ซูซูกิ’ ท้าทุกขีดจำกัดแห่งความคุ้มค่า กิจกรรมขับทดสอบสมรรถนะ 4 ภาคทั่วไทย“SUZUKI CELERIO 1999 No Boundary Journey” ระยะทางรวมกว่า 1,999 กิโลเมตรตอกย้ำความสำเร็จ ซูซูกิ เซเลริโอ อีโคคาร์คุณภาพเกินตัว บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดกิจกรรม “SUZUKI CELERIO 1999 No Boundary Journey” ชวนคณะสื่อมวลชนร่วมพิสูจน์สมรรถนะเพื่อตอกย้ำความสำเร็จของ SUZUKI CELERIO คอมแพคอีโคาร์คุณภาพเกินตัว กับการฝ่า 4 ภารกิจสุดท้าทาย ผ่านการเดินทางไปยัง 4 จังหวัด ใน 4 ภาคของประเทศไทย กับระยะทางรวมกว่า 1,999 กิโลเมตร มร.มิโนรุ อามาโนะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า กิจกรรม “SUZUKI CELERIO 1999 No Boundary Journey” เพื่อสานต่อความสำเร็จและตอกย้ำให้ผู้บริโภคได้รับรู้ถึงสมรรถนะของ SUZUKI CELERIO รถอีโคคาร์ซึ่งเป็น “ที่สุดแห่งความคุ้มค่า” และกำลังสร้างยอดขายได้เป็นอย่างดี โดยในปี 2563 ที่ผ่านมา SUZUKI CELERIO ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค จนสามารถสร้างยอดจำหน่ายรวมอยู่ที่ 4,351 คัน คิดเป็น 295% เมื่อเทียบกับปี 2562 ส่วนในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2564 มียอดจองอยู่ที่ 648 คัน
Year: 2021
MINI กับ SUP
มินิ ประเทศไทย สนับสนุนนักกีฬา SUP ระดับโลก มอบมินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน ระหว่างฝึกซ้อมในไทย เตรียมชิงแชมป์โลกปี 2564 มินิ ประเทศไทย นำโดย คุณประภัสรา อร่ามวงศ์สมุทร ผู้อำนวยการ มอบรถยนต์มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน พร้อมแร็คหลังคาให้กับ มร. แดเนียล ฮาชุลโย นักกีฬา SUP ระดับโลก (SUP กีฬายืนพายเรือ) เพื่อสนับสนุนการฝึกซ้อมในประเทศไทย เตรียมความพร้อมเพื่อคว้าชัยในการแข่งขัน SUP ระดับโลกในปี 2564 เมื่อไม่นานมานี้ ณ เอสยูพี สเตชั่น ปทุมธานี
ฮอนด้า ซิตี้ เทอร์โบ และ ฮอนด้า แอคคอร์ด กวาด 4 รางวัล
จากงาน ASEAN NCAP Grand Prix Awards 2020 ฮอนด้า ซิตี้ เทอร์โบ และ ฮอนด้า แอคคอร์ด สะท้อนความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ยนตรกรรมคุณภาพที่มอบความปลอดภัยสูงสุด บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศความสำเร็จด้วยการคว้า 4 รางวัล มาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว จาก ASEAN NCAP (ASEAN New Car Assessment Program) Grand Prix Awards 2020 ซึ่งเป็นการทดสอบมาตรฐานด้านความปลอดภัยของรถยนต์รุ่นใหม่ที่จำหน่ายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดย ฮอนด้า ซิตี้ เทอร์โบ ได้รับรางวัลอาเซียน เอ็นแคป ยอดเยี่ยม ในฐานะยนตรกรรมที่ผ่านการรับรองและรักษามาตรฐานความปลอดภัยระดับ5 ดาวได้อย่างต่อเนื่องตลอด 3 เจเนอเรชัน (ASEAN NCAP Excellent Award – Consistent 5 Star) และ ฮอนด้า แอคคอร์ด เจเนอเรชันที่ 10 ได้รับ 3 รางวัลมาตรฐานความปลอดภัยยอดเยี่ยมระดับ 5 ดาว (Best Safety Performance) ได้แก่ การปกป้องผู้โดยสารที่เป็นผู้ใหญ่(Adult Occupant Protection: AOP) การปกป้องผู้โดยสารที่เป็นเด็ก (Child Occupant Protection: COP) และคะแนนรวมสูงสุดจากการทดสอบในภาพรวม (Overall)
MOTOR SHOW 2021 : Mar 24 – Apr 4
เตรียมพบกับงานโชว์รถยนต์และรถจักรยานยนต์ ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และใหญ่ที่สุดใน AEC นั่น…คือ งาน Bangkok International Motor Show 2021 งานนี้ ประชันกัน ทั้งรถยนต์นำเข้า และผลิตในประเทศไทย รถยนต์จากค่ายญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ ยุโรป หรืออเมริกา พบกับรถใหม่และเก่า เนื่องจากเวลาเดียวกัน มีงาน USED CAR SHOW ทั้งสองงาน จะได้พบกับพริตตี้สาวสวย และรถยนต์ประเภท เก๋ง ซีดาน สปอร์ต คูเป้ ซูเปอร์คาร์ เอทีวี รวมไปถึงรถมอเตอร์ไซค์ธรรมดา และบิ๊กไบค์ ส่วนกีฬาทางน้ำก็มี เวฟรันเนอร์ งานนี้จุใจ คุ้มค่า อย่างแน่นอน
โตโยต้า มอบสิทธิพิเศษ ชุดแต่ง “Pride Package II”
สำหรับรถยนต์ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ รุ่นมาตรฐานทุกรุ่น เพื่อขอบคุณลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจมาโดยตลอด โตโยต้า จึงมอบสิทธิพิเศษ ชุดแต่ง “Pride Package II” บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด มอบสิทธิพิเศษชุดแต่ง “Pride Package II” สำหรับลูกค้าที่ซื้อโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ รุ่นมาตรฐานทุกรุ่น เพื่อขอบคุณลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจด้วยดีมาโดยตลอด พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ประเภท PPV มาอย่างยาวนาน การันตีด้วยคุณภาพการผลิตมาตรฐานระดับโลก และภาพลักษณ์ อันโดดเด่นของผู้ครอบครองเป็นเจ้าของ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด มอบสิทธิพิเศษชุดแต่ง “Pride Package II” สำหรับลูกค้าที่ซื้อโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ รุ่นมาตรฐานทุกรุ่น เพื่อขอบคุณลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจด้วยดีมาโดยตลอด พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ประเภท PPV มาอย่างยาวนาน การันตีด้วยคุณภาพการผลิตมาตรฐานระดับโลก และภาพลักษณ์ อันโดดเด่นของผู้ครอบครองเป็นเจ้าของ คุณสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ เปิดเผยว่า “เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าทุกท่าน ที่ให้การสนับสนุนและเชื่อมั่นในคุณภาพ พร้อมด้วยภาพลักษณ์ที่ดีของ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พร้อมตอบรับในความนิยมชุดแต่ง “Pride Package I” ที่ได้ทำการแนะนำในช่วงปีที่ผ่านมา โอกาสนี้ บริษัทฯ มีความยินดีมอบสิทธิพิเศษชุดแต่ง “Pride Package II” มูลค่ากว่า 46,000 บาท สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ รุ่นมาตรฐานทุกรุ่น เพื่อเสริมความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของรถลูกค้าทุกท่านให้มีความสปอร์ต หรูหรามากยิ่งขึ้น พร้อมด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม” ชุดแต่ง Pride Package II (สำหรับฟอร์จูนเนอร์ รุ่นมาตรฐาน ทุกรุ่น ทุกสี) § ชุดตกแต่งกันชนหน้าสีดำ § โลโก้ Fortuner สีดำ…
TOYOTA YARIS & ATIV “PLAY”
โตโยต้า ยาริส และโตโยต้า เอทีฟ รุ่นพิเศษ เพลย์ ภายใต้สโลแกน “THIS IS WHAT WE PLAY” ซึ่ง บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำ อีโคคาร์แฮทช์แบ็ค YARIS และ อีโคคาร์ซีดานยอดนิยม ATIV รุ่นพิเศษ PLAY (Limited Edition) เอาใจคนรุ่นใหม่ โดดเด่นด้วยดีไซน์ใหม่ทั้งภายนอกภายใน โดยเพิ่มสีภายนอกใหม่ ล้ออัลลอยปัดเงาสีทูโทนลายใหม่ ตกแต่งภายในห้องโดยสารด้วยโทนสีใหม่ สวยเด่นสะกดสายตา มาพร้อมกับอุปกรณ์อำนวยความสะดวก เทคโนโลยีเชื่อมต่อล้ำสมัย และฟังก์ชันความปลอดภัยครบครัน สปอร์ตพรีเมียม คุ้มค่ามากยิ่งขึ้น มีจำนวนจำกัดเพียง 1,500 คัน YARIS และ ATIV รุ่นพิเศษ “PLAY” (Limited Edition) ถูกพัฒนาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่ ดีไซน์ใหม่ทั้งภายนอกและภายใน โดยมีสัญลักษณ์ชื่อรุ่น “PLAY” ท้ายรถ เพิ่มสีภายนอกใหม่ “Ice Pink Metallic” พร้อมกระจังหน้าด้านบนสีดำเงา และล้ออัลลอยปัดเงาสีทูโทน“Dark Mulberry” ลายใหม่ เพิ่มลูกเล่นด้วยการตกแต่งภายในห้องโดยสารให้มีดีไซน์พรีเมียม โดดเด่น พร้อมโทนสีใหม่“Dark Mulberry” และเบาะหนังสีทูโทนขาว-ดำ ตกแต่งด้วยด้ายสี “Dark Mulberry” เพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ไม่ว่าจะเป็น ระบบปรับอากาศพร้อมแผ่นกรองอากาศ PM 2.5 กระจกหน้า “Acoustic Glass” แบบช่วยดูดซับพลังงานความร้อน (High Solar Energy Absorption) สะดวกยิ่งกว่าด้วย “Trunk Organizer” ที่จัดเก็บสัมภาระท้ายรถ เพิ่มความมั่นใจเมื่อจอดรถกับกล้องมองรอบคัน “Panoramic View Monitor” มุมมอง 360 องศา ผ่านกล้อง 4 จุดรอบคัน แสดงภาพแบบเรียลไทม์ เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีที่เชื่อมต่อผู้ขับและรถให้สนุกกับไลฟ์สไตล์ด้วยแอปพลิเคชัน “PLAY CONNECT Car Telematics” เพิ่มความมั่นใจในทุกเส้นทาง ตอบโจทย์ทุกรูปแบบการใช้ชีวิต YARIS และ ATIV รุ่นพิเศษ “PLAY”…
TOYOTA YARIS & ATIV “PLAY” (Limited Edition)
โตโยต้า ยาริส และโตโยต้า เอทีฟ รุ่นพิเศษ เพลย์ ภายใต้สโลแกน “THIS IS WHAT WE PLAY” ซึ่ง บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำ อีโคคาร์แฮทช์แบ็ค YARIS และ อีโคคาร์ซีดานยอดนิยม ATIV รุ่นพิเศษ PLAY (Limited Edition) เอาใจคนรุ่นใหม่ โดดเด่นด้วยดีไซน์ใหม่ทั้งภายนอกภายใน โดยเพิ่มสีภายนอกใหม่ ล้ออัลลอยปัดเงาสีทูโทนลายใหม่ ตกแต่งภายในห้องโดยสารด้วยโทนสีใหม่ สวยเด่นสะกดสายตา มาพร้อมกับอุปกรณ์อำนวยความสะดวก เทคโนโลยีเชื่อมต่อล้ำสมัย และฟังก์ชันความปลอดภัยครบครัน สปอร์ตพรีเมียม คุ้มค่ามากยิ่งขึ้น มีจำนวนจำกัดเพียง 1,500 คัน YARIS และ ATIV รุ่นพิเศษ “PLAY” (Limited Edition) ถูกพัฒนาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่ ดีไซน์ใหม่ทั้งภายนอกและภายใน โดยมีสัญลักษณ์ชื่อรุ่น “PLAY” ท้ายรถ เพิ่มสีภายนอกใหม่ “Ice Pink Metallic” พร้อมกระจังหน้าด้านบนสีดำเงา และล้ออัลลอยปัดเงาสีทูโทน“Dark Mulberry” ลายใหม่ เพิ่มลูกเล่นด้วยการตกแต่งภายในห้องโดยสารให้มีดีไซน์พรีเมียม โดดเด่น พร้อมโทนสีใหม่“Dark Mulberry” และเบาะหนังสีทูโทนขาว-ดำ ตกแต่งด้วยด้ายสี “Dark Mulberry” เพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ไม่ว่าจะเป็น ระบบปรับอากาศพร้อมแผ่นกรองอากาศ PM 2.5 กระจกหน้า “Acoustic Glass” แบบช่วยดูดซับพลังงานความร้อน (High Solar Energy Absorption) สะดวกยิ่งกว่าด้วย “Trunk Organizer” ที่จัดเก็บสัมภาระท้ายรถ เพิ่มความมั่นใจเมื่อจอดรถกับกล้องมองรอบคัน “Panoramic View Monitor” มุมมอง 360 องศา ผ่านกล้อง 4 จุดรอบคัน แสดงภาพแบบเรียลไทม์ เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีที่เชื่อมต่อผู้ขับและรถให้สนุกกับไลฟ์สไตล์ด้วยแอปพลิเคชัน “PLAY CONNECT Car Telematics” เพิ่มความมั่นใจในทุกเส้นทาง ตอบโจทย์ทุกรูปแบบการใช้ชีวิต YARIS และ ATIV รุ่นพิเศษ “PLAY”…
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เริ่มใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการผลิตรถยนต์
ณ โรงงานแหลมฉบัง มุ่งดำเนินธุรกิจสู่สังคมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งมิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เริ่มใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ในสายการผลิตรถยนต์อย่างเป็นทางการ ที่ศูนย์การผลิตรถยนต์มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่แหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ตอบรับแผนปฏิบัติการใหม่ด้านสิ่งแวดล้อม (The New Environmental Plan Package) ระยะยาว 30 ปี ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น พร้อมวางแผนขยายการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในเฟสต่อไปที่โรงพ่นสีแห่งใหม่ ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์รวมทุกโครงการมากกว่า 6,100*ตันต่อปี มุ่งเสริมสร้างกระบวนการการผลิตรถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ถือเป็นอีกขั้นของปฏิบัติการด้านสิ่งแวดล้อม ภายหลังการประกาศออกแบบโรงงานพ่นสีแห่งใหม่ที่ช่วยลดการปล่อย VOCs ในกระบวนการผลิต และการเปิดตัวรถยนต์ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี รถเอสยูวีพลังไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริดระดับพรีเมี่ยม สมรรถนะสูงแต่ปล่อยมลพิษต่ำใน ประเทศไทย มร.โมะริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า“การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในกระบวนการผลิตรถยนต์มิตซูบิชิ ถือเป็นอีกหนึ่งในแผนปฏิบัติการด้านสิ่งแวดล้อมของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่แสดงให้เห็นถึงพันธะสัญญาของเราที่ต้องการจะสร้างสมดุลด้านสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการสร้างการเติบโตและความก้าวหน้าให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ เพื่อให้เกิดการพัฒนาทั้งด้านสังคม และเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนควบคู่กันไปในระยะยาว ซึ่งการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในสายการผลิตรถยนต์ที่โรงงานแห่ง นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในการช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ด้วยการช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าจากฟอสซิลในประเทศ ส่งผลให้เกิดการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศได้ โดยมีการวางแผนที่จะขยายการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ไปยังโรงงานพ่นสีแห่งใหม่ในอนาคต เพื่อให้เราสามารถที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์รวมทุกโครงการ ได้อย่างเป็นรูปธรรมกว่า 6,100 ตันต่อปี” สำหรับโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ที่นำมาใช้ในกระบวนการผลิตรถยนต์มิตซูบิชิ ที่แหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี นี้ เป็นส่วนหนึ่งภายใต้สัญญาจำหน่ายไฟฟ้ากับบริษัท อิมแพคท์ โซล่าร์ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (ISGT)ที่ทำหน้าที่ ในการเป็นผู้ติดตั้งแผงโซลาร์บนหลังคาโรงงานที่มีกำลังการผลิตถึง 5เมกกะวัตต์ โดยโครงการดังกล่าวจะสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 4,300* ตัน ต่อปี การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในกระบวนการผลิตรถยนต์มิตซูบิชิ ที่ศูนย์การผลิตรถยนต์มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ถือเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินการภายใต้แผนปฏิบัติการใหม่ด้านสิ่งแวดล้อม (The New Environmental…
นิสสันกำหนดเป้าหมายลดคาร์บอนเป็นศูนย์ในปี 2050
นิสสัน มอเตอร์ กำหนดเป้าหมายลดคาร์บอนเป็นศูนย์จากทั้งกระบวนการผลิต และวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ ของบริษัท ซึ่งจะส่งผลให้รถยนต์นิสสันทุกรุ่นที่จะออกสู่ตลาดภายในช่วงต้นทศวรรษ 2030 จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% ทั้งหมด นิสสันจะดำเนินการต่อยอดนวัตกรรมด้านยานยนต์พลังงานไฟฟ้ารวมถึงเทคโนโลยีการผลิตเพื่อสร้างความก้าวหน้าให้กับเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ด้วยกลยุทธ์ดังต่อไปนี้ -นวัตกรรมของแบตเตอรี่ รวมถึง แบตเตอรี่แบบโซลิดสเตต (solid-state) และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องอื่นๆเพื่อให้มีต้นทุนที่แข่งขันได้ และทำให้รถยนต์ไฟฟ้ามีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น -พัฒนาเพิ่มเติมในส่วนของระบบขับเคลื่อนภายใต้เทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่ดียิ่งขึ้น -พัฒนาระบบนิเวศของการใช้แบตเตอรี่เพื่อรองรับการผลิตไฟฟ้าโดยตรงจากอาคารด้วยพลังงานหมุนเวียนโดยไม่ต้องพึ่งพาพลังงานจากส่วนกลาง นิสสันหวังว่าจะได้ร่วมมือกับภาคพลังงานในการสนับสนุนการลดการปล่อยคาร์บอนจากระบบเครือข่ายพลังงาน หรือpower grids -สร้างสรรค์นวัตกรรมด้านกระบวนการผลิตเพื่อให้เกิดผลผลิตที่สูงขึ้น เริ่มต้นที่โครงการริเริ่มอย่างโรงงานอัจฉริยะนิสสัน (Nissan Intelligent Factory) นอกจากนี้บริษัทยังเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงานและด้านวัสดุเพื่อสนับสนุนพันธกิจลดการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ในระยะยาว เป้าหมายของนิสสันมีที่มาจากหลากหลายโครงการที่ริเริ่มมาอย่างยาวนานหลายทศวรรษ ภายใต้ความพยายามลดการปล่อยมลพิษ และนำเสนอเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อเป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม และสังคม ความพยายามของบริษัทในด้านรถยนต์ไฟฟ้าและการลดการปล่อยมลพิษ สนับสนุนเป้าหมายของข้อตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (U.N. Paris Agreement) และทิศทางของโลกในการก้าวสู่การปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ. 2593
ฟอร์ด ดูแลคุณเหมือนคนในครอบครัว
ฟอร์ด ประเทศไทย จัดแคมเปญสุดพิเศษ ‘ฟอร์ดดูแลคุณเหมือนคนในครอบครัว’ มอบโปรโมชั่นและข้อเสนอด้านบริการสุดพิเศษสำหรับลูกค้าครอบครัวฟอร์ด ทั้งบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ฟรี รวมถึงส่วนลดค่าอะไหล่ 20% พร้อมโปรโมชั่นสุดคุ้มมากมาย และตรวจเช็คสภาพทั่วไปฟรี 30 รายการ เพียงนำรถยนต์ฟอร์ดเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการฟอร์ดทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 – 31 พฤษภาคม 2564 ในแคมเปญนี้ ฟอร์ดมอบบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ฟรี ให้แก่ลูกค้าผู้ใช้รถยนต์ฟอร์ดทุกรุ่นที่มีอายุรถ 3 ปีขึ้นไปแต่ไม่เกิน 10 ปี นับจากวันที่ซื้อรถ หรือ 100,000 กม. ขึ้นไป แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน และเข้ารับบริการเช็กระยะที่ศูนย์บริการภายในระยะเวลาโปรแกรมที่กำหนด ลูกค้าจะได้รับบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ฟรี ภายในระยะเวลา 6 เดือน นับจากวันที่เข้ารับบริการ โดยลูกค้าจะได้รับบริการให้คำปรึกษาทางเทคนิคตลอด 24 ชั่วโมง ในกรณีที่ต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉิน จะได้รับบริการจำนวน 1 ครั้ง ภายในระยะทาง 20 กม. โดยสามารถเลือกรับบริการ 1 ครั้ง ในบริการดังต่อไปนี้ 1.บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 2.บริการช่วยเหลือเติมน้ำมัน ปริมาณ 5 ลิตร (ลูกค้ารับผิดชอบค่าน้ำมัน) ในกรณีน้ำมันหมดฉุกเฉิน รถไม่สามารถขับเคลื่อนได้ 3.บริการช่วยเหลือกรณีที่ลืมกุญแจในรถ หรือล็อกรถโดยไม่ตั้งใจ นอกจากนี้ ฟอร์ดยังมอบส่วนลดค่าอะไหล่ 20% เมื่อลูกค้าเปลี่ยนอะไหล่ในกลุ่มระบบกันสะเทือน กลุ่มหม้อน้ำ และกลุ่มระบบช่วงล่าง ไม่รวมผ้าเบรกและก้ามเบรก โดยลูกค้าสามารถสอบถามรายละเอียดของอะไหล่ที่ร่วมรายการได้ที่ศูนย์บริการฟอร์ดทั่วประเทศก่อนเข้ารับบริการ
