาย ที่ได้มาตรฐานและครบวงจร ด้วยโชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าที่ครอบคลุมทั่วประเทศกว่า 229 แห่ง ฮอนด้า เอชอาร์–วี อี:เอชอีวี ใหม่ ขับเคลื่อนด้วยระบบฟูลไฮบริด e:HEV ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกัน ของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว มอบสมรรถนะการขับขี่ที่สนุก ทรงพลัง ตอบสนองทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน–เมตรประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 25.6 กม./ลิตร พร้อมทั้งสามารถเลือกโหมดการขับขี่ได้อย่างง่ายดายตามความต้องการผ่านสวิตช์ฟังก์ชัน Drive Mode โดยทุกรุ่นย่อยมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง(Honda SENSING) โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ความอเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน กับเบาะนั่งด้านหลังที่ปรับพับได้เรียบและได้หลายรูปแบบ ครบครันด้วยฟังก์ชันการใช้งานล้ำสมัยสไตล์รถเอสยูวี อาทิ ฝากระโปรงท้ายไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี พร้อมระบบปิดอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Hands-free Power Tailgate with Walk Away Close) อีกทั้งเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยและเทคโนโลยี เพื่อการขับขี่ อาทิ ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (Hill Descent Control: HDC) ดีไซน์ภายนอกสไตล์สปอร์ต Fastback สะกดทุกสายตา ยกระดับความสปอร์ตอีกขั้นกับรุ่น RS ในดีไซน์สปอร์ตเอกซ์คลูซีฟ รอบคัน ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบายพร้อมเสริมความมั่นใจในทุกเส้นทางด้วยการรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ลูกค้าที่สนใจสามารถเป็นเจ้าของ ฮอนด้า เอชอาร์–วี อี:เอชอีวี ใหม่ กับข้อเสนอ ดอกเบี้ย 2.59%* ฟรีประกันภัย 1 ปี พร้อมรับฟรีหน้ากากฟอกอากาศ LG PuriCare Gen 2 สีขาว พร้อมสายรัดหน้ากากฟอกอากาศมูลค่ารวม 7,080 บาท อีกทั้งแคมเปญพิเศษด้านการบริการ* ได้แก่ โปรแกรมการให้บริการพิเศษด้านคุณภาพรถยนต์ ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ (Honda Ultimate Care) ขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่โดยเพิ่มระยะเวลาอีก 2 ปี หรือระยะทาง 40,000 กิโลเมตร ต่อจากระยะเวลาหรือระยะทางการรับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่ 3 ปี หรือ100,000 กิโลเมตรแรกสิ้นสุดลง รวมสูงสุด 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง (Honda 24hr Roadside Assistance) อีกทั้งฟรีค่าแรงในการเช็กระยะเป็นเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน2564 เป็นต้นไป สัมผัสกับ ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่ หรือสอบถามข้อมูลและข้อเสนอพิเศษเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือแชทกับที่ปรึกษาการขายทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777 หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่www.honda.co.th/hrvehev ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถทดสอบสมรรถนะได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ
